<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0" xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom" xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/" xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/" xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/">
  <channel>
    <language>th-TH</language>
    <title>Hypebeast</title>
    <description>Hypebeast นำเสนอแฟชั่นร่วมสมัยสำหรับผู้ชายและวัฒนธรรม ตั้งแต่สตรีทแวร์และสนีกเกอร์ ไปจนถึงศิลปะ ดีไซน์ ดนตรี บันเทิง และไลฟ์สไตล์</description>
    <image>
      <url>https://static.hypebeast.com/images/hypebeast/hypebeast-logo-1x1@2x.jpg?VERSION</url>
      <title>Hypebeast</title>
      <link>https://hypebeast.com/th</link>
    </image>
    <lastBuildDate>Tue, 11 Aug 2026 15:20:53 +0000</lastBuildDate>
    <generator>Laminas_Feed_Writer 2 (https://getlaminas.org)</generator>
    <link>https://hypebeast.com/th</link>
    <atom:link rel="self" type="application/rss+xml" href="https://hypebeast.com/th/feed"/>
    <item>
      <title>สินค้าใหม่จาก HBX: Needles</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2F953070-1-60b4b_1786454642.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>ข้อมูลแบรนด์: Needles แบรนด์ภายในเครือ Nepenthes ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดยดีไซเนอร์ Keizo Shimizu ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยโดดเด่นด้วยการนำสไตล์ทหารตะวันตกยุคเก่ามาผสานเข้ากับสิ่งทอญี่ปุ่น ไอเทมยอดนิยมอย่างชุดวอร์ม กางเกงแทร็ก และแจ็กเก็ตทหารรีคอนสตรักต์ ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนดัง อาทิ A$AP Rocky และ Virgil Abloh เลือกชมเสื้อผ้าที่เราคัดสรรมาให้ได้ที่ HBXช่วงราคา: 65.00–400.00 ดอลลาร์สหรัฐหาซื้อได้ที่: วางจำหน่ายแล้วทาง HBX</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/new-arrivals-from-hbx-needles" title="สินค้าใหม่จาก HBX: Needles" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 13:24:46 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/new-arrivals-from-hbx-needles</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30494</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2F953070-1-60b4b_1786454642.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><ul><li><b>ข้อมูลแบรนด์:</b> Needles แบรนด์ภายในเครือ Nepenthes ก่อตั้งขึ้นในปี 1988 โดยดีไซเนอร์ Keizo Shimizu ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นผลิตในประเทศญี่ปุ่น โดยโดดเด่นด้วยการนำสไตล์ทหารตะวันตกยุคเก่ามาผสานเข้ากับสิ่งทอญี่ปุ่น ไอเทมยอดนิยมอย่างชุดวอร์ม กางเกงแทร็ก และแจ็กเก็ตทหารรีคอนสตรักต์ ล้วนเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าคนดัง อาทิ A$AP Rocky และ Virgil Abloh เลือกชมเสื้อผ้าที่เราคัดสรรมาให้ได้ที่ HBX</li><li><b>ช่วงราคา:</b> 65.00–400.00 ดอลลาร์สหรัฐ</li><li><b>หาซื้อได้ที่:</b> วางจำหน่ายแล้วทาง <a href="https://hbx.com/men/brands/needles?utm_source=hypebeast.com&utm_medium=referral&utm_campaign=article">HBX</a></li></ul><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/new-arrivals-from-hbx-needles" title="สินค้าใหม่จาก HBX: Needles" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=33558" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=33558" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>คู่มือสไตล์ Malcolm Todd</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmalcolm-00.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>แนวคิดเบื้องหลังตู้เสื้อผ้าของ Malcolm Todd สรุปได้ในประโยคเดียวว่า ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ลุคไหนออกมาก็รอด“ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่” Todd นักดนตรีผู้เป็นดาวเด่นในแคมเปญ GapDenim ใหม่ของ Gap บอกกับ Hypebeastแนวคิดนี้หล่อหลอมให้เกิดลุค Malcolm Todd™ อันโดดเด่นนานาชนิด ตั้งแต่ลุคในมิวสิกวิดีโอ “Roommates” ที่กิ๊บติดผมสีสันสดใสตัดกับเสื้อกล้ามสีเทา การปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ The Tonight Show with Jimmy Fallon แบบเปลือยท่อนบน สวมเพียงบ็อกเซอร์ กางเกงยีนส์เดนิมสีเข้ม และรองเท้าแตะ ไปจนถึง ฟีด Instagram (รวมถึง บัญชีสำรอง) ที่เต็มไปด้วยโพสต์เช็กฟิต“ผมใส่กางเกงสแล็กกับรองเท้าแตะนะ เข้าบาร์ก็ใส่รองเท้าแตะไปเลย” Todd ตอบเมื่อถูกถามถึงความเห็นด้านแฟชั่นที่อาจต่างจากคนอื่น “ผมแค่อยากให้เท้าได้หายใจ ปล่อยนิ้วเท้าออกมาบ้าง ไม่มีอะไรผิดนี่” เขายังเชื่อมั่นในพลังของ “แอ็กเซสซอรี่กวน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ” ที่ช่วยกำหนดลุค “สร้อยคอหรือแว่นตาตลก ๆ สักอันช่วยได้มากเลย” เขาเสริม “ความสุ่ม ๆ นิดหน่อยมันสดชื่นดี” ความกล้าทดลองของ Todd ผสานเข้ากับความชื่นชอบในซิลูเอตคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตติดกระดุมทรงหลวม แว่นกรอบหนา และแน่นอนว่าเดนิมชั้นดี จนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเขาเมื่อค้นพบความสบายใจกับสุนทรียะสไตล์ส่วนตัวที่ดู effortless มีกลิ่นอายอเมริกานาแต่แฝงความคมเล็ก ๆ ก็ไม่แปลกเลยที่ Todd จะมาร่วมเป็นตัวแทนแคมเปญมิวสิกวิดีโอ “Denim on your own” ของ Gap เคียงข้าง Inde Navarrette จาก Obsessionนักดนตรีหนุ่มได้รับโจทย์ให้ตีความ “Dancing On My Own” เพลงแดนซ์คลาสสิกของ Robyn ขึ้นใหม่ ซึ่ง Todd มองว่าเป็นแบบฝึกหัดด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ดี “สำหรับผม การทำเพลงคือการไม่กลัว” Todd อธิบาย และความกล้าแบบนั้นเองที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่บทบาทนายแบบและนักเต้นได้อย่างมั่นใจ “ตอนแรกมันอาจไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสำหรับผม แต่ทุกคนในกองช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน”ก่อนออกทัวร์เฮดไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต Todd ได้นั่งคุยกับ Hypebeast ถึงสไตล์ส่วนตัวและ “Denim on your own”คุณจะนิยามสไตล์ส่วนตัวของตัวเองว่าอย่างไร และมันเชื่อมโยงกับดนตรีและผลงานสร้างสรรค์ของคุณแบบไหน?Malcolm Todd: จุดเชื่อมสำคัญที่สุดระหว่างสไตล์กับดนตรีของผมคือความเป็นตัวเอง ผมรู้สึกว่าตัวเองใส่อะไรก็ได้ตามที่รู้สึก และเขียนอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก ผมโชคดีมากที่มีความมั่นใจในตัวเองแบบนั้น และผมคิดว่าความสบายใจนี้เองที่ทำให้ผมกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ เติบโต และพัฒนาต่อไปหากต้องสรุปแนวทางการแต่งตัวของตัวเอง คุณจะพูดว่าอย่างไร?ผมช้อปปิ้งด้วยแนวคิดว่า ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ยังไงก็รอด ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่คุณมีความเห็นด้านแฟชั่นที่อาจต่างจากคนอื่นบ้างไหม?มีแน่นอน อย่างแรกอาจไม่ใช่ความเห็นที่สุดโต่งนัก แต่ผมชอบใส่รองเท้าแตะกับกางเกงขายาวมาก ผมใส่กางเกงสแล็กกับรองเท้าแตะ เข้าบาร์ก็ใส่รองเท้าแตะไปเลย ผมแค่อยากให้เท้าได้หายใจ ปล่อยนิ้วเท้าออกมาบ้าง ไม่มีอะไรผิดนี่ สำหรับผม แอ็กเซสซอรี่กวน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ อย่างสร้อยคอหรือแว่นตาตลก ๆ ช่วยยกระดับลุคได้มาก ผมชอบใส่กางเกงขาสั้นตัวใหญ่กับท่อนบนสไตล์บิซิเนสแคชวล ความสุ่ม ๆ นิดหน่อยมันสดชื่นดีคุณรักกางเกงยีนส์ดี ๆ อยู่แล้ว จึงสมเหตุสมผลที่คุณจะเป็นตัวแทนแคมเปญ “Denim on your own” ของ Gap แล้วสำหรับคุณ เดนิมที่ดีต้องเป็นอย่างไร?ต้องเป็นการฟอกสีที่เชื่อมถึงจิตวิญญาณคุณ และทรงที่เชื่อมถึงเรียวขาของคุณ [laughs] แค่นั้นเลยขณะที่เตรียมออกทัวร์ใหญ่ที่สุดในชีวิตซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายน คุณคัดสรรเสื้อผ้าสำหรับการเดินสายอย่างไร?[laughs] ผมเป็นคนแพ็กของนาทีสุดท้าย สำหรับลุคก่อนและหลังโชว์ ผมจะชี้ไปที่ของแต่ละชิ้นแล้วบอกว่า “อันนี้คิวต์” ก่อนโยนลงกระเป๋าเดินทาง จากนั้นวันนั้นค่อยเปิดกระเป๋าแล้วเลือกว่าจะใส่ชุดไหน ผมไม่ค่อยคิดคำนวณเรื่องพวกนี้มากนัก ส่วนชุดขึ้นโชว์ ผมทำงานกับเพื่อนที่เป็นสไตลิสต์หนึ่งหรือสองคน พวกเขาจะคอยหาไอเท็มเท่ ๆ มาให้ผมตลอด เพื่อช่วยกันจัดลุคที่ผมใส่แล้วทั้งสบายตัวและดูดีการทำงานใน “Denim on your own” ทำให้คุณได้แง่มุมสร้างสรรค์อะไรที่อยากนำติดตัวไปใช้ระหว่างทัวร์บ้างไหม?การได้ทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่ตัวเองถนัดนั้นเป็นเหมือนแบบฝึกหัดเสมอ เพลงของ Robyn เพลงนี้อาจไม่ใช่เพลงที่ใครจะคิดว่าผมทำขึ้นมา แต่การได้ฝึกสมอง ทำความเข้าใจเพลงในแบบที่มันเป็น และค้นหาว่าผมเชื่อมโยงกับมันอย่างไร ก็เปิดโลกความคิดให้ผมทั้งในฐานะครีเอทีฟและนักดนตรี“ผมช้อปปิ้งด้วยแนวคิดว่า ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ยังไงก็รอด ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่”อีกอย่างคือการได้เพอร์ฟอร์มในแคมเปญ ได้ออกไปอยู่ต่อหน้าฉากใหญ่ที่รายล้อมด้วยผู้คน และได้ครองโมเมนต์นั้น เป็นประสบการณ์ที่เจ๋งมากสำหรับผม มันทำให้ผมมั่นใจขึ้นเวลาออกไปแสดงต่อหน้าฝูงชนขนาดใหญ่มาดูที่ตัวเพลงกันบ้าง “Dancing On My Own” เป็นเพลงไอคอนิกอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วเมื่อได้รับโจทย์ให้คัฟเวอร์เพลงระดับตำนานแบบนี้ คุณเริ่มต้นจากตรงไหน?กระบวนการสร้างสรรค์เริ่มจากการเดินเข้าไปหาโจทย์อย่างไม่หวาดกลัว สำหรับผม การทำเพลงคือการไม่กลัว ถ้าคุณกลัว คุณก็ไปไม่ถึงศักยภาพสูงสุดในฐานะศิลปิน Gap ปลูกฝังพลังความกล้าแบบนั้นให้ผม พวกเขาไม่ได้บอกว่า “ทำเพลงนี้ออกมาให้เหมือนต้นฉบับ” หรือให้ผมทำตามกฎอะไรเป็นพิเศษ พวกเขาแค่บอกให้ผมใช้เสียงของตัวเอง และทำให้ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าความเป็นตัวของตัวเองคือพลังพิเศษของทั้งหมดนี้ ผมจึงเข้าไปทำงานด้วยความตื่นเต้นว่าจะใช้เสียงของตัวเองทำให้เพลงนี้พิเศษได้อย่างไร“ผมรู้สึกว่าตัวเองใส่อะไรก็ได้ตามที่รู้สึก และเขียนอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก”ช่วยเล่าต่อได้ไหมว่าคุณมีความผูกพันกับ Gap อย่างไร และการได้เป็นตัวแทนแคมเปญนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร?คำแรกที่นึกถึงคือ “ไอคอนิก” หรือจะว่า “เหนือกาลเวลา” ก็ได้ Gap อยู่ในความทรงจำของผมมาตั้งแต่จำความได้ มันเป็นแบรนด์คลาสสิกที่ใครก็ใส่ได้ ผมจำได้ว่าเคยไปซื้อเสื้อผ้ากลับไปเปิดเทอมกับแม่ที่ Gap เดินอยู่ในห้างแล้วเห็นโปสเตอร์ Gap ขนาดใหญ่ที่มีแค่ตัวอักษรสามตัว ทุกอย่างของแบรนด์ฝังอยู่ในวัฒนธรรมของเราแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งจึงเป็นเกียรติมาก ในแวดวงดนตรี Gap ก็ร่วมงานกับศิลปินมามากมาย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ภาพของมิวสิกวิดีโอให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกสร้างสรรค์ของ Malcolm Todd มาก ๆ ผมทราบว่าคุณชวนผู้กำกับวิดีโอ Tanu Muiño ซึ่งทำงานร่วมกับคุณบ่อย ๆ มาร่วมงาน พร้อมด้วย Calvin Leung, Alastair McKimm และ Bjorn Loos ที่มาช่วยกำกับเพิ่มเติม กระบวนการร่วมงานเป็นอย่างไรบ้าง?แม้จะเป็นกองใหญ่ แต่บรรยากาศในกองสนุกมาก ผมได้พาทุกคนที่ทำงานเพลงของผมมาร่วมด้วย ซึ่งพิเศษมากสำหรับผม มันเหมือนเป็นอีกวันหนึ่งที่ออฟฟิศ เราเล่นมุกกัน ลองสิ่งต่าง ๆ กันไป เหมือนตอนอยู่ในสตูดิโอเลย บนกองผมรู้สึกว่าเป็นตัวเองได้เต็มที่เมื่ออยู่กับทุกคน และ Tanu ก็ช่วยสร้างบรรยากาศแบบนั้นได้มาก เธอสนุกและสดใส ตั้งแต่วินาทีที่เจอเธอ ผมก็รู้ว่าผมสามารถลองไปกับทุกทิศทางสร้างสรรค์ที่อยากทำได้ และนั่นคือสิ่งที่เราทำในโปรเจ็กต์นี้ผมเป็นนักดนตรีก่อนจะเป็นนายแบบ ดังนั้นตอนแรกมันจึงไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสำหรับผม แต่ทุกคนในกองช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ผมไม่ใช่นักเต้นมืออาชีพ แต่พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นนักเต้นมืออาชีพได้ในแบบหนึ่ง มันเป็นกระบวนการที่สนุกมาก และผมได้เรียนรู้อะไรมากมายระหว่างทาง ผมมีงานที่ดีที่สุดในโลกเลย</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/malcolm-todd-gap-inde-navarrette-interview-denim-on-your-own-campaign" title="คู่มือสไตล์ Malcolm Todd" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 13:00:17 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/malcolm-todd-gap-inde-navarrette-interview-denim-on-your-own-campaign</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30491</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
