Armani Group ยอดขายปี 2025 ร่วง 2.8% สะท้อนภาวะชะลอตัวตลาดลักชัวรีโลก
รายงานผลประกอบการเต็มปีครั้งแรกหลังการจากไปของผู้ก่อตั้ง Giorgio Armani แฟชั่นเฮาส์สัญชาติอิตาลียังคงรักษาระดับกำไรได้ ท่ามกลางตลาดลักชัวรีที่แข่งขันสูงและชะลอตัวทั่วโลก
สรุป
- Armani Group รายงานว่ารายได้รวมตลอดทั้งปี 2025 ลดลง 2.8% เหลือ 2.19 พันล้านยูโร ท่ามกลางภาวะชะลอตัวของตลาดลักชัวรีทั่วโลก แต่ด้วยการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวด ทำให้กำไรจากการดำเนินงานยังเติบโตขึ้น 2% เป็น 52.6 ล้านยูโร
- ตัวเลขผลประกอบการชุดนี้นับเป็นรายงานเต็มปีครั้งแรกที่แฟชั่นเฮาส์อิตาลีระดับไอคอนิกเปิดเผย นับตั้งแต่การจากไปของผู้ก่อตั้งผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ Giorgio Armani ในช่วงปลายปี 2025
- โดยยอมรับว่ากำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในวิธีที่ผู้บริโภคมองและเข้าถึงสินค้าลักชัวรี บริษัทได้ยืนยันว่าแผนขายหุ้น 15% ยังเดินหน้าต่อไป โดยมีบิ๊กเนมในอุตสาหกรรมอย่าง LVMH, L’Oréal และ EssilorLuxottica แสดงท่าทีสนใจดีลนี้
Armani Group เปิดเผยผลประกอบการปี 2025 ที่หลายฝ่ายจับตา ท่ามกลางช่วงเปลี่ยนผ่านอันซับซ้อนทั้งสำหรับแบรนด์ระดับตำนานและอุตสาหกรรมลักชัวรีโดยรวม แฟชั่นเฮาส์สัญชาติอิตาลีรายงานว่ารายได้ตลอดทั้งปีลดลง 2.8% โดยให้เหตุผลจากแรงกดดันทางเศรษฐกิจมหภาคและอุปสงค์แฟชั่นไฮเอนด์ทั่วโลกที่ชะลอตัว ทั้งนี้ รายงานฉบับนี้ยังนับเป็นตัวเลขผลประกอบการเต็มปีครั้งแรกที่บริษัทเปิดเผยหลังการจากไปของผู้ก่อตั้งผู้เปี่ยมวิสัยทัศน์ Giorgio Armani เมื่อเดือนกันยายน 2025
ในปีบัญชี 2025 รายได้รวมสุทธิของ Armani Group อยู่ที่ 2.19 พันล้านยูโร (ราว 2.57 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) และหากรวมยอดขายจากดีลไลเซนซีโดยตรง ยอดหมุนเวียนรวมของแบรนด์แตะ 4 พันล้านยูโร การหดตัวของรายได้ 2.8% ส่วนใหญ่เกิดจากผลงานที่ซบเซาของช่องทางขายส่ง และการปรับฐานอย่างต่อเนื่องในตลาดลักชัวรี โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และการชะลอตัวในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น)
แม้รายได้รวมจะลดลง แต่บริษัทเอกชนรายนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความแกร่งทางการเงินอย่างชัดเจน ด้วยวินัยด้านต้นทุนและการบริหารจัดการเชิงปฏิบัติ ทำให้กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เติบโตขึ้น 3.2% เมื่อเทียบปีก่อน แตะระดับ 152.7 ล้านยูโร ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานก็ขยับเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง 2% รวมเป็น 52.6 ล้านยูโร
เพื่อตอบรับภูมิทัศน์ใหม่ของวงการ CEO ของ Armani Group อย่าง Giuseppe Marsocci ให้มุมมองเชิงระมัดระวังต่ออนาคตของอุตสาหกรรม “เราอาจกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างในวิธีที่ผู้บริโภคทั้งกลุ่มปัจจุบันและกลุ่มศักยภาพมองต่อความหรูหราและแฟชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึง” Marsocci กล่าว พร้อมยืนยันว่ากลยุทธ์การขายหุ้น 15% ในบริษัทที่ถูกจับตามองอย่างมากยังเดินหน้าต่อ แม้การเจรจาอย่างเป็นทางการจะยังไม่เริ่มต้น แต่มีรายงานว่าตลาดให้ความสนใจอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะจากยักษ์ใหญ่ในวงการอย่าง LVMH, L’Oréal และ EssilorLuxottica
ขณะที่บริษัทก้าวเข้าสู่ช่วงต้นปี 2026 โดยที่เทรนด์ต่าง ๆ ยังเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับปีก่อน Armani Group เลือกโฟกัสที่เสถียรภาพระยะยาวมากกว่าการเร่งยอดขายระยะสั้น อาศัยฐานกำไรที่มั่นคงและความมุ่งมั่นในการสานต่อวิสัยทัศน์อย่างไม่สั่นคลอน แบรนด์จึงยังยืนอยู่ในจุดที่แข็งแรง พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกลักชัวรีวันนี้ โดยยังคงเคารพและสืบทอดมรดกอันยืนยงของผู้ก่อตั้งต่อไป


















