AMIDA เปิดตัว Digitrend OSII รุ่นใหม่ เปลี่ยนตัวเรือนเหล็กเป็นฮูดแซฟไฟร์ทั้งชิ้น
ฮูดแซฟไฟร์เจียระไนจากบล็อกเดียว โปร่งใสให้แสงรอบด้านไหลผ่านและเผยโครงสร้างกลไกภายในของเรือนเวลาได้จากทุกมุมมอง
สรุป
- AMIDA เปิดตัว Digitrend OSII Black เรโทร-ฟิวเจอร์ริสติกดีไซน์จัดจ้าน มาพร้อมฮูดแซฟไฟร์ทั้งชิ้นที่เผยให้เห็นหน้าจอแสดงเวลาแบบ jumping-hour สีดำอย่างเด่นชัด
- จำกัดเพียง 150 เรือนทั่วโลก โดยราคาเริ่มต้นราว 5,780 ดอลลาร์สหรัฐ
แบรนด์นาฬิกาอิสระสัญชาติสวิส AMIDA เปิดตัว Digitrend OSII Black เรือนเวลาโฉบเฉี่ยวที่ออกแบบมาเพื่อต่อยอดมรดกจากผลงานไอคอนิกโทนสเปซเอจของแบรนด์ในปี 1976 ภายใต้การนำของผู้ร่วมก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ Matthieu Allègre รุ่นนี้คือสิ่งที่แบรนด์นิยามว่าเป็น “Historical Correction” การชุบชีวิตดีไซน์มิดเซนจูรีเรโทร-ฟิวเจอร์ริสติกที่ถูกทิ้งไว้หลายทศวรรษ ให้กลับมาเฉียบคมยิ่งขึ้นด้วยศักยภาพเทคโนโลยีสมัยใหม่
Digitrend OSII Black ถอดรหัสแนวคิดเรื่องวิวัฒนาการออกมาเป็นงานโครงสร้างที่น่าหลงใหล แทนที่ตัวเรือนโลหะแบบดั้งเดิมของรุ่นแรกด้วยฮูดแซฟไฟร์ดีไซน์ซับซ้อนที่เจียระไนจากบล็อกเดียว ทำหน้าที่เป็นเกราะโปร่งใสให้แสงส่องผ่านเข้าไปโอบล้อมกลไกภายในได้จากทุกมุม ความโปร่งใสนี้เผยให้เห็นโครงสร้างภายในสเตนเลสสตีล 316L แบบออกแบบใหม่ เคลือบ DLC และบูรณาการเข้ากับหัวใจของโมดูล jumping-hour เอกสิทธิ์ของ AMIDA โดยตรง
ด้วยเทคโนโลยีปริซึม Light Reflecting Display (LRD) ที่ใช้แสดงเวลา jumping hour ในแนวตั้งและนาทีแบบเลื่อนต่อเนื่อง รุ่นนี้จึงเปิดตัวอินเทอร์เฟซเรืองแสงเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก แสงรอบข้างที่ผ่านเข้าสู่ฮูดแซฟไฟร์จะชาร์จสารเรืองแสง BGW9 Super-LumiNova® บนหลักชั่วโมง จุดประกาย “Nocturnal Form” ที่สว่างคมชัด อ่านเวลาในความมืดได้ยอดเยี่ยมโดยไม่ทำลายเส้นสายคลีน ๆ สไตล์นาฬิกาคนขับรถ
ภายใต้ตัวตนที่ล้ำสมัย นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยโมดูล jumping-hour อัตโนมัติแบบอินเฮาส์ที่พัฒนาบนฐานกลไก Soprod Newton P024 เดินด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง พร้อมพลังงานสำรอง 38 ชั่วโมง ขนาดตัวเรือน 39.6 มม. x 39 มม. ให้สัมผัสการสวมใส่ที่สบายและกระชับกว่าที่คิดด้วยระยะ lug-to-lug ที่กะทัดรัด และกันน้ำได้ลึก 50 เมตร
จำกัดเพียง 150 เรือนทั่วโลก AMIDA Digitrend OSII Black พร้อมให้สั่งซื้อออนไลน์ได้ทันที ราคา 5,150 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 5,780 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับรุ่นสาย Alcantara และ 5,500 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 6,170 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับรุ่นสายโลหะแบบอินทิกราเต็ด รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถชมได้ที่ เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AMIDA


