      <category><![CDATA[บทความพิเศษ]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmalcolm-00.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p>แนวคิดเบื้องหลังตู้เสื้อผ้าของ Malcolm Todd สรุปได้ในประโยคเดียวว่า <em>ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ลุคไหนออกมาก็รอด</em></p><p>“ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่” Todd นักดนตรีผู้เป็นดาวเด่นในแคมเปญ GapDenim ใหม่ของ Gap บอกกับ Hypebeast</p><p>แนวคิดนี้หล่อหลอมให้เกิดลุค Malcolm Todd™ อันโดดเด่นนานาชนิด ตั้งแต่ลุคในมิวสิกวิดีโอ “Roommates” ที่กิ๊บติดผมสีสันสดใสตัดกับเสื้อกล้ามสีเทา การปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ <em>The Tonight Show with Jimmy Fallon</em> แบบเปลือยท่อนบน สวมเพียงบ็อกเซอร์ กางเกงยีนส์เดนิมสีเข้ม และรองเท้าแตะ ไปจนถึง <a href="https://www.instagram.com/malcolmtodd" rel="noopener" target="_blank">ฟีด Instagram</a> (รวมถึง <a href="https://www.instagram.com/wholesomerockstar" rel="noopener" target="_blank">บัญชีสำรอง</a>) ที่เต็มไปด้วยโพสต์เช็กฟิต</p><p>“ผมใส่กางเกงสแล็กกับรองเท้าแตะนะ เข้าบาร์ก็ใส่รองเท้าแตะไปเลย” Todd ตอบเมื่อถูกถามถึงความเห็นด้านแฟชั่นที่อาจต่างจากคนอื่น “ผมแค่อยากให้เท้าได้หายใจ ปล่อยนิ้วเท้าออกมาบ้าง ไม่มีอะไรผิดนี่” เขายังเชื่อมั่นในพลังของ “แอ็กเซสซอรี่กวน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ” ที่ช่วยกำหนดลุค “สร้อยคอหรือแว่นตาตลก ๆ สักอันช่วยได้มากเลย” เขาเสริม “ความสุ่ม ๆ นิดหน่อยมันสดชื่นดี” ความกล้าทดลองของ Todd ผสานเข้ากับความชื่นชอบในซิลูเอตคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตติดกระดุมทรงหลวม แว่นกรอบหนา และแน่นอนว่าเดนิมชั้นดี จนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเขา</p><p>เมื่อค้นพบความสบายใจกับสุนทรียะสไตล์ส่วนตัวที่ดู effortless มีกลิ่นอายอเมริกานาแต่แฝงความคมเล็ก ๆ ก็ไม่แปลกเลยที่ Todd จะมาร่วมเป็นตัวแทนแคมเปญมิวสิกวิดีโอ “Denim on your own” ของ Gap เคียงข้าง Inde Navarrette จาก <em>Obsession</em></p><p>นักดนตรีหนุ่มได้รับโจทย์ให้ตีความ “Dancing On My Own” เพลงแดนซ์คลาสสิกของ Robyn ขึ้นใหม่ ซึ่ง Todd มองว่าเป็นแบบฝึกหัดด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ดี “สำหรับผม การทำเพลงคือการไม่กลัว” Todd อธิบาย และความกล้าแบบนั้นเองที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่บทบาทนายแบบและนักเต้นได้อย่างมั่นใจ “ตอนแรกมันอาจไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสำหรับผม แต่ทุกคนในกองช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน”</p><p>ก่อนออกทัวร์เฮดไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต Todd ได้นั่งคุยกับ Hypebeast ถึงสไตล์ส่วนตัวและ “Denim on your own”</p><p><strong>คุณจะนิยามสไตล์ส่วนตัวของตัวเองว่าอย่างไร และมันเชื่อมโยงกับดนตรีและผลงานสร้างสรรค์ของคุณแบบไหน?</strong></p><p><strong>Malcolm Todd:</strong> จุดเชื่อมสำคัญที่สุดระหว่างสไตล์กับดนตรีของผมคือความเป็นตัวเอง ผมรู้สึกว่าตัวเองใส่อะไรก็ได้ตามที่รู้สึก และเขียนอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก ผมโชคดีมากที่มีความมั่นใจในตัวเองแบบนั้น และผมคิดว่าความสบายใจนี้เองที่ทำให้ผมกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ เติบโต และพัฒนาต่อไป</p><p><strong>หากต้องสรุปแนวทางการแต่งตัวของตัวเอง คุณจะพูดว่าอย่างไร?</strong></p><p>ผมช้อปปิ้งด้วยแนวคิดว่า <em>ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ยังไงก็รอด</em> ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่</p><p><strong>คุณมีความเห็นด้านแฟชั่นที่อาจต่างจากคนอื่นบ้างไหม?</strong></p><p>มีแน่นอน อย่างแรกอาจไม่ใช่ความเห็นที่<em>สุด</em>โต่งนัก แต่ผมชอบใส่รองเท้าแตะกับกางเกงขายาวมาก ผมใส่กางเกงสแล็กกับรองเท้าแตะ เข้าบาร์ก็ใส่รองเท้าแตะไปเลย ผมแค่อยากให้เท้าได้หายใจ ปล่อยนิ้วเท้าออกมาบ้าง ไม่มีอะไรผิดนี่ สำหรับผม แอ็กเซสซอรี่กวน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ อย่างสร้อยคอหรือแว่นตาตลก ๆ ช่วยยกระดับลุคได้มาก ผมชอบใส่กางเกงขาสั้นตัวใหญ่กับท่อนบนสไตล์บิซิเนสแคชวล ความสุ่ม ๆ นิดหน่อยมันสดชื่นดี</p><p><strong>คุณรักกางเกงยีนส์ดี ๆ อยู่แล้ว จึงสมเหตุสมผลที่คุณจะเป็นตัวแทนแคมเปญ “Denim on your own” ของ Gap แล้วสำหรับคุณ เดนิมที่ดีต้องเป็นอย่างไร?</strong></p><p>ต้องเป็นการฟอกสีที่เชื่อมถึงจิตวิญญาณคุณ และทรงที่เชื่อมถึงเรียวขาของคุณ <em>[laughs]</em> แค่นั้นเลย</p><p><img alt="บทสัมภาษณ์คู่มือสไตล์ Malcolm Todd กับ Gap Denim ข้อมูลแคมเปญ Inde Navarrette, Obsession, Robyn, “Dancing on My Own”, Bjorn Loos, Alastair McKimm, ดนตรี สไตล์ ครีเอทีฟไดเรกชัน และภาพวิชวล GapDenim" class="portrait" src="https://hypebeast.com/image/2026/08/10/malcolm-3.jpg"/></p><p><strong>ขณะที่เตรียมออกทัวร์ใหญ่ที่สุดในชีวิตซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายน คุณคัดสรรเสื้อผ้าสำหรับการเดินสายอย่างไร?</strong></p><p><em>[laughs]</em> ผมเป็นคนแพ็กของนาทีสุดท้าย สำหรับลุคก่อนและหลังโชว์ ผมจะชี้ไปที่ของแต่ละชิ้นแล้วบอกว่า “อันนี้คิวต์” ก่อนโยนลงกระเป๋าเดินทาง จากนั้นวันนั้นค่อยเปิดกระเป๋าแล้วเลือกว่าจะใส่ชุดไหน ผมไม่ค่อยคิดคำนวณเรื่องพวกนี้มากนัก ส่วนชุดขึ้นโชว์ ผมทำงานกับเพื่อนที่เป็นสไตลิสต์หนึ่งหรือสองคน พวกเขาจะคอยหาไอเท็มเท่ ๆ มาให้ผมตลอด เพื่อช่วยกันจัดลุคที่ผมใส่แล้วทั้งสบายตัวและดูดี</p><p><strong>การทำงานใน “Denim on your own” ทำให้คุณได้แง่มุมสร้างสรรค์อะไรที่อยากนำติดตัวไปใช้ระหว่างทัวร์บ้างไหม?</strong></p><p>การได้ทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่ตัวเองถนัดนั้นเป็นเหมือนแบบฝึกหัดเสมอ เพลงของ Robyn เพลงนี้อาจไม่ใช่เพลงที่ใครจะคิดว่าผมทำขึ้นมา แต่การได้ฝึกสมอง ทำความเข้าใจเพลงในแบบที่มันเป็น และค้นหาว่าผมเชื่อมโยงกับมันอย่างไร ก็เปิดโลกความคิดให้ผมทั้งในฐานะครีเอทีฟและนักดนตรี</p><p><q>“ผมช้อปปิ้งด้วยแนวคิดว่า <em>ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ยังไงก็รอด</em> ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่”</q></p><p>อีกอย่างคือการได้เพอร์ฟอร์มในแคมเปญ ได้ออกไปอยู่ต่อหน้าฉากใหญ่ที่รายล้อมด้วยผู้คน และได้ครองโมเมนต์นั้น เป็นประสบการณ์ที่เจ๋งมากสำหรับผม มันทำให้ผมมั่นใจขึ้นเวลาออกไปแสดงต่อหน้าฝูงชนขนาดใหญ่</p><p><img alt="บทสัมภาษณ์คู่มือสไตล์ Malcolm Todd กับ Gap Denim ข้อมูลแคมเปญ Inde Navarrette, Obsession, Robyn, “Dancing on My Own”, Bjorn Loos, Alastair McKimm, ดนตรี สไตล์ ครีเอทีฟไดเรกชัน และภาพวิชวล GapDenim" src="https://hypebeast.com/image/2026/08/10/duo-3.jpg"/></p><p><strong>มาดูที่ตัวเพลงกันบ้าง “Dancing On My Own” เป็นเพลงไอคอนิกอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วเมื่อได้รับโจทย์ให้คัฟเวอร์เพลงระดับตำนานแบบนี้ คุณเริ่มต้นจากตรงไหน?</strong></p><p>กระบวนการสร้างสรรค์เริ่มจากการเดินเข้าไปหาโจทย์อย่างไม่หวาดกลัว สำหรับผม การทำเพลงคือการไม่กลัว ถ้าคุณกลัว คุณก็ไปไม่ถึงศักยภาพสูงสุดในฐานะศิลปิน Gap ปลูกฝังพลังความกล้าแบบนั้นให้ผม พวกเขาไม่ได้บอกว่า “ทำเพลงนี้ออกมาให้เหมือนต้นฉบับ” หรือให้ผมทำตามกฎอะไรเป็นพิเศษ พวกเขาแค่บอกให้ผมใช้เสียงของตัวเอง และทำให้ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าความเป็นตัวของตัวเองคือพลังพิเศษของทั้งหมดนี้ ผมจึงเข้าไปทำงานด้วยความตื่นเต้นว่าจะใช้เสียงของตัวเองทำให้เพลงนี้พิเศษได้อย่างไร</p><p><q>“ผมรู้สึกว่าตัวเองใส่อะไรก็ได้ตามที่รู้สึก และเขียนอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก”</q></p><p><strong>ช่วยเล่าต่อได้ไหมว่าคุณมีความผูกพันกับ Gap อย่างไร และการได้เป็นตัวแทนแคมเปญนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร?</strong></p><p>คำแรกที่นึกถึงคือ “ไอคอนิก” หรือจะว่า “เหนือกาลเวลา” ก็ได้ Gap อยู่ในความทรงจำของผมมาตั้งแต่จำความได้ มันเป็นแบรนด์คลาสสิกที่ใครก็ใส่ได้ ผมจำได้ว่าเคยไปซื้อเสื้อผ้ากลับไปเปิดเทอมกับแม่ที่ Gap เดินอยู่ในห้างแล้วเห็นโปสเตอร์ Gap ขนาดใหญ่ที่มีแค่ตัวอักษรสามตัว ทุกอย่างของแบรนด์ฝังอยู่ในวัฒนธรรมของเราแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งจึงเป็นเกียรติมาก ในแวดวงดนตรี Gap ก็ร่วมงานกับศิลปินมามากมาย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์</p><p><img alt="บทสัมภาษณ์คู่มือสไตล์ Malcolm Todd กับ Gap Denim ข้อมูลแคมเปญ Inde Navarrette, Obsession, Robyn, “Dancing on My Own”, Bjorn Loos, Alastair McKimm, ดนตรี สไตล์ ครีเอทีฟไดเรกชัน และภาพวิชวล GapDenim" class="portrait" src="https://hypebeast.com/image/2026/08/10/malcolm-4.jpg"/></p><p><strong>ภาพของมิวสิกวิดีโอให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกสร้างสรรค์ของ Malcolm Todd มาก ๆ ผมทราบว่าคุณชวนผู้กำกับวิดีโอ Tanu Muiño ซึ่งทำงานร่วมกับคุณบ่อย ๆ มาร่วมงาน พร้อมด้วย Calvin Leung, Alastair McKimm และ Bjorn Loos ที่มาช่วยกำกับเพิ่มเติม กระบวนการร่วมงานเป็นอย่างไรบ้าง?</strong></p><p>แม้จะเป็นกองใหญ่ แต่บรรยากาศในกองสนุกมาก ผมได้พาทุกคนที่ทำงานเพลงของผมมาร่วมด้วย ซึ่งพิเศษมากสำหรับผม มันเหมือนเป็นอีกวันหนึ่งที่ออฟฟิศ เราเล่นมุกกัน ลองสิ่งต่าง ๆ กันไป เหมือนตอนอยู่ในสตูดิโอเลย บนกองผมรู้สึกว่าเป็นตัวเองได้เต็มที่เมื่ออยู่กับทุกคน และ Tanu ก็ช่วยสร้างบรรยากาศแบบนั้นได้มาก เธอสนุกและสดใส ตั้งแต่วินาทีที่เจอเธอ ผมก็รู้ว่าผมสามารถลองไปกับทุกทิศทางสร้างสรรค์ที่อยากทำได้ และนั่นคือสิ่งที่เราทำในโปรเจ็กต์นี้</p><p>ผมเป็นนักดนตรีก่อนจะเป็นนายแบบ ดังนั้นตอนแรกมันจึงไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสำหรับผม แต่ทุกคนในกองช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ผมไม่ใช่นักเต้นมืออาชีพ แต่พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นนักเต้นมืออาชีพได้ในแบบหนึ่ง มันเป็นกระบวนการที่สนุกมาก และผมได้เรียนรู้อะไรมากมายระหว่างทาง ผมมีงานที่ดีที่สุดในโลกเลย</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/malcolm-todd-gap-inde-navarrette-interview-denim-on-your-own-campaign" title="คู่มือสไตล์ Malcolm Todd" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=35977" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=35977" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Caitlin Clark เผยโฉม Nike Caitlin 1 “Electric Green”</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fnike-caitlin-1-electric-green-IH7423-300-first-look-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>Caitlin Clark เผยโฉมสีใหม่ “Electric Green” สำหรับสนีกเกอร์ซิกเนเจอร์รุ่นเปิดตัว Nike Caitlin 1 ของเธอดีไซน์ผสมผสานเฉด Electric Green Varsity Maize Dusty Cactus Chlorophyll และ Racer Blue ตัดด้วยดีเทลสีทองบนโลโก้ตัวอักษร CC บริเวณลิ้นรองเท้าคาดว่ารองเท้าคู่นี้จะวางจำหน่ายวันที่ 15 มีนาคม 2027 เคาะราคาประมาณ 140 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน Nike และร้านรองเท้าบาสเกตบอลที่คัดสรรเป็นพิเศษ</p><div>ชื่อรุ่น: Nike Caitlin 1 "Electric Green"โทนสี: Electric Green/Varsity Maize-Dusty Cactus-Chlorophyll-Racer BlueSKU: IH7423-300ราคาแนะนำ: 140 ดอลลาร์สหรัฐวันวางจำหน่าย: 15 มีนาคม 2027หาซื้อได้ที่: NikeNike และ Caitlin Clark ดาวดังจาก WNBA เผยโฉม Nike Caitlin 1 "Electric Green" ที่กำลังจะเปิดตัว โดยซิลูเอตต์นี้มาพร้อมดีไซน์จัดจ้าน ชวนให้นึกถึงไลน์ Kobe "Grinch" อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงตัวตนของตัวเองไว้อย่างชัดเจนสนีกเกอร์เพอร์ฟอร์แมนซ์คู่นี้ใช้อัปเปอร์สี Electric Green สดสว่างเป็นหลัก ให้ลุคโดดเด่นสะดุดตา ตัดกับดีเทลโทนเข้มบริเวณมิดโซลที่ช่วยเพิ่มมิติให้โครงสร้าง ด้านข้างตกแต่งโลโก้ Swoosh แบบซ้อนเลเยอร์ในเฉดเหลือง Varsity Maize และฟ้าอ่อน Dusty Cactus ก่อนบาลานซ์โทนสีโดยรวมด้วยแอ็กเซนต์ Chlorophyll และ Racer Blueสะท้อนความผูกพันอันยาวนานของ Clark กับไลน์รองเท้าของ Kobe Bryant ผ่านดีเทลลายเซ็นเฉพาะตัวที่เสริมเข้ากับโทนสีสดจัดของรองเท้า โดยมีโลโก้ "CC" สีทองเมทัลลิกโดดเด่นอยู่บนป้ายลิ้นรองเท้า เติมเต็มดีไซน์เปิดตัวคู่นี้Nike Caitlin 1 "Electric Green" มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคม 2027</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/nike-caitlin-1-electric-green-ih7423-300-first-look-release-info" title="Caitlin Clark เผยโฉม Nike Caitlin 1 “Electric Green”" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:56:05 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/nike-caitlin-1-electric-green-ih7423-300-first-look-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30482</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fnike-caitlin-1-electric-green-IH7423-300-first-look-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>Caitlin Clark เผยโฉมสีใหม่ “Electric Green” สำหรับสนีกเกอร์ซิกเนเจอร์รุ่นเปิดตัว Nike Caitlin 1 ของเธอดีไซน์ผสมผสานเฉด Electric Green Varsity Maize Dusty Cactus Chlorophyll และ Racer Blue ตัดด้วยดีเทลสีทองบนโลโก้ตัวอักษร CC บริเวณลิ้นรองเท้าคาดว่ารองเท้าคู่นี้จะวางจำหน่ายวันที่ 15 มีนาคม 2027 เคาะราคาประมาณ 140 ดอลลาร์สหรัฐ ผ่าน Nike และร้านรองเท้าบาสเกตบอลที่คัดสรรเป็นพิเศษ</p><p><strong>ชื่อรุ่น:</strong> Nike Caitlin 1 "Electric Green"<br /><strong>โทนสี:</strong> Electric Green/Varsity Maize-Dusty Cactus-Chlorophyll-Racer Blue<br /><strong>SKU:</strong> IH7423-300<br /><strong>ราคาแนะนำ:</strong> 140 ดอลลาร์สหรัฐ<br /><strong>วันวางจำหน่าย:</strong> 15 มีนาคม 2027<br /><strong>หาซื้อได้ที่:</strong> <a href="https://www.nike.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Nike</a></p><p data-path-to-node="13">Nike และ Caitlin Clark ดาวดังจาก WNBA เผยโฉม Nike Caitlin 1 "Electric Green" ที่กำลังจะเปิดตัว โดยซิลูเอตต์นี้มาพร้อมดีไซน์จัดจ้าน ชวนให้นึกถึงไลน์ Kobe "Grinch" อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงตัวตนของตัวเองไว้อย่างชัดเจน</p><p data-path-to-node="15">สนีกเกอร์เพอร์ฟอร์แมนซ์คู่นี้ใช้อัปเปอร์สี Electric Green สดสว่างเป็นหลัก ให้ลุคโดดเด่นสะดุดตา ตัดกับดีเทลโทนเข้มบริเวณมิดโซลที่ช่วยเพิ่มมิติให้โครงสร้าง ด้านข้างตกแต่งโลโก้ Swoosh แบบซ้อนเลเยอร์ในเฉดเหลือง Varsity Maize และฟ้าอ่อน Dusty Cactus ก่อนบาลานซ์โทนสีโดยรวมด้วยแอ็กเซนต์ Chlorophyll และ Racer Blue</p><p data-path-to-node="16">สะท้อนความผูกพันอันยาวนานของ Clark กับไลน์รองเท้าของ Kobe Bryant ผ่านดีเทลลายเซ็นเฉพาะตัวที่เสริมเข้ากับโทนสีสดจัดของรองเท้า โดยมีโลโก้ "CC" สีทองเมทัลลิกโดดเด่นอยู่บนป้ายลิ้นรองเท้า เติมเต็มดีไซน์เปิดตัวคู่นี้</p><p data-path-to-node="16">Nike Caitlin 1 "Electric Green" มีกำหนดวางจำหน่ายในวันที่ 15 มีนาคม 2027</p><h3 data-path-to-node="14"></h3><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/nike-caitlin-1-electric-green-ih7423-300-first-look-release-info" title="Caitlin Clark เผยโฉม Nike Caitlin 1 “Electric Green”" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=56850" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=56850" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>ILKW อัปเกรดโคมไฟ SNOWMAN สุดฮิต แบตใช้งานได้นาน 260 ชั่วโมง</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Filkw-by-ilkwang-lighting-snowman12-portable-lamp-release-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ILKW เปิดตัวโคมไฟพกพา SNOWMAN12 ดีไซน์สนุกสนานแต่ให้ฟีลสถาปัตยกรรมสุดโมเดิร์นมาพร้อมตัวโคมทูโทนตัดกันอย่างเด่นชัด และแอบเก๋ด้วยแShade ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 12 ซม.สนนราคาราว ๆ 71 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แสงสว่างไร้สายได้นานสูงสุดถึง 260 ชั่วโมง</p><div>สตูดิโอออกแบบแสงสว่างจากเกาหลีใต้ ILKW (ILKWANG Lighting) เติมสมาชิกใหม่ให้ไลน์โคมไฟอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย SNOWMAN12 Portable Lamp โคมไฟรุ่นใหม่นี้ต่อยอดซิลูเอตชวนสนุกที่หลายคนหลงรักจากรุ่นก่อนหน้า โดยผสานรูปทรงเรขาคณิตที่เปี่ยมลูกเล่นเข้ากับการใช้งานได้อย่างลงตัวในแง่ดีไซน์ โคมไฟรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าด้วยรูปทรงที่โดดเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่โป๊ะโคมซึ่งขยายขนาดเป็นเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 ซม. เพื่อรองรับโป๊ะโคมที่กว้างขึ้น ทีมออกแบบจึงเพิ่มน้ำหนักให้ตัวโคมด้วยดีไซน์ทูโทนที่ใช้วัสดุและสีสันตัดกัน ส่งให้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษSunman Kwon ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ อธิบายถึงพัฒนาการด้านดีไซน์ครั้งนี้ว่า โป๊ะโคมที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้ตัวโคมต้องมีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย จึงนำ “แผ่นฐานทรงคล้ายบอลลูนเพื่อสร้างสมดุลให้รูปทรงโดยรวม” มาใช้ ความใส่ใจในสัดส่วนนี้ทำให้โคมไฟยังคงเสน่ห์ของซีรีส์ SNOWMAN ดั้งเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็ดูมั่นคงและมีมิติทางสถาปัตยกรรมมากขึ้นอย่างชัดเจนนอกเหนือจากการปรับโฉมด้านรูปลักษณ์ SNOWMAN12 ยังออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ต้องเสียบสาย พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 260 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง Minhyuk Cho ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาของแบรนด์ระบุว่า รุ่นใหม่นี้ยกระดับทั้งประสิทธิภาพแบตเตอรี่และความสว่างขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์พกพาที่แบรนด์มีอยู่เดิม จนเป็นโคมไฟที่ “ใช้งานได้นานขึ้น สว่างขึ้น และให้อิสระในการใช้งานมากขึ้น”SNOWMAN12 วางจำหน่ายในราคา 100,000 วอนเกาหลี (ราว 71 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยขณะนี้สั่งซื้อได้ผ่าน เว็บไซต์ทางการ ของ ILKW และตัวแทนจำหน่ายที่คัดสรรแล้วทั่วโลก  View this post on Instagram</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/ilkw-by-ilkwang-lighting-snowman12-portable-lamp-release-info" title="ILKW อัปเกรดโคมไฟ SNOWMAN สุดฮิต แบตใช้งานได้นาน 260 ชั่วโมง" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:47:27 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/ilkw-by-ilkwang-lighting-snowman12-portable-lamp-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30476</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Filkw-by-ilkwang-lighting-snowman12-portable-lamp-release-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ILKW เปิดตัวโคมไฟพกพา SNOWMAN12 ดีไซน์สนุกสนานแต่ให้ฟีลสถาปัตยกรรมสุดโมเดิร์นมาพร้อมตัวโคมทูโทนตัดกันอย่างเด่นชัด และแอบเก๋ด้วยแShade ขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 12 ซม.สนนราคาราว ๆ 71 ดอลลาร์สหรัฐฯ ให้แสงสว่างไร้สายได้นานสูงสุดถึง 260 ชั่วโมง</p><p>สตูดิโอออกแบบแสงสว่างจากเกาหลีใต้ <a href="https://ilkwdesign.com/" rel="noopener" target="_blank">ILKW</a> (ILKWANG Lighting) เติมสมาชิกใหม่ให้ไลน์โคมไฟอันเป็นเอกลักษณ์ด้วย SNOWMAN12 Portable Lamp โคมไฟรุ่นใหม่นี้ต่อยอดซิลูเอตชวนสนุกที่หลายคนหลงรักจากรุ่นก่อนหน้า โดยผสานรูปทรงเรขาคณิตที่เปี่ยมลูกเล่นเข้ากับการใช้งานได้อย่างลงตัว</p><p>ในแง่ดีไซน์ โคมไฟรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าด้วยรูปทรงที่โดดเด่นและชัดเจนยิ่งขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่โป๊ะโคมซึ่งขยายขนาดเป็นเส้นผ่านศูนย์กลาง 12 ซม. เพื่อรองรับโป๊ะโคมที่กว้างขึ้น ทีมออกแบบจึงเพิ่มน้ำหนักให้ตัวโคมด้วยดีไซน์ทูโทนที่ใช้วัสดุและสีสันตัดกัน ส่งให้ผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้มีคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นเป็นพิเศษ</p><p>Sunman Kwon ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ อธิบายถึงพัฒนาการด้านดีไซน์ครั้งนี้ว่า โป๊ะโคมที่ขยายใหญ่ขึ้นทำให้ตัวโคมต้องมีน้ำหนักมากขึ้นตามไปด้วย จึงนำ “แผ่นฐานทรงคล้ายบอลลูนเพื่อสร้างสมดุลให้รูปทรงโดยรวม” มาใช้ ความใส่ใจในสัดส่วนนี้ทำให้โคมไฟยังคงเสน่ห์ของซีรีส์ SNOWMAN ดั้งเดิมไว้ ขณะเดียวกันก็ดูมั่นคงและมีมิติทางสถาปัตยกรรมมากขึ้นอย่างชัดเจน</p><p>นอกเหนือจากการปรับโฉมด้านรูปลักษณ์ SNOWMAN12 ยังออกแบบมาให้ใช้งานได้อย่างคล่องตัวโดยไม่ต้องเสียบสาย พร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 260 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง Minhyuk Cho ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาของแบรนด์ระบุว่า รุ่นใหม่นี้ยกระดับทั้งประสิทธิภาพแบตเตอรี่และความสว่างขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์พกพาที่แบรนด์มีอยู่เดิม จนเป็นโคมไฟที่ “ใช้งานได้นานขึ้น สว่างขึ้น และให้อิสระในการใช้งานมากขึ้น”</p><p>SNOWMAN12 วางจำหน่ายในราคา 100,000 วอนเกาหลี (ราว 71 ดอลลาร์สหรัฐ) โดยขณะนี้สั่งซื้อได้ผ่าน <a href="https://brand.naver.com/iklamp" rel="noopener" target="_blank">เว็บไซต์ทางการ</a> ของ ILKW และตัวแทนจำหน่ายที่คัดสรรแล้วทั่วโลก</p><p><center></center></p><blockquote class="instagram-media bypass" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/p/DbsNQwBkdyj/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="14" style=" background:#FFF; border:0; border-radius:3px; box-shadow:0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width:658px; min-width:326px; padding:0; width:99.375%; width:-webkit-calc(100% - 2px); width:calc(100% - 2px);"><div style="padding:16px;"> <a href="https://www.instagram.com/p/DbsNQwBkdyj/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" rel="noopener" style=" background:#FFFFFF; line-height:0; padding:0 0; text-align:center; text-decoration:none; width:100%;" target="_blank"> </p><div style=" display: flex; flex-direction: row; align-items: center;"><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div><div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div></div></div><div style="padding: 19% 0;"></div><div style="display:block; height:50px; margin:0 auto 12px; width:50px;"><svg height="50px" version="1.1" viewbox="0 0 60 60" width="50px" xmlns="https://www.w3.org/2000/svg" xmlns:xlink="https://www.w3.org/1999/xlink"><g fill="none" fill-rule="evenodd" stroke="none" stroke-width="1"><g fill="#000000" transform="translate(-511.000000, -20.000000)"><g><path d="M556.869,30.41 C554.814,30.41 553.148,32.076 553.148,34.131 C553.148,36.186 554.814,37.852 556.869,37.852 C558.924,37.852 560.59,36.186 560.59,34.131 C560.59,32.076 558.924,30.41 556.869,30.41 M541,60.657 C535.114,60.657 530.342,55.887 530.342,50 C530.342,44.114 535.114,39.342 541,39.342 C546.887,39.342 551.658,44.114 551.658,50 C551.658,55.887 546.887,60.657 541,60.657 M541,33.886 C532.1,33.886 524.886,41.1 524.886,50 C524.886,58.899 532.1,66.113 541,66.113 C549.9,66.113 557.115,58.899 557.115,50 C557.115,41.1 549.9,33.886 541,33.886 M565.378,62.101 C565.244,65.022 564.756,66.606 564.346,67.663 C563.803,69.06 563.154,70.057 562.106,71.106 C561.058,72.155 560.06,72.803 558.662,73.347 C557.607,73.757 556.021,74.244 553.102,74.378 C549.944,74.521 548.997,74.552 541,74.552 C533.003,74.552 532.056,74.521 528.898,74.378 C525.979,74.244 524.393,73.757 523.338,73.347 C521.94,72.803 520.942,72.155 519.894,71.106 C518.846,70.057 518.197,69.06 517.654,67.663 C517.244,66.606 516.755,65.022 516.623,62.101 C516.479,58.943 516.448,57.996 516.448,50 C516.448,42.003 516.479,41.056 516.623,37.899 C516.755,34.978 517.244,33.391 517.654,32.338 C518.197,30.938 518.846,29.942 519.894,28.894 C520.942,27.846 521.94,27.196 523.338,26.654 C524.393,26.244 525.979,25.756 528.898,25.623 C532.057,25.479 533.004,25.448 541,25.448 C548.997,25.448 549.943,25.479 553.102,25.623 C556.021,25.756 557.607,26.244 558.662,26.654 C560.06,27.196 561.058,27.846 562.106,28.894 C563.154,29.942 563.803,30.938 564.346,32.338 C564.756,33.391 565.244,34.978 565.378,37.899 C565.522,41.056 565.552,42.003 565.552,50 C565.552,57.996 565.522,58.943 565.378,62.101 M570.82,37.631 C570.674,34.438 570.167,32.258 569.425,30.349 C568.659,28.377 567.633,26.702 565.965,25.035 C564.297,23.368 562.623,22.342 560.652,21.575 C558.743,20.834 556.562,20.326 553.369,20.18 C550.169,20.033 549.148,20 541,20 C532.853,20 531.831,20.033 528.631,20.18 C525.438,20.326 523.257,20.834 521.349,21.575 C519.376,22.342 517.703,23.368 516.035,25.035 C514.368,26.702 513.342,28.377 512.574,30.349 C511.834,32.258 511.326,34.438 511.181,37.631 C511.035,40.831 511,41.851 511,50 C511,58.147 511.035,59.17 511.181,62.369 C511.326,65.562 511.834,67.743 512.574,69.651 C513.342,71.625 514.368,73.296 516.035,74.965 C517.703,76.634 519.376,77.658 521.349,78.425 C523.257,79.167 525.438,79.673 528.631,79.82 C531.831,79.965 532.853,80.001 541,80.001 C549.148,80.001 550.169,79.965 553.369,79.82 C556.562,79.673 558.743,79.167 560.652,78.425 C562.623,77.658 564.297,76.634 565.965,74.965 C567.633,73.296 568.659,71.625 569.425,69.651 C570.167,67.743 570.674,65.562 570.82,62.369 C570.966,59.17 571,58.147 571,50 C571,41.851 570.966,40.831 570.82,37.631"></path></g></g></g></svg></div><div style="padding-top: 8px;"><div style=" color:#3897f0; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; font-style:normal; font-weight:550; line-height:18px;">View this post on Instagram</div></div><div style="padding: 12.5% 0;"></div><div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;"><div><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div><div style="background-color: #F4F4F4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div></div><div style="margin-left: 8px;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div><div style=" width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg)"></div></div><div style="margin-left: auto;"><div style=" width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div><div style=" width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div></div></div><div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center; margin-bottom: 24px;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 224px;"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 144px;"></div></div><p></a></div></blockquote><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/ilkw-by-ilkwang-lighting-snowman12-portable-lamp-release-info" title="ILKW อัปเกรดโคมไฟ SNOWMAN สุดฮิต แบตใช้งานได้นาน 260 ชั่วโมง" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=91623" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=91623" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Collier Schorr ถ่ายทอดแคมเปญ FW26 ของ Margaret Howell ผ่านเลนส์</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmargaret-howell-mhl-fall-winter-2026-campaign-collier-schorr-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>Margaret Howell เปิดตัวแคมเปญ Fall/Winter 2026 ที่ถ่ายทอดผ่านเลนส์ของ Collier Schorr ช่างภาพและศิลปินชาวอเมริกันผู้ได้รับการยอมรับ ภาพชุดนี้ถ่ายทำในนิวยอร์ก และนับเป็นหมุดหมายที่ชวนให้รู้สึกเหมือนได้วนกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง หลัง Schorr ชื่นชมแบรนด์อังกฤษแห่งนี้มาอย่างยาวนานถึง 26 ปี ในแคมเปญนี้ เธอนำภาษาภาพอันเป็นเอกลักษณ์มาใช้ โดยเน้นความตรงไปตรงมาอย่างสงบ เสน่ห์ของการเคลื่อนไหวทางกาย และท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติ พร้อมชวนเพื่อนและนางแบบที่เธอคุ้นเคยมาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณของเสื้อผ้า MHL. ซึ่งเคลื่อนไหวได้อย่างสบายและตอบโจทย์การใช้งานคอลเล็กชันนี้ยังคงสานต่อแนวทางของ Howell ที่สร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยและความประณีต ผ่านเทเลอริงทรงสบายแบบไร้เพศ ไอเท็มยูทิลิตี้ที่ลดทอนความแข็งกระด้างลง และพื้นผิวจากวัสดุธรรมชาติอันเป็นหัวใจของคอลเล็กชัน การคัดเลือกเพื่อนของ Schorr มาร่วมเป็นแบบยิ่งขับเน้นอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติและเปี่ยมความเป็นส่วนตัวของแคมเปญ เสื้อผ้าออกแบบมาเพื่อสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยผสานความเรียบหรูแบบไม่โอ้อวดเข้ากับฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง จึงเป็นไอเท็มพื้นฐานที่หยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายในทุกวันคอลเล็กชัน FW26 วางจำหน่ายแล้วผ่าน เว็บสโตร์ ของ Margaret Howell รวมถึงบูติกของแบรนด์</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/margaret-howell-mhl-fall-winter-2026-campaign-collier-schorr-info" title="Collier Schorr ถ่ายทอดแคมเปญ FW26 ของ Margaret Howell ผ่านเลนส์" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:44:06 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/margaret-howell-mhl-fall-winter-2026-campaign-collier-schorr-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30473</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmargaret-howell-mhl-fall-winter-2026-campaign-collier-schorr-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p>Margaret Howell เปิดตัวแคมเปญ Fall/Winter 2026 ที่ถ่ายทอดผ่านเลนส์ของ Collier Schorr ช่างภาพและศิลปินชาวอเมริกันผู้ได้รับการยอมรับ ภาพชุดนี้ถ่ายทำในนิวยอร์ก และนับเป็นหมุดหมายที่ชวนให้รู้สึกเหมือนได้วนกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง หลัง Schorr ชื่นชมแบรนด์อังกฤษแห่งนี้มาอย่างยาวนานถึง 26 ปี ในแคมเปญนี้ เธอนำภาษาภาพอันเป็นเอกลักษณ์มาใช้ โดยเน้นความตรงไปตรงมาอย่างสงบ เสน่ห์ของการเคลื่อนไหวทางกาย และท่วงท่าที่เป็นธรรมชาติ พร้อมชวนเพื่อนและนางแบบที่เธอคุ้นเคยมาร่วมถ่ายทอดจิตวิญญาณของเสื้อผ้า MHL. ซึ่งเคลื่อนไหวได้อย่างสบายและตอบโจทย์การใช้งาน</p><p>คอลเล็กชันนี้ยังคงสานต่อแนวทางของ Howell ที่สร้างสมดุลระหว่างประโยชน์ใช้สอยและความประณีต ผ่านเทเลอริงทรงสบายแบบไร้เพศ ไอเท็มยูทิลิตี้ที่ลดทอนความแข็งกระด้างลง และพื้นผิวจากวัสดุธรรมชาติอันเป็นหัวใจของคอลเล็กชัน การคัดเลือกเพื่อนของ Schorr มาร่วมเป็นแบบยิ่งขับเน้นอารมณ์ที่เป็นธรรมชาติและเปี่ยมความเป็นส่วนตัวของแคมเปญ เสื้อผ้าออกแบบมาเพื่อสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยผสานความเรียบหรูแบบไม่โอ้อวดเข้ากับฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง จึงเป็นไอเท็มพื้นฐานที่หยิบมามิกซ์แอนด์แมตช์ได้หลากหลายในทุกวัน</p><p>คอลเล็กชัน FW26 วางจำหน่ายแล้วผ่าน <a href="https://www.margarethowell.co.uk/" rel="noopener" target="_blank">เว็บสโตร์</a> ของ Margaret Howell รวมถึงบูติกของแบรนด์</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/margaret-howell-mhl-fall-winter-2026-campaign-collier-schorr-info" title="Collier Schorr ถ่ายทอดแคมเปญ FW26 ของ Margaret Howell ผ่านเลนส์" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=49465" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=49465" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Hirshhorn Sculpture Garden เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังรีดีไซน์ครั้งใหญ่ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fhirshhorn-sculpture-garden-reopening-washington-d-c-68-million-us-dollar-renovation-hiroshi-sugimoto-info-1.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>Hirshhorn Museum and Sculpture Garden ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เตรียมเปิดสวนประติมากรรมกลางแจ้งขนาด 1.3 เอเคอร์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่มูลค่า 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้เวลานาน 4 ปีโครงการนี้นำโดย Hiroshi Sugimoto ศิลปินและสถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเคยออกแบบล็อบบี้ของพิพิธภัณฑ์มาแล้ว นับเป็นการยกเครื่องครั้งครอบคลุมที่สุดของพื้นที่ทั้งหมดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1974 งานออกแบบของ Sugimoto ยังคงให้เกียรติวิสัยทัศน์โมเดิร์นนิสต์ดั้งเดิมของสถาปนิก Gordon Bunshaft อย่างรอบคอบ ควบคู่กับการแก้ไขความจำเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขยายการเข้าถึงสำหรับสาธารณชน และสร้างการเชื่อมต่ออย่างลื่นไหลระหว่างอาคารพิพิธภัณฑ์ ลานกลาง และสวน ผ่านอุโมงค์ใต้ดินที่เปิดใช้งานอีกครั้งหลังปิดมานานกว่าครึ่งศตวรรษเมื่อเปิดให้เข้าชม ภูมิทัศน์ที่ออกแบบใหม่จะจัดแสดงประติมากรรม 60 ชิ้น เกือบสองเท่าของความจุเดิม พร้อมนิทรรศการหมุนเวียน การจัดวางผลงานจะเชื่อมโยงโมเดิร์นนิสม์คลาสสิกเข้ากับแนวปฏิบัติศิลปะร่วมสมัย ครอบคลุมผลงานไอคอนิกจากคอลเล็กชันของ Joseph Hirshhorn ผู้บริจาคผู้ก่อตั้ง โดยปรมาจารย์อย่าง Auguste Rodin, Alberto Giacometti, Barbara Hepworth และ Henry Moore ซึ่งจะจัดแสดงเคียงข้างผลงานที่ได้มาใหม่ของศิลปินอย่าง KAWS, Izumi Kato, Lauren Halsey และ Raven Halfmoon นอกจากนี้ ยังมีสระน้ำสะท้อนภาพกลางสวนขนาดใหญ่และปรับใช้ได้อย่างยืดหยุ่น โดยสามารถระบายน้ำออกเพื่อใช้เป็นอัฒจันทร์สำหรับการแสดง รวมถึงพื้นที่จัดนิทรรศการโดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มต้นด้วย Yoshitomo Nara: Sentinels of Stillness ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Hirshhorn ในการนำเสนอศิลปะสาธารณะที่มีชีวิตชีวาและเข้าถึงได้บนเนชันแนลมอลล์Hirshhorn MuseumIndependence Ave SW และ 7th St SWกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. 20560 สหรัฐอเมริกา</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/hirshhorn-sculpture-garden-reopening-washington-d-c-68-million-us-dollar-renovation-hiroshi-sugimoto-info" title="Hirshhorn Sculpture Garden เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังรีดีไซน์ครั้งใหญ่ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:22:01 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/hirshhorn-sculpture-garden-reopening-washington-d-c-68-million-us-dollar-renovation-hiroshi-sugimoto-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30467</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[ศิลปะ]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fhirshhorn-sculpture-garden-reopening-washington-d-c-68-million-us-dollar-renovation-hiroshi-sugimoto-info-1.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p>Hirshhorn Museum and Sculpture Garden ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เตรียมเปิดสวนประติมากรรมกลางแจ้งขนาด 1.3 เอเคอร์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่อย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ตุลาคม 2026 หลังการปรับปรุงครั้งใหญ่มูลค่า 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งใช้เวลานาน 4 ปี</p><p>โครงการนี้นำโดย Hiroshi Sugimoto ศิลปินและสถาปนิกชาวญี่ปุ่นผู้มีชื่อเสียง ซึ่งเคยออกแบบล็อบบี้ของพิพิธภัณฑ์มาแล้ว นับเป็นการยกเครื่องครั้งครอบคลุมที่สุดของพื้นที่ทั้งหมดนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 1974 งานออกแบบของ Sugimoto ยังคงให้เกียรติวิสัยทัศน์โมเดิร์นนิสต์ดั้งเดิมของสถาปนิก Gordon Bunshaft อย่างรอบคอบ ควบคู่กับการแก้ไขความจำเป็นด้านโครงสร้างพื้นฐาน ขยายการเข้าถึงสำหรับสาธารณชน และสร้างการเชื่อมต่ออย่างลื่นไหลระหว่างอาคารพิพิธภัณฑ์ ลานกลาง และสวน ผ่านอุโมงค์ใต้ดินที่เปิดใช้งานอีกครั้งหลังปิดมานานกว่าครึ่งศตวรรษ</p><p>เมื่อเปิดให้เข้าชม ภูมิทัศน์ที่ออกแบบใหม่จะจัดแสดงประติมากรรม 60 ชิ้น เกือบสองเท่าของความจุเดิม พร้อมนิทรรศการหมุนเวียน การจัดวางผลงานจะเชื่อมโยงโมเดิร์นนิสม์คลาสสิกเข้ากับแนวปฏิบัติศิลปะร่วมสมัย ครอบคลุมผลงานไอคอนิกจากคอลเล็กชันของ Joseph Hirshhorn ผู้บริจาคผู้ก่อตั้ง โดยปรมาจารย์อย่าง Auguste Rodin, Alberto Giacometti, Barbara Hepworth และ Henry Moore ซึ่งจะจัดแสดงเคียงข้างผลงานที่ได้มาใหม่ของศิลปินอย่าง KAWS, Izumi Kato, Lauren Halsey และ Raven Halfmoon นอกจากนี้ ยังมีสระน้ำสะท้อนภาพกลางสวนขนาดใหญ่และปรับใช้ได้อย่างยืดหยุ่น โดยสามารถระบายน้ำออกเพื่อใช้เป็นอัฒจันทร์สำหรับการแสดง รวมถึงพื้นที่จัดนิทรรศการโดยเฉพาะ ซึ่งจะเริ่มต้นด้วย <em>Yoshitomo Nara: Sentinels of Stillness</em> ตอกย้ำความมุ่งมั่นของ Hirshhorn ในการนำเสนอศิลปะสาธารณะที่มีชีวิตชีวาและเข้าถึงได้บนเนชันแนลมอลล์</p><p><strong>Hirshhorn Museum</strong><br />Independence Ave SW และ 7th St SW<br />กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. 20560 สหรัฐอเมริกา</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/hirshhorn-sculpture-garden-reopening-washington-d-c-68-million-us-dollar-renovation-hiroshi-sugimoto-info" title="Hirshhorn Sculpture Garden เตรียมกลับมาเปิดอีกครั้ง หลังรีดีไซน์ครั้งใหญ่ 68 ล้านดอลลาร์สหรัฐ" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=77470" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=77470" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Ink ของ Danny Boyle เตรียมเข้าฉายในโรงช่วงฤดูหนาว ก่อนสตรีมทาง Netflix</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fdanny-boyles-rupert-murdoch-feature-ink-sets-winter-theatrical-debut-netflix-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Danny Boyle เรื่อง ‘Ink’ เตรียมเข้าฉายเฉพาะบางโรงในวันที่ 11 ธันวาคม ก่อนจะสตรีมบน Netflix วันที่ 8 มกราคม 2027ดัดแปลงจากบทละครเวทีเจ้าของรางวัล Tony ของ James Graham เล่าเรื่อง Rupert Murdoch และบรรณาธิการ Larry Lamb ในช่วงที่ทั้งคู่ร่วมกันปลุกสื่อแท็บลอยด์สัญชาติอังกฤษ ‘The Sun’ ให้ถือกำเนิดJack O'Connell, Guy Pearce และ Claire Foy นำทัพนักแสดงในโปรเจ็กต์ที่ถูกวางตัวให้เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Venice ครั้งที่ 83</p><div>Netflix ยืนยันกำหนดฉายอย่างเป็นทางการของ Ink ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Danny Boyle ที่เล่าเรื่องราวของ Rupert Murdoch โดย Ryan Gajewski และ John DiLillo เป็นผู้รายงานข่าวนี้เป็นครั้งแรก ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บางแห่งวันที่ 11 ธันวาคม 2026 ก่อนเผยแพร่ทาง Netflix ในสหรัฐอเมริกาและลาตินอเมริกา วันที่ 8 มกราคม 2027ดราม่าเรื่องนี้ดัดแปลงโดย James Graham นักเขียนบทละครเวที จากผลงานละครของเขาเองที่คว้ารางวัล Tony โดยสำรวจการเปลี่ยนผ่านอันเดิมพันสูงของวงการหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ยุคใหม่ เรื่องราวติดตาม Rupert Murdoch (Guy Pearce) เจ้าพ่อสื่อผู้ว่าจ้าง Larry Lamb (Jack O’Connell) บรรณาธิการ มาปรับโฉมหนังสือพิมพ์อังกฤษ The Sun ให้กลายเป็นขุมพลังสื่อที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดประชานิยม ด้าน Claire Foy ร่วมแสดงในบท Jules Daviesโปรเจ็กต์นี้อำนวยการสร้างโดย StudioCanal, Media Res และ House Productions ร่วมกับ Boyle, Tracey Seaward, Tessa Ross และ Michael Ellenberg ถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นกับสื่อดั้งเดิม ก่อนยุคดิจิทัลจะมาถึงนานหลายปี ก่อนเข้าฉายในโรงและสตรีมมิง Ink จะเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกในสายประกวด ในฐานะภาพยนตร์เปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 83 วันที่ 2 กันยายน ก่อนเดินทางไปฉายต่อที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโตInk มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บางแห่งวันที่ 11 ธันวาคม 2026 ก่อนสตรีมทั่วโลกทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2027</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/danny-boyles-rupert-murdoch-feature-ink-sets-winter-theatrical-debut-netflix-release-info" title="Ink ของ Danny Boyle เตรียมเข้าฉายในโรงช่วงฤดูหนาว ก่อนสตรีมทาง Netflix" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:21:37 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/danny-boyles-rupert-murdoch-feature-ink-sets-winter-theatrical-debut-netflix-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30470</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[ภาพยนตร์และทีวี]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fdanny-boyles-rupert-murdoch-feature-ink-sets-winter-theatrical-debut-netflix-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Danny Boyle เรื่อง ‘Ink’ เตรียมเข้าฉายเฉพาะบางโรงในวันที่ 11 ธันวาคม ก่อนจะสตรีมบน Netflix วันที่ 8 มกราคม 2027ดัดแปลงจากบทละครเวทีเจ้าของรางวัล Tony ของ James Graham เล่าเรื่อง Rupert Murdoch และบรรณาธิการ Larry Lamb ในช่วงที่ทั้งคู่ร่วมกันปลุกสื่อแท็บลอยด์สัญชาติอังกฤษ ‘The Sun’ ให้ถือกำเนิดJack O'Connell, Guy Pearce และ Claire Foy นำทัพนักแสดงในโปรเจ็กต์ที่ถูกวางตัวให้เปิดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ Venice ครั้งที่ 83</p><p>Netflix ยืนยันกำหนดฉายอย่างเป็นทางการของ <i data-index-in-node="58" data-path-to-node="13">Ink</i> ภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ Danny Boyle ที่เล่าเรื่องราวของ Rupert Murdoch โดย Ryan Gajewski และ John DiLillo เป็นผู้รายงานข่าวนี้เป็นครั้งแรก ภาพยนตร์มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บางแห่งวันที่ 11 ธันวาคม 2026 ก่อนเผยแพร่ทาง Netflix ในสหรัฐอเมริกาและลาตินอเมริกา วันที่ 8 มกราคม 2027</p><p data-path-to-node="15">ดราม่าเรื่องนี้ดัดแปลงโดย James Graham นักเขียนบทละครเวที จากผลงานละครของเขาเองที่คว้ารางวัล Tony โดยสำรวจการเปลี่ยนผ่านอันเดิมพันสูงของวงการหนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ยุคใหม่ เรื่องราวติดตาม Rupert Murdoch (Guy Pearce) เจ้าพ่อสื่อผู้ว่าจ้าง Larry Lamb (Jack O’Connell) บรรณาธิการ มาปรับโฉมหนังสือพิมพ์อังกฤษ <i data-index-in-node="290" data-path-to-node="15">The Sun</i> ให้กลายเป็นขุมพลังสื่อที่ขับเคลื่อนด้วยแนวคิดประชานิยม ด้าน Claire Foy ร่วมแสดงในบท Jules Davies</p><p data-path-to-node="16">โปรเจ็กต์นี้อำนวยการสร้างโดย StudioCanal, Media Res และ House Productions ร่วมกับ Boyle, Tracey Seaward, Tessa Ross และ Michael Ellenberg ถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดขึ้นกับสื่อดั้งเดิม ก่อนยุคดิจิทัลจะมาถึงนานหลายปี ก่อนเข้าฉายในโรงและสตรีมมิง <i data-index-in-node="260" data-path-to-node="16">Ink</i> จะเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลกในสายประกวด ในฐานะภาพยนตร์เปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 83 วันที่ 2 กันยายน ก่อนเดินทางไปฉายต่อที่เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตรอนโต</p><p data-path-to-node="16"><i data-index-in-node="0" data-path-to-node="18">Ink</i> มีกำหนดเข้าฉายในโรงภาพยนตร์บางแห่งวันที่ 11 ธันวาคม 2026 ก่อนสตรีมทั่วโลกทาง Netflix ตั้งแต่วันที่ 8 มกราคม 2027</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/danny-boyles-rupert-murdoch-feature-ink-sets-winter-theatrical-debut-netflix-release-info" title="Ink ของ Danny Boyle เตรียมเข้าฉายในโรงช่วงฤดูหนาว ก่อนสตรีมทาง Netflix" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=20849" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=20849" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Numbra คอลเล็กชันโคมไฟแรกจาก Teruhiro Yanagihara เพื่อ &amp;Tradition ที่บาลานซ์แสงและเงาด้วยความเรียบง่ายเหนือกาลเวลา</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Ffttradition-teruhiro-yanagihara-numbra-ty1-pendant-ty3-portable-lamp-release-info.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>&amp;Tradition เปิดตัว Numbra คอลเล็กชันโคมไฟชุดแรกที่ออกแบบโดย Teruhiro Yanagiharaรุ่น TY1 Pendant โดดเด่นด้วยซิลูเอตทรงเส้นตรงยาว 122 ซม. ผลิตจากไม้โอ๊คและอะลูมิเนียมส่วน TY3 Portable Lamp มาในดีไซน์กะทัดรัด ชาร์จซ้ำได้ พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง</p><div>&amp;Tradition แบรนด์ดีไซน์จากเดนมาร์ก เปิดตัว Numbra คอลเล็กชันโคมไฟชุดแรกที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น Teruhiro Yanagihara ประกอบด้วยโคมแขวน TY1 Pendant และโคมไฟพกพา TY3 Portable Lamp ซึ่งถ่ายทอดความเรียบง่ายในระดับพื้นฐาน ผ่านการจับคู่ไม้โอ๊กเคลือบแลคเกอร์กับอะลูมิเนียมขัดผิว ให้ความงามแบบมินิมอลที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมการแสดงออกNumbra TY1 Pendant มีจุดตั้งต้นจากแนวคิดเรื่องเส้นตรง จึงมาในรูปทรงเส้นยาวที่สมดุลระหว่างความชัดเจนและความอบอุ่น เมื่ออยู่ในพื้นที่ภายใน โคมไฟรุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นจุดเด่นกลางห้องที่ลอยตัวอย่างสง่างาม เหมาะสำหรับกำหนดบรรยากาศให้พื้นที่รับประทานอาหารหรือห้องนั่งเล่นด้วยซิลูเอตมินิมอลอันสงบนิ่ง ตัวโคมผลิตจากแผ่นไม้โอ๊กตันเคลือบแลคเกอร์และชิ้นส่วนอะลูมิเนียมขัดผิว พร้อมแผ่นกระจายแสงอะคริลิกและแกนสเตนเลส เพื่อให้แสงนุ่มนวลที่ปรับหรี่ได้ ด้วยความยาว 122 ซม. จึงออกแบบมาสำหรับพื้นที่ใช้งานร่วมกัน ใช้แหล่งกำเนิดแสง LED กำลัง 15 วัตต์ ให้ความสว่าง 700 ลูเมน และแสงโทนอุ่น 2400 เคลวิน นอกเหนือจากรูปลักษณ์ โคมไฟยังคำนึงถึงความยั่งยืน ด้วยไม้ที่ได้รับการรับรอง FSC แลคเกอร์สูตรน้ำ และโครงสร้างที่ออกแบบให้ถอดแยกชิ้นส่วนได้ เพื่อรองรับการซ่อมแซมและรีไซเคิลNumbra TY3 Portable Lamp นำภาษาการออกแบบเดียวกันจากโคมแขวนมาตีความใหม่ในรูปแบบกะทัดรัด ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ด้วยการออกแบบที่ปรับใช้ได้หลากหลาย TY3 เติมความสง่างามอย่างเงียบงามและแสงสว่างนุ่มนวลให้กับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะวางบนชั้นหนังสือหรือโต๊ะข้างเตียง ก่อนย้ายออกไปยังระเบียงยามค่ำได้อย่างลงตัว ตัวโคมสูง 25.5 ซม. มาพร้อมระบบหรี่ไฟ 3 ระดับ แบตเตอรี่ชาร์จซ้ำได้ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง และระบบชาร์จ USB แบบแม่เหล็ก เช่นเดียวกับโคมแขวน รุ่นนี้ผลิตจากไม้โอ๊ก อะลูมิเนียม และอะคริลิกพ่นทราย ตอกย้ำแนวคิดของ Yanagihara ที่ให้ความสำคัญกับความแท้จริงของวัสดุและความเรียบง่ายที่สัมผัสได้ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงราคาและกำหนดวางจำหน่ายของซีรีส์ Numbra ได้ที่ เว็บไซต์ ของ &amp;Tradition</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/tradition-teruhiro-yanagihara-numbra-ty1-pendant-ty3-portable-lamp-release-info" title="Numbra คอลเล็กชันโคมไฟแรกจาก Teruhiro Yanagihara เพื่อ &amp;Tradition ที่บาลานซ์แสงและเงาด้วยความเรียบง่ายเหนือกาลเวลา" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 09:19:55 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/tradition-teruhiro-yanagihara-numbra-ty1-pendant-ty3-portable-lamp-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30460</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[ดีไซน์]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Ffttradition-teruhiro-yanagihara-numbra-ty1-pendant-ty3-portable-lamp-release-info.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>&amp;Tradition เปิดตัว Numbra คอลเล็กชันโคมไฟชุดแรกที่ออกแบบโดย Teruhiro Yanagiharaรุ่น TY1 Pendant โดดเด่นด้วยซิลูเอตทรงเส้นตรงยาว 122 ซม. ผลิตจากไม้โอ๊คและอะลูมิเนียมส่วน TY3 Portable Lamp มาในดีไซน์กะทัดรัด ชาร์จซ้ำได้ พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานต่อเนื่อง 10 ชั่วโมง</p><p>&amp;Tradition แบรนด์ดีไซน์จากเดนมาร์ก เปิดตัว Numbra คอลเล็กชันโคมไฟชุดแรกที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น <a href="https://www.instagram.com/teruhiroyanagiharastudio/">Teruhiro Yanagihara</a> ประกอบด้วยโคมแขวน TY1 Pendant และโคมไฟพกพา TY3 Portable Lamp ซึ่งถ่ายทอดความเรียบง่ายในระดับพื้นฐาน ผ่านการจับคู่ไม้โอ๊กเคลือบแลคเกอร์กับอะลูมิเนียมขัดผิว ให้ความงามแบบมินิมอลที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมการแสดงออก</p><p>Numbra TY1 Pendant มีจุดตั้งต้นจากแนวคิดเรื่องเส้นตรง จึงมาในรูปทรงเส้นยาวที่สมดุลระหว่างความชัดเจนและความอบอุ่น เมื่ออยู่ในพื้นที่ภายใน โคมไฟรุ่นนี้ทำหน้าที่เป็นจุดเด่นกลางห้องที่ลอยตัวอย่างสง่างาม เหมาะสำหรับกำหนดบรรยากาศให้พื้นที่รับประทานอาหารหรือห้องนั่งเล่นด้วยซิลูเอตมินิมอลอันสงบนิ่ง ตัวโคมผลิตจากแผ่นไม้โอ๊กตันเคลือบแลคเกอร์และชิ้นส่วนอะลูมิเนียมขัดผิว พร้อมแผ่นกระจายแสงอะคริลิกและแกนสเตนเลส เพื่อให้แสงนุ่มนวลที่ปรับหรี่ได้ ด้วยความยาว 122 ซม. จึงออกแบบมาสำหรับพื้นที่ใช้งานร่วมกัน ใช้แหล่งกำเนิดแสง LED กำลัง 15 วัตต์ ให้ความสว่าง 700 ลูเมน และแสงโทนอุ่น 2400 เคลวิน นอกเหนือจากรูปลักษณ์ โคมไฟยังคำนึงถึงความยั่งยืน ด้วยไม้ที่ได้รับการรับรอง FSC แลคเกอร์สูตรน้ำ และโครงสร้างที่ออกแบบให้ถอดแยกชิ้นส่วนได้ เพื่อรองรับการซ่อมแซมและรีไซเคิล</p><p>Numbra TY3 Portable Lamp นำภาษาการออกแบบเดียวกันจากโคมแขวนมาตีความใหม่ในรูปแบบกะทัดรัด ใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ด้วยการออกแบบที่ปรับใช้ได้หลากหลาย TY3 เติมความสง่างามอย่างเงียบงามและแสงสว่างนุ่มนวลให้กับทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะวางบนชั้นหนังสือหรือโต๊ะข้างเตียง ก่อนย้ายออกไปยังระเบียงยามค่ำได้อย่างลงตัว ตัวโคมสูง 25.5 ซม. มาพร้อมระบบหรี่ไฟ 3 ระดับ แบตเตอรี่ชาร์จซ้ำได้ที่ใช้งานได้นานสูงสุด 10 ชั่วโมง และระบบชาร์จ USB แบบแม่เหล็ก เช่นเดียวกับโคมแขวน รุ่นนี้ผลิตจากไม้โอ๊ก อะลูมิเนียม และอะคริลิกพ่นทราย ตอกย้ำแนวคิดของ Yanagihara ที่ให้ความสำคัญกับความแท้จริงของวัสดุและความเรียบง่ายที่สัมผัสได้</p><p>ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับช่วงราคาและกำหนดวางจำหน่ายของซีรีส์ Numbra ได้ที่ <a href="https://www.andtradition.com/">เว็บไซต์</a> ของ &amp;Tradition</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/tradition-teruhiro-yanagihara-numbra-ty1-pendant-ty3-portable-lamp-release-info" title="Numbra คอลเล็กชันโคมไฟแรกจาก Teruhiro Yanagihara เพื่อ &amp;Tradition ที่บาลานซ์แสงและเงาด้วยความเรียบง่ายเหนือกาลเวลา" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=46600" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=46600" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>WIND AND SEA และ Dickies เปิดตัวคอลเล็กชันร่วม FW26</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fwind-and-sea-dickies-fw26-collaboration-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>WIND AND SEA และ Dickies เปิดตัวคอลเลกชันคอลแลบ Fall/Winter 2026 ร่วมกันแล้วไลน์นี้โฟกัสที่เวิร์กแวร์ฟังก์ชันนัลชิ้นเด็ด อย่างแจ็กเก็ตช่าง กางเกงยูทิลิตี้ และเสื้อยืดคอลเลกชันแคปซูลนี้มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2026</p><div>WIND AND SEA จับมือ Dickies แบรนด์เวิร์กแวร์ระดับไอคอนจากอเมริกา เปิดตัวคอลเล็กชัน WIND AND SEA x Dickies Fall/Winter 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยผสานอิทธิพลจากสตรีทคัลเจอร์ญี่ปุ่นร่วมสมัยเข้ากับซิลูเอตเวิร์กแวร์แบบดั้งเดิมแคปซูลคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 นี้นำแนวทางการออกแบบที่เท่าทันเทรนด์ของ WIND AND SEA มาผสานกับมรดกเวิร์กแวร์ของ Dickies ซึ่งสืบย้อนไปถึงปี 1922 จึงเน้นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในทุกวันที่ทนทาน โดยมีไอเท็มเวิร์กแวร์คลาสสิกเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็กเก็ตชอร์เวอร์ชันปรับโฉม กางเกงยูทิลิตี้ และเสื้อยืดแบรนด์ร่วมคอลเล็กชันนี้นำองค์ประกอบด้านฟังก์ชันแบบคลาสสิกมาปรับให้เข้ากับตู้เสื้อผ้ายุคใหม่ ผสานงานตัดเย็บที่แข็งแรงทนทานในแบบ Dickies เข้ากับสไตลิ่งสตรีทแวร์ของ WIND AND SEAคอลเล็กชัน WIND AND SEA x Dickies 2026 FW จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2026 ทางออนไลน์  View this post on InstagramA post shared by WIND AND SEA (@windandsea_wear)</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/wind-and-sea-dickies-fw26-collaboration-release-info" title="WIND AND SEA และ Dickies เปิดตัวคอลเล็กชันร่วม FW26" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:55:30 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/wind-and-sea-dickies-fw26-collaboration-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30457</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fwind-and-sea-dickies-fw26-collaboration-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>WIND AND SEA และ Dickies เปิดตัวคอลเลกชันคอลแลบ Fall/Winter 2026 ร่วมกันแล้วไลน์นี้โฟกัสที่เวิร์กแวร์ฟังก์ชันนัลชิ้นเด็ด อย่างแจ็กเก็ตช่าง กางเกงยูทิลิตี้ และเสื้อยืดคอลเลกชันแคปซูลนี้มีกำหนดวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2026</p><p>WIND AND SEA จับมือ Dickies แบรนด์เวิร์กแวร์ระดับไอคอนจากอเมริกา เปิดตัวคอลเล็กชัน WIND AND SEA x Dickies Fall/Winter 2026 ที่กำลังจะมาถึง โดยผสานอิทธิพลจากสตรีทคัลเจอร์ญี่ปุ่นร่วมสมัยเข้ากับซิลูเอตเวิร์กแวร์แบบดั้งเดิม</p><p>แคปซูลคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 นี้นำแนวทางการออกแบบที่เท่าทันเทรนด์ของ WIND AND SEA มาผสานกับมรดกเวิร์กแวร์ของ Dickies ซึ่งสืบย้อนไปถึงปี 1922 จึงเน้นเสื้อผ้าสำหรับสวมใส่ในทุกวันที่ทนทาน โดยมีไอเท็มเวิร์กแวร์คลาสสิกเป็นหัวใจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อแจ็กเก็ตชอร์เวอร์ชันปรับโฉม กางเกงยูทิลิตี้ และเสื้อยืดแบรนด์ร่วม</p><p>คอลเล็กชันนี้นำองค์ประกอบด้านฟังก์ชันแบบคลาสสิกมาปรับให้เข้ากับตู้เสื้อผ้ายุคใหม่ ผสานงานตัดเย็บที่แข็งแรงทนทานในแบบ Dickies เข้ากับสไตลิ่งสตรีทแวร์ของ WIND AND SEA</p><p>คอลเล็กชัน WIND AND SEA x Dickies 2026 FW จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคม 2026 <a href="https://windandsea.jp" rel="noopener" target="_blank">ทางออนไลน์</a></p><blockquote class="instagram-media bypass" data-instgrm-captioned="" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/reel/Db222hbBcmn/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="14" style=" background:#FFF; border:0; border-radius:3px; box-shadow:0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width:540px; min-width:326px; padding:0; width:99.375%; width:-webkit-calc(100% - 2px); width:calc(100% - 2px);"><div style="padding:16px;"> <a href="https://www.instagram.com/reel/Db222hbBcmn/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" rel="noopener" style=" background:#FFFFFF; line-height:0; padding:0 0; text-align:center; text-decoration:none; width:100%;" target="_blank"> </p><div style=" display: flex; flex-direction: row; align-items: center;"><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div><div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div></div></div><div style="padding: 19% 0;"></div><div style="display:block; height:50px; margin:0 auto 12px; width:50px;"><svg height="50px" version="1.1" viewbox="0 0 60 60" width="50px" xmlns="https://www.w3.org/2000/svg" xmlns:xlink="https://www.w3.org/1999/xlink"><g fill="none" fill-rule="evenodd" stroke="none" stroke-width="1"><g fill="#000000" transform="translate(-511.000000, -20.000000)"><g><path d="M556.869,30.41 C554.814,30.41 553.148,32.076 553.148,34.131 C553.148,36.186 554.814,37.852 556.869,37.852 C558.924,37.852 560.59,36.186 560.59,34.131 C560.59,32.076 558.924,30.41 556.869,30.41 M541,60.657 C535.114,60.657 530.342,55.887 530.342,50 C530.342,44.114 535.114,39.342 541,39.342 C546.887,39.342 551.658,44.114 551.658,50 C551.658,55.887 546.887,60.657 541,60.657 M541,33.886 C532.1,33.886 524.886,41.1 524.886,50 C524.886,58.899 532.1,66.113 541,66.113 C549.9,66.113 557.115,58.899 557.115,50 C557.115,41.1 549.9,33.886 541,33.886 M565.378,62.101 C565.244,65.022 564.756,66.606 564.346,67.663 C563.803,69.06 563.154,70.057 562.106,71.106 C561.058,72.155 560.06,72.803 558.662,73.347 C557.607,73.757 556.021,74.244 553.102,74.378 C549.944,74.521 548.997,74.552 541,74.552 C533.003,74.552 532.056,74.521 528.898,74.378 C525.979,74.244 524.393,73.757 523.338,73.347 C521.94,72.803 520.942,72.155 519.894,71.106 C518.846,70.057 518.197,69.06 517.654,67.663 C517.244,66.606 516.755,65.022 516.623,62.101 C516.479,58.943 516.448,57.996 516.448,50 C516.448,42.003 516.479,41.056 516.623,37.899 C516.755,34.978 517.244,33.391 517.654,32.338 C518.197,30.938 518.846,29.942 519.894,28.894 C520.942,27.846 521.94,27.196 523.338,26.654 C524.393,26.244 525.979,25.756 528.898,25.623 C532.057,25.479 533.004,25.448 541,25.448 C548.997,25.448 549.943,25.479 553.102,25.623 C556.021,25.756 557.607,26.244 558.662,26.654 C560.06,27.196 561.058,27.846 562.106,28.894 C563.154,29.942 563.803,30.938 564.346,32.338 C564.756,33.391 565.244,34.978 565.378,37.899 C565.522,41.056 565.552,42.003 565.552,50 C565.552,57.996 565.522,58.943 565.378,62.101 M570.82,37.631 C570.674,34.438 570.167,32.258 569.425,30.349 C568.659,28.377 567.633,26.702 565.965,25.035 C564.297,23.368 562.623,22.342 560.652,21.575 C558.743,20.834 556.562,20.326 553.369,20.18 C550.169,20.033 549.148,20 541,20 C532.853,20 531.831,20.033 528.631,20.18 C525.438,20.326 523.257,20.834 521.349,21.575 C519.376,22.342 517.703,23.368 516.035,25.035 C514.368,26.702 513.342,28.377 512.574,30.349 C511.834,32.258 511.326,34.438 511.181,37.631 C511.035,40.831 511,41.851 511,50 C511,58.147 511.035,59.17 511.181,62.369 C511.326,65.562 511.834,67.743 512.574,69.651 C513.342,71.625 514.368,73.296 516.035,74.965 C517.703,76.634 519.376,77.658 521.349,78.425 C523.257,79.167 525.438,79.673 528.631,79.82 C531.831,79.965 532.853,80.001 541,80.001 C549.148,80.001 550.169,79.965 553.369,79.82 C556.562,79.673 558.743,79.167 560.652,78.425 C562.623,77.658 564.297,76.634 565.965,74.965 C567.633,73.296 568.659,71.625 569.425,69.651 C570.167,67.743 570.674,65.562 570.82,62.369 C570.966,59.17 571,58.147 571,50 C571,41.851 570.966,40.831 570.82,37.631"></path></g></g></g></svg></div><div style="padding-top: 8px;"><div style=" color:#3897f0; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; font-style:normal; font-weight:550; line-height:18px;">View this post on Instagram</div></div><div style="padding: 12.5% 0;"></div><div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;"><div><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div><div style="background-color: #F4F4F4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div></div><div style="margin-left: 8px;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div><div style=" width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg)"></div></div><div style="margin-left: auto;"><div style=" width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div><div style=" width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div></div></div><div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center; margin-bottom: 24px;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 224px;"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 144px;"></div></div><p></a></p><p style=" color:#c9c8cd; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; line-height:17px; margin-bottom:0; margin-top:8px; overflow:hidden; padding:8px 0 7px; text-align:center; text-overflow:ellipsis; white-space:nowrap;"><a href="https://www.instagram.com/reel/Db222hbBcmn/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" rel="noopener" style=" color:#c9c8cd; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; font-style:normal; font-weight:normal; line-height:17px; text-decoration:none;" target="_blank">A post shared by WIND AND SEA (@windandsea_wear)</a></p></div></blockquote><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/wind-and-sea-dickies-fw26-collaboration-release-info" title="WIND AND SEA และ Dickies เปิดตัวคอลเล็กชันร่วม FW26" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=52432" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=52432" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Mizuno Wave Prophecy LS มาใน 2 สีเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ KICKS LAB</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmizuno-wave-prophecy-ls-light-gray-black-lime-green-d1ga333711-charcoal-silver-blue-d1ga333712-kicks-lab-exclusive-release-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>ชื่อรุ่น: Mizuno Wave Prophecy LS “Light Grey” &amp; “Charcoal”สี: Light Gray/Black/Lime Green, Charcoal/Silver/Blueรหัสสินค้า: D1GA333711, D1GA333712ราคาขายปลีกแนะนำ: 27,500 เยน (ประมาณ 173 ดอลลาร์สหรัฐ)วันวางจำหน่าย: 14 สิงหาคมวางจำหน่ายที่: KICKS LAB.KICKS LAB บูติกสนีกเกอร์จากโตเกียว เตรียมวางจำหน่าย Mizuno Wave Prophecy LS แบบเอ็กซ์คลูซีฟใน 2 สีสะดุดตา ได้แก่ “Light Grey” และ “Charcoal” ทั้งสองคู่มาพร้อมมิดโซล Infinity Wave เต็มความยาว อันเป็นเอกลักษณ์ของ Prophecy โดยออกแบบโครงสร้างเชิงประติมากรรมเพื่อเสริมความมั่นคงและรองรับแรงกระแทก อัปเปอร์ประกอบด้วยเมชซ้อนชั้นและแผงวัสดุสังเคราะห์ ให้ทั้งการระบายอากาศและโครงสร้างที่กระชับ พร้อมขับลุคฟิวเจอริสติกซึ่งเป็นนิยามของไลน์ Prophecy ให้เด่นชัดอัปเปอร์สร้างขึ้นจากฐานเมชเนื้อละเอียดที่ระบายอากาศได้ดี เสริมความแข็งแรงอย่างมีกลยุทธ์ด้วยโอเวอร์เลย์วัสดุสังเคราะห์ซ้อนชั้นที่มีเส้นสายเคลื่อนไหว รุ่น “Light Grey” มาในลุคโทนสีเดียวที่เรียบคม พร้อมประกายเมทัลลิกบางเบาซึ่งช่วยขับรายละเอียดของแผงอัปเปอร์อันซับซ้อนให้โดดเด่น ขณะที่สี “Charcoal” ให้ภาพลักษณ์เข้มและลึกลับกว่า โดยเน้นพื้นผิวแมตต์และคอนทราสต์หม่นลึก ทั้งสองคู่โดดเด่นด้วยโลโก้ Runbird ซิกเนเจอร์ของ Mizuno ที่ผสานอยู่ทั้งด้านนอกและด้านในของรองเท้า คงเส้นสายเพรียวลมและลุคแอโรไดนามิกไว้ได้อย่างลงตัว</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/mizuno-wave-prophecy-ls-light-gray-black-lime-green-d1ga333711-charcoal-silver-blue-d1ga333712-kicks-lab-exclusive-release-info" title="Mizuno Wave Prophecy LS มาใน 2 สีเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ KICKS LAB" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:48:20 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/mizuno-wave-prophecy-ls-light-gray-black-lime-green-d1ga333711-charcoal-silver-blue-d1ga333712-kicks-lab-exclusive-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30454</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmizuno-wave-prophecy-ls-light-gray-black-lime-green-d1ga333711-charcoal-silver-blue-d1ga333712-kicks-lab-exclusive-release-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>ชื่อรุ่น:</strong> Mizuno Wave Prophecy LS “Light Grey” &amp; “Charcoal”<br /><strong>สี:</strong> Light Gray/Black/Lime Green, Charcoal/Silver/Blue<br /><strong>รหัสสินค้า:</strong> D1GA333711, D1GA333712<br /><strong>ราคาขายปลีกแนะนำ:</strong> 27,500 เยน (ประมาณ 173 ดอลลาร์สหรัฐ)<br /><strong>วันวางจำหน่าย:</strong> 14 สิงหาคม<br /><strong>วางจำหน่ายที่:</strong> <a href="https://www.kickslab.com/" rel="noopener" target="_blank">KICKS LAB.</a></p><p>KICKS LAB บูติกสนีกเกอร์จากโตเกียว เตรียมวางจำหน่าย Mizuno Wave Prophecy LS แบบเอ็กซ์คลูซีฟใน 2 สีสะดุดตา ได้แก่ “Light Grey” และ “Charcoal” ทั้งสองคู่มาพร้อมมิดโซล Infinity Wave เต็มความยาว อันเป็นเอกลักษณ์ของ Prophecy โดยออกแบบโครงสร้างเชิงประติมากรรมเพื่อเสริมความมั่นคงและรองรับแรงกระแทก อัปเปอร์ประกอบด้วยเมชซ้อนชั้นและแผงวัสดุสังเคราะห์ ให้ทั้งการระบายอากาศและโครงสร้างที่กระชับ พร้อมขับลุคฟิวเจอริสติกซึ่งเป็นนิยามของไลน์ Prophecy ให้เด่นชัด</p><p>อัปเปอร์สร้างขึ้นจากฐานเมชเนื้อละเอียดที่ระบายอากาศได้ดี เสริมความแข็งแรงอย่างมีกลยุทธ์ด้วยโอเวอร์เลย์วัสดุสังเคราะห์ซ้อนชั้นที่มีเส้นสายเคลื่อนไหว รุ่น “Light Grey” มาในลุคโทนสีเดียวที่เรียบคม พร้อมประกายเมทัลลิกบางเบาซึ่งช่วยขับรายละเอียดของแผงอัปเปอร์อันซับซ้อนให้โดดเด่น ขณะที่สี “Charcoal” ให้ภาพลักษณ์เข้มและลึกลับกว่า โดยเน้นพื้นผิวแมตต์และคอนทราสต์หม่นลึก ทั้งสองคู่โดดเด่นด้วยโลโก้ Runbird ซิกเนเจอร์ของ Mizuno ที่ผสานอยู่ทั้งด้านนอกและด้านในของรองเท้า คงเส้นสายเพรียวลมและลุคแอโรไดนามิกไว้ได้อย่างลงตัว</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/mizuno-wave-prophecy-ls-light-gray-black-lime-green-d1ga333711-charcoal-silver-blue-d1ga333712-kicks-lab-exclusive-release-info" title="Mizuno Wave Prophecy LS มาใน 2 สีเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะ KICKS LAB" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=16799" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=16799" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>NovelKeys แต่งโฉม CLASSIC-TKL รุ่น “Underscore” เพื่อเซ็ตอัปโต๊ะทำงานเรโทรเหนือกาลเวลา</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2FftNovelKeys-CLASSIC-TKL-Underscore-Edition-Keyboard-Release-Info.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>NovelKeys เปิดตัว CLASSIC-TKL Underscore Edition เวอร์ชันคีย์บอร์ดประกอบสำเร็จพร้อมใช้จากไลน์ CLASSIC-TKL ยอดฮิตของแบรนด์รุ่นนี้มาในโทนดีไซน์คลาสสิกกลิ่นอายเรโทร โดดเด่นด้วยคีย์แคปสีเบจโทนอุ่นและเฉดสีหม่นที่ดูนิ่ง เรียบ แต่มีสไตล์ผู้ซื้อสามารถเลือกฟินิชโทนสีเอิร์ธโทนได้ 3 แบบ ได้แก่ Clay, Boulder และ Lichen ซึ่งทุกแบบพร้อมใช้งานได้ทันทีตั้งแต่แกะออกจากกล่อง</p><div>NovelKeys ปรับโฉมคีย์บอร์ด CLASSIC-TKL ให้ดูประณีตขึ้นในรุ่นใหม่ Underscore Edition คีย์บอร์ดประกอบสำเร็จที่ตัดขั้นตอนการโมดิฟายออกไป แล้วย้อนกลับสู่ลุคสะอาดตากลิ่นอายเรโทร แทนที่จะยกเครื่องใหม่ทั้งหมด รุ่นนี้ยังคงใช้โครงสร้างเดิมที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมมาในโทนสีคลาสสิกเหนือกาลเวลา เข้ากับทุกโต๊ะทำงานได้อย่างลงตัวเสน่ห์แบบเรโทรเริ่มต้นที่คีย์แคป Underscore Edition มาพร้อมชุดคีย์แคป GMK CYL สีเบจโทนอุ่นคลาสสิก ในเฉดครีมเรียบ understated ที่ชวนให้นึกถึงพาเล็ตสีของคอมพิวเตอร์วินเทจเมื่อหลายทศวรรษก่อน นี่คือการเลือกที่ตั้งใจถ่ายทอดความหวนรำลึก และวางโทนให้สไตลิ่งเรียบขรึมของคีย์บอร์ดทั้งตัวอารมณ์ดังกล่าวถ่ายทอดผ่าน 3 โทนสี ซึ่งแต่ละเฉดให้บรรยากาศต่างกันเล็กน้อย Clay คงความเป็นกลางและไม่ดึงความสนใจ ปล่อยให้คีย์แคปสีเบจดูเป็นหนึ่งเดียวอย่างสง่างาม Boulder พาไปสู่สิ่งที่ NovelKeys เรียกว่า “ด้านที่เข้มขึ้นของสีเบจ” ด้วยโทนเอิร์ธโทนที่อุ่นและเข้มกว่าเดิม แต่ยังคงความเรียบขรึมไว้ พร้อมเพิ่มมิติขึ้นอีกนิด ส่วน Lichen ดูสนุกที่สุดในสามเฉด ด้วยภาพรวมที่หม่นนวลแต่มีสีสันพอให้โดดเด่นจากอีกสองโทนนอกเหนือจากงานสีและพื้นผิว นี่ยังเป็นแพ็กเกจที่พร้อมใช้งานอย่างแท้จริง Underscore ต่อยอดจากโครง CLASSIC-TKL และมาในแบบประกอบเสร็จสมบูรณ์ พร้อมชิ้นส่วนคุณภาพสูงของ NovelKeys ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสเตบิไลเซอร์ TypePlus ที่ปรับจูนมาแล้ว สวิตช์ NovelKeys x TypePlus Classic Blue สายเคเบิลพรีเมียมสีเข้าชุด ป้ายแบดจ์และแถบไฟสีทอง รวมถึงฐานซิลิโคน Underscore แบบสั่งทำพิเศษ แผงวงจรแบบฮอตสว็อปยังเปิดโอกาสให้เปลี่ยนสวิตช์ในภายหลังได้ แต่หัวใจสำคัญคือแกะกล่องแล้วใช้งานได้ทันทีผลลัพธ์คือคีย์บอร์ดที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความสะดวกสบาย มอบคาแรกเตอร์เรโทรเรียบง่ายเหนือกาลเวลา โดยผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลาเสาะหาชิ้นส่วนหรือประกอบเองNovelKeys CLASSIC-TKL Underscore Edition วางจำหน่ายแล้ว ทางออนไลน์</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/novelkeys-classic-tkl-underscore-edition-keyboard-release-info" title="NovelKeys แต่งโฉม CLASSIC-TKL รุ่น “Underscore” เพื่อเซ็ตอัปโต๊ะทำงานเรโทรเหนือกาลเวลา" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:39:46 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/novelkeys-classic-tkl-underscore-edition-keyboard-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30451</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[เทคโนโลยีและแกดเจ็ต]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2FftNovelKeys-CLASSIC-TKL-Underscore-Edition-Keyboard-Release-Info.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>NovelKeys เปิดตัว CLASSIC-TKL Underscore Edition เวอร์ชันคีย์บอร์ดประกอบสำเร็จพร้อมใช้จากไลน์ CLASSIC-TKL ยอดฮิตของแบรนด์รุ่นนี้มาในโทนดีไซน์คลาสสิกกลิ่นอายเรโทร โดดเด่นด้วยคีย์แคปสีเบจโทนอุ่นและเฉดสีหม่นที่ดูนิ่ง เรียบ แต่มีสไตล์ผู้ซื้อสามารถเลือกฟินิชโทนสีเอิร์ธโทนได้ 3 แบบ ได้แก่ Clay, Boulder และ Lichen ซึ่งทุกแบบพร้อมใช้งานได้ทันทีตั้งแต่แกะออกจากกล่อง</p><p>NovelKeys ปรับโฉมคีย์บอร์ด CLASSIC-TKL ให้ดูประณีตขึ้นในรุ่นใหม่ Underscore Edition คีย์บอร์ดประกอบสำเร็จที่ตัดขั้นตอนการโมดิฟายออกไป แล้วย้อนกลับสู่ลุคสะอาดตากลิ่นอายเรโทร แทนที่จะยกเครื่องใหม่ทั้งหมด รุ่นนี้ยังคงใช้โครงสร้างเดิมที่แฟน ๆ คุ้นเคย พร้อมมาในโทนสีคลาสสิกเหนือกาลเวลา เข้ากับทุกโต๊ะทำงานได้อย่างลงตัว</p><p>เสน่ห์แบบเรโทรเริ่มต้นที่คีย์แคป Underscore Edition มาพร้อมชุดคีย์แคป GMK CYL สีเบจโทนอุ่นคลาสสิก ในเฉดครีมเรียบ understated ที่ชวนให้นึกถึงพาเล็ตสีของคอมพิวเตอร์วินเทจเมื่อหลายทศวรรษก่อน นี่คือการเลือกที่ตั้งใจถ่ายทอดความหวนรำลึก และวางโทนให้สไตลิ่งเรียบขรึมของคีย์บอร์ดทั้งตัว</p><p>อารมณ์ดังกล่าวถ่ายทอดผ่าน 3 โทนสี ซึ่งแต่ละเฉดให้บรรยากาศต่างกันเล็กน้อย Clay คงความเป็นกลางและไม่ดึงความสนใจ ปล่อยให้คีย์แคปสีเบจดูเป็นหนึ่งเดียวอย่างสง่างาม Boulder พาไปสู่สิ่งที่ NovelKeys เรียกว่า “ด้านที่เข้มขึ้นของสีเบจ” ด้วยโทนเอิร์ธโทนที่อุ่นและเข้มกว่าเดิม แต่ยังคงความเรียบขรึมไว้ พร้อมเพิ่มมิติขึ้นอีกนิด ส่วน Lichen ดูสนุกที่สุดในสามเฉด ด้วยภาพรวมที่หม่นนวลแต่มีสีสันพอให้โดดเด่นจากอีกสองโทน</p><p>นอกเหนือจากงานสีและพื้นผิว นี่ยังเป็นแพ็กเกจที่พร้อมใช้งานอย่างแท้จริง Underscore ต่อยอดจากโครง CLASSIC-TKL และมาในแบบประกอบเสร็จสมบูรณ์ พร้อมชิ้นส่วนคุณภาพสูงของ NovelKeys ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นสเตบิไลเซอร์ TypePlus ที่ปรับจูนมาแล้ว สวิตช์ NovelKeys x TypePlus Classic Blue สายเคเบิลพรีเมียมสีเข้าชุด ป้ายแบดจ์และแถบไฟสีทอง รวมถึงฐานซิลิโคน Underscore แบบสั่งทำพิเศษ แผงวงจรแบบฮอตสว็อปยังเปิดโอกาสให้เปลี่ยนสวิตช์ในภายหลังได้ แต่หัวใจสำคัญคือแกะกล่องแล้วใช้งานได้ทันที</p><p>ผลลัพธ์คือคีย์บอร์ดที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์และความสะดวกสบาย มอบคาแรกเตอร์เรโทรเรียบง่ายเหนือกาลเวลา โดยผู้ซื้อไม่ต้องเสียเวลาเสาะหาชิ้นส่วนหรือประกอบเอง</p><p>NovelKeys CLASSIC-TKL Underscore Edition วางจำหน่ายแล้ว <a href="https://novelkeys.com/products/classic-tkl-underscore-edition">ทางออนไลน์</a></p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/novelkeys-classic-tkl-underscore-edition-keyboard-release-info" title="NovelKeys แต่งโฉม CLASSIC-TKL รุ่น “Underscore” เพื่อเซ็ตอัปโต๊ะทำงานเรโทรเหนือกาลเวลา" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=38342" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=38342" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>แฟน LEGO สร้างวิทยุข้างเตียงยุค 80s จำลองจาก 1,400 ชิ้น พร้อมแผงวงจรซ่อนภายใน</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Flego-legosonic-bsr-12-recreates-retro-bedside-radio-1.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ดีไซเนอร์สายแฟนพันธุ์แท้เปิดตัว Legosonic BSR-12 ผลงาน LEGO จำนวน 1,400 ชิ้น ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันจากแรงบันดาลใจนาฬิกาปลุกวิทยุหัวเตียงวินเทจช่วงปลายยุค 1970s ถึงต้นยุค 1980sจุดเด่นคือความสมจริงในสัมผัส ทั้งสวิตช์โยกสปริงที่มีเสียงคลิก สไลเดอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเฟือง เข็มปรับคลื่นที่เลื่อนได้จริง และบอร์ดวงจรภายในแบบจัดเต็มที่สร้างด้วยตัวต่อให้ดูเหมือนตัวต้านทานและตัวเก็บประจุตอนนี้ผลงานชิ้นนี้ถูกเลือกเป็น Staff Pick บนแพลตฟอร์ม LEGO Ideas และจะต้องกวาดคะแนนโหวตจากคอมมูนิตี้ให้ถึง 10,000 เสียง จึงจะมีสิทธิ์ถูกพิจารณาให้ผลิตเป็น LEGO set อย่างเป็นทางการ</p><div>โปรเจ็กต์ LEGO Ideas ที่ออกแบบโดยแฟนๆ ชิ้นนี้ถ่ายทอดความชวนหวนคิดถึงของเครื่องใช้ไฟฟ้าอนาล็อก ผ่านแบบจำลองวิทยุข้างเตียงสุดคลาสสิกที่เก็บรายละเอียดอย่างประณีต ผลงานของ 91-Brickdesigns ในชื่อ Legosonic BSR-12 ใช้ชิ้นส่วนราว 1,400 ชิ้น และจำลองสัมผัสแบบจับต้องได้ของฮาร์ดแวร์ยุคต้นทศวรรษ 1980 ได้อย่างพิถีพิถัน ก่อนที่สมาร์ตโฟนจะรวบรวมฟังก์ชันจำเป็นข้างเตียงไว้ในเครื่องเดียว โต๊ะหัวเตียงเคยเต็มไปด้วยกล่องทรงหนาหนัก ปุ่มหมุนที่มีเสียงคลิก ปุ่มกดน้ำหนักมือ และหน้าจอเรืองแสงนุ่มนวล Legosonic BSR-12 หยิบกลิ่นอายวินเทจเช่นนั้นมาถ่ายทอดเป็นชิ้นงานขนาด 1:1 เพื่อคารวะยุคสมัยที่แก็ดเจ็ตทั้งมีน้ำหนักและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแม้ Legosonic BSR-12 จะเล่นเพลงจริงไม่ได้ แต่ดีไซน์นี้มาพร้อมกลไกใช้งานได้หลายจุดสำหรับคนที่อดใจไม่ไหวอยากขยับเล่น ผู้สร้างออกแบบสวิตช์โยกแบบสปริงที่ให้เสียงคลิกสมจริง พร้อมสไลเดอร์ขับเคลื่อนด้วยเฟืองซึ่งให้แรงต้านขณะเลื่อนอย่างนุ่มนวล แผงด้านหน้ามีระบบตั้งเวลาที่ใช้งานได้จริงด้วยปุ่มโครเมียม หน้าจอแบบนาฬิกาพลิกที่หยุดนิ่งอยู่ที่เวลา 20:58 และวงล้อเล็กๆ สำหรับเลื่อนเข็มจูนสีแดงไปตามย่านความถี่ FM และ AM จำลองความทุ่มเทเพื่อความสมจริงไม่ได้มีเพียงเปลือกนอกเท่านั้น เพียงเปิดฝาด้านบนก็จะเผยให้เห็นแผงวงจรภายในที่สร้างขึ้นอย่างครบถ้วนและซ่อนไว้ด้านใต้ ภายในประกอบด้วยตัวต้านทานและตัวเก็บประจุที่สร้างจากบล็อกสีต่างๆ รวมถึงชิปตรงกลางซึ่งวางในตำแหน่งเดียวกับที่ควรอยู่บนแผงวงจรพิมพ์จริง ตะแกรงระบายอากาศแบบเลื่อนที่ด้านข้างยังเผยให้เห็นกรวยลำโพงที่ซ่อนอยู่ เมื่อพลิกเครื่องไปด้านหลัง จะพบแผ่นป้ายข้อมูลที่ระบุว่า "Made in Two Tiles, Legany" พร้อมช่องรับไฟ AC และสวิตช์เปิด–ปิดสไตล์เรโทร ซึ่งตอกย้ำสุนทรียะของปี 1983 ให้กับชิ้นงานทั้งชิ้นโปรเจ็กต์นี้ตอบรับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเรโทร ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้งานผ่านการสัมผัส มากกว่าหน้าจอกระจกเรียบลื่น ขณะนี้ผลงานถูกเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มทางการ และได้รับเลือกเป็น Staff Pick แล้ว หากได้รับคะแนนโหวตจากชุมชนครบ 10,000 เสียงภายในเวลาที่เหลือ โมเดลนี้จะผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาอย่างเป็นทางการโดยทีมนักออกแบบภายใน เพื่อตัดสินว่าจะผลิตและวางจำหน่ายในวงกว้างหรือไม่</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/lego-legosonic-bsr-12-recreates-retro-bedside-radio" title="แฟน LEGO สร้างวิทยุข้างเตียงยุค 80s จำลองจาก 1,400 ชิ้น พร้อมแผงวงจรซ่อนภายใน" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:39:38 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/lego-legosonic-bsr-12-recreates-retro-bedside-radio</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30448</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[Uncategorized]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Flego-legosonic-bsr-12-recreates-retro-bedside-radio-1.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ดีไซเนอร์สายแฟนพันธุ์แท้เปิดตัว Legosonic BSR-12 ผลงาน LEGO จำนวน 1,400 ชิ้น ที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันจากแรงบันดาลใจนาฬิกาปลุกวิทยุหัวเตียงวินเทจช่วงปลายยุค 1970s ถึงต้นยุค 1980sจุดเด่นคือความสมจริงในสัมผัส ทั้งสวิตช์โยกสปริงที่มีเสียงคลิก สไลเดอร์ที่ขับเคลื่อนด้วยเฟือง เข็มปรับคลื่นที่เลื่อนได้จริง และบอร์ดวงจรภายในแบบจัดเต็มที่สร้างด้วยตัวต่อให้ดูเหมือนตัวต้านทานและตัวเก็บประจุตอนนี้ผลงานชิ้นนี้ถูกเลือกเป็น Staff Pick บนแพลตฟอร์ม LEGO Ideas และจะต้องกวาดคะแนนโหวตจากคอมมูนิตี้ให้ถึง 10,000 เสียง จึงจะมีสิทธิ์ถูกพิจารณาให้ผลิตเป็น LEGO set อย่างเป็นทางการ</p><p>โปรเจ็กต์ LEGO Ideas ที่ออกแบบโดยแฟนๆ ชิ้นนี้ถ่ายทอดความชวนหวนคิดถึงของเครื่องใช้ไฟฟ้าอนาล็อก ผ่านแบบจำลองวิทยุข้างเตียงสุดคลาสสิกที่เก็บรายละเอียดอย่างประณีต ผลงานของ <a href="https://ideas.lego.com/projects/1904b770-0809-4ff5-a473-49a21c73660c">91-Brickdesigns</a> ในชื่อ Legosonic BSR-12 ใช้ชิ้นส่วนราว 1,400 ชิ้น และจำลองสัมผัสแบบจับต้องได้ของฮาร์ดแวร์ยุคต้นทศวรรษ 1980 ได้อย่างพิถีพิถัน ก่อนที่สมาร์ตโฟนจะรวบรวมฟังก์ชันจำเป็นข้างเตียงไว้ในเครื่องเดียว โต๊ะหัวเตียงเคยเต็มไปด้วยกล่องทรงหนาหนัก ปุ่มหมุนที่มีเสียงคลิก ปุ่มกดน้ำหนักมือ และหน้าจอเรืองแสงนุ่มนวล Legosonic BSR-12 หยิบกลิ่นอายวินเทจเช่นนั้นมาถ่ายทอดเป็นชิ้นงานขนาด 1:1 เพื่อคารวะยุคสมัยที่แก็ดเจ็ตทั้งมีน้ำหนักและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว</p><p>แม้ Legosonic BSR-12 จะเล่นเพลงจริงไม่ได้ แต่ดีไซน์นี้มาพร้อมกลไกใช้งานได้หลายจุดสำหรับคนที่อดใจไม่ไหวอยากขยับเล่น ผู้สร้างออกแบบสวิตช์โยกแบบสปริงที่ให้เสียงคลิกสมจริง พร้อมสไลเดอร์ขับเคลื่อนด้วยเฟืองซึ่งให้แรงต้านขณะเลื่อนอย่างนุ่มนวล แผงด้านหน้ามีระบบตั้งเวลาที่ใช้งานได้จริงด้วยปุ่มโครเมียม หน้าจอแบบนาฬิกาพลิกที่หยุดนิ่งอยู่ที่เวลา 20:58 และวงล้อเล็กๆ สำหรับเลื่อนเข็มจูนสีแดงไปตามย่านความถี่ FM และ AM จำลอง</p><p>ความทุ่มเทเพื่อความสมจริงไม่ได้มีเพียงเปลือกนอกเท่านั้น เพียงเปิดฝาด้านบนก็จะเผยให้เห็นแผงวงจรภายในที่สร้างขึ้นอย่างครบถ้วนและซ่อนไว้ด้านใต้ ภายในประกอบด้วยตัวต้านทานและตัวเก็บประจุที่สร้างจากบล็อกสีต่างๆ รวมถึงชิปตรงกลางซึ่งวางในตำแหน่งเดียวกับที่ควรอยู่บนแผงวงจรพิมพ์จริง ตะแกรงระบายอากาศแบบเลื่อนที่ด้านข้างยังเผยให้เห็นกรวยลำโพงที่ซ่อนอยู่ เมื่อพลิกเครื่องไปด้านหลัง จะพบแผ่นป้ายข้อมูลที่ระบุว่า "Made in Two Tiles, Legany" พร้อมช่องรับไฟ AC และสวิตช์เปิด–ปิดสไตล์เรโทร ซึ่งตอกย้ำสุนทรียะของปี 1983 ให้กับชิ้นงานทั้งชิ้น</p><p>โปรเจ็กต์นี้ตอบรับความนิยมที่เพิ่มขึ้นของผู้บริโภคต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าเรโทร ซึ่งให้ความสำคัญกับการใช้งานผ่านการสัมผัส มากกว่าหน้าจอกระจกเรียบลื่น ขณะนี้ผลงานถูกเผยแพร่อยู่บนแพลตฟอร์มทางการ และได้รับเลือกเป็น Staff Pick แล้ว หากได้รับคะแนนโหวตจากชุมชนครบ 10,000 เสียงภายในเวลาที่เหลือ โมเดลนี้จะผ่านเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาอย่างเป็นทางการโดยทีมนักออกแบบภายใน เพื่อตัดสินว่าจะผลิตและวางจำหน่ายในวงกว้างหรือไม่</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/lego-legosonic-bsr-12-recreates-retro-bedside-radio" title="แฟน LEGO สร้างวิทยุข้างเตียงยุค 80s จำลองจาก 1,400 ชิ้น พร้อมแผงวงจรซ่อนภายใน" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=96224" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=96224" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Timberland ปลุกเฉดสี ‘Concrete’ ยุค 90 สู่คอลเล็กชันใหม่</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Ftimberland-concrete-collection-release-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>ชื่อ: Timberland Concrete Collectionราคาแนะนำ: 140–220 ดอลลาร์สหรัฐวันวางจำหน่าย: วางจำหน่ายแล้วหาซื้อได้ที่: TimberlandTimberland Concrete Collection หยิบโทนสี “Concrete” จากคลังอาร์ไคฟ์ของแบรนด์กลับมาตีความใหม่ ฟินิชเหนือกาลเวลาที่เปี่ยมมิตินี้ออกแบบมาให้ลงตัวระหว่างโลกของเวิร์กแวร์ ธรรมชาติ และชีวิตในเมือง ถ่ายทอดจังหวะดิบจริงของท้องถนน ควบคู่กับสุนทรียะแบบแกร่งทนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Timberland คอลเล็กชันนี้นำเฉดสีที่ให้ความรู้สึกทั้งอินดัสเทรียลและเป็นธรรมชาติไปใช้กับรองเท้าซิลูเอตไอคอนิกหลากหลายรุ่นสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย รังสรรค์ลุคสตรีตที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวและพร้อมออกไปลุยไลน์ผู้ชายนำโดย Heritage 6-Inch Waterproof Boot ที่นำโทน “Concrete” คลาสสิกจากยุค ’90 กลับมาบนส่วนอัปเปอร์ระดับพรีเมียม รองเท้าบู๊ตเวิร์กแวร์ไอคอนิกรุ่นนี้ยังคงไว้ทั้งโครงสร้างอันแข็งแรงเป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติพร้อมรับทุกสภาพอากาศ มาในฟินิชสีเทานิวทรัลเรียบเนียนทั่วทั้งคู่ ข้างกันคือ Men’s Euro Hiker ที่เชื่อมโลกของเส้นทางธรรมชาติอันงดงามเข้ากับถนนในเมืองอันเนี้ยบคม รองเท้าผสมผสานสไตล์ไฮกิงคู่นี้ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก มาพร้อมแผ่นรองฝ่าเท้าและมิดโซล EVA ที่ช่วยซัพพอร์ตและคืนตัวได้ดี แผ่นเหล็กเสริมอุ้งเท้าเพื่อการรองรับที่มั่นคง และพื้นยางแบบทนทานสำหรับการยึดเกาะอย่างเต็มประสิทธิภาพบนพื้นผิวหลากหลาย ไม่ว่าจะในเมืองหรือท่ามกลางธรรมชาติสำหรับผู้หญิง คอลเล็กชันนี้ยกระดับดีไซน์ดั้งเดิมผ่านไลน์ Stone Street ที่โดดเด่นและนำแฟชั่น รุ่น Women’s Stone Street Platform Boat Shoe เปลี่ยนซิลูเอตรองเท้าโบ๊ตสไตล์มาริไทม์สุดคลาสสิกให้กลายเป็นไอเท็มสตรีตแวร์ร่วมสมัย โดยจับคู่อัปเปอร์โทนสีคอนกรีตกับพื้นแพลตฟอร์มทรงหนา เพื่อการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่หลากหลายและสวมใส่ได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ Women’s Stone Street Platform 6-Inch Boot ที่นำบู๊ตเรือธงของแบรนด์มาตีความใหม่ด้วยพื้นยางลักแบบยกสูงและดอกยางลึก ดีไซน์ทรงสูงคู่นี้รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน จับคู่ภายนอกสีเทาด้านสะดุดตากับเชือกรองเท้าหนังสไตล์แกร่ง คอรองเท้าหนังบุนุ่ม และแผ่นรองฝ่าเท้าเมมโมรีโฟม ให้สวมสบายตลอดวันโดยไม่ลดทอนลุคที่โดดเด่นและยกระดับขึ้น</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/timberland-concrete-collection-release-info" title="Timberland ปลุกเฉดสี ‘Concrete’ ยุค 90 สู่คอลเล็กชันใหม่" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:36:08 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/timberland-concrete-collection-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30445</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Ftimberland-concrete-collection-release-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>ชื่อ:</strong> Timberland Concrete Collection<br /><strong>ราคาแนะนำ:</strong> 140–220 ดอลลาร์สหรัฐ<br /><strong>วันวางจำหน่าย:</strong> วางจำหน่ายแล้ว<br /><strong>หาซื้อได้ที่:</strong> <a href="https://www.timberland.com/" rel="noopener" target="_blank">Timberland</a></p><p>Timberland Concrete Collection หยิบโทนสี “Concrete” จากคลังอาร์ไคฟ์ของแบรนด์กลับมาตีความใหม่ ฟินิชเหนือกาลเวลาที่เปี่ยมมิตินี้ออกแบบมาให้ลงตัวระหว่างโลกของเวิร์กแวร์ ธรรมชาติ และชีวิตในเมือง ถ่ายทอดจังหวะดิบจริงของท้องถนน ควบคู่กับสุนทรียะแบบแกร่งทนที่เป็นเอกลักษณ์ของ Timberland คอลเล็กชันนี้นำเฉดสีที่ให้ความรู้สึกทั้งอินดัสเทรียลและเป็นธรรมชาติไปใช้กับรองเท้าซิลูเอตไอคอนิกหลากหลายรุ่นสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย รังสรรค์ลุคสตรีตที่กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวและพร้อมออกไปลุย</p><p>ไลน์ผู้ชายนำโดย Heritage 6-Inch Waterproof Boot ที่นำโทน “Concrete” คลาสสิกจากยุค ’90 กลับมาบนส่วนอัปเปอร์ระดับพรีเมียม รองเท้าบู๊ตเวิร์กแวร์ไอคอนิกรุ่นนี้ยังคงไว้ทั้งโครงสร้างอันแข็งแรงเป็นเอกลักษณ์และคุณสมบัติพร้อมรับทุกสภาพอากาศ มาในฟินิชสีเทานิวทรัลเรียบเนียนทั่วทั้งคู่ ข้างกันคือ Men’s Euro Hiker ที่เชื่อมโลกของเส้นทางธรรมชาติอันงดงามเข้ากับถนนในเมืองอันเนี้ยบคม รองเท้าผสมผสานสไตล์ไฮกิงคู่นี้ออกแบบโดยคำนึงถึงการใช้งานเป็นหลัก มาพร้อมแผ่นรองฝ่าเท้าและมิดโซล EVA ที่ช่วยซัพพอร์ตและคืนตัวได้ดี แผ่นเหล็กเสริมอุ้งเท้าเพื่อการรองรับที่มั่นคง และพื้นยางแบบทนทานสำหรับการยึดเกาะอย่างเต็มประสิทธิภาพบนพื้นผิวหลากหลาย ไม่ว่าจะในเมืองหรือท่ามกลางธรรมชาติ</p><p>สำหรับผู้หญิง คอลเล็กชันนี้ยกระดับดีไซน์ดั้งเดิมผ่านไลน์ Stone Street ที่โดดเด่นและนำแฟชั่น รุ่น Women’s Stone Street Platform Boat Shoe เปลี่ยนซิลูเอตรองเท้าโบ๊ตสไตล์มาริไทม์สุดคลาสสิกให้กลายเป็นไอเท็มสตรีตแวร์ร่วมสมัย โดยจับคู่อัปเปอร์โทนสีคอนกรีตกับพื้นแพลตฟอร์มทรงหนา เพื่อการมิกซ์แอนด์แมตช์ที่หลากหลายและสวมใส่ได้ตลอดปี เช่นเดียวกับ Women’s Stone Street Platform 6-Inch Boot ที่นำบู๊ตเรือธงของแบรนด์มาตีความใหม่ด้วยพื้นยางลักแบบยกสูงและดอกยางลึก ดีไซน์ทรงสูงคู่นี้รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน จับคู่ภายนอกสีเทาด้านสะดุดตากับเชือกรองเท้าหนังสไตล์แกร่ง คอรองเท้าหนังบุนุ่ม และแผ่นรองฝ่าเท้าเมมโมรีโฟม ให้สวมสบายตลอดวันโดยไม่ลดทอนลุคที่โดดเด่นและยกระดับขึ้น</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/timberland-concrete-collection-release-info" title="Timberland ปลุกเฉดสี ‘Concrete’ ยุค 90 สู่คอลเล็กชันใหม่" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=66745" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=66745" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Aston Martin เปิดตัว DB12 S รุ่นสั่งทำพิเศษ 3 คันที่ Pebble Beach ยกย่องตำนาน Le Mans ปี 1950</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Faston-martin-db12-s-vmf-trio-honors-pebble-beach-75-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของ Pebble Beach Concours d’Elegance ด้วยรถรุ่นพิเศษแบบผลิตคันเดียวในโลกจำนวนสามคัน ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans DB2 ยุคปี 1950แต่ละคันมาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยโทนสีที่แตกต่างกัน ชูมิติบนตัวถังสี Carbon Black เพื่อสะท้อนการลงทะเบียนทีมแข่งในประวัติศาสตร์พร้อมการเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของ Vanquish 25 รุ่นผลิตจำนวนจำกัด ในโอกาสเฉลิมฉลอง 25 ปีของเรือธงตระกูล V12 grand tourer รุ่นไอคอนิก</p><div>Aston Martin เปิดตัว DB12 S สั่งทำพิเศษ 3 คัน จากแผนกปรับแต่ง Q by Aston Martin เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของ Pebble Beach Concours d’Elegance รถยนต์แบบวันออฟชุดนี้ใช้ชื่อรวมว่า VMF collection และสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทีมรถแข่ง Le Mans DB2 ดั้งเดิมในปี 1950 และ 1951 ซึ่งทั้งรถทีมโรงงานและทีมเอกชนในยุคนั้นเป็นที่จดจำบนสนามแข่งจากสีกระจังหน้าอันแตกต่าง รวมถึงป้ายทะเบียนอังกฤษที่ขึ้นต้นด้วย VMFแทนที่จะตีความมรดกของแบรนด์อย่างกว้าง ๆ Aston Martin เลือกหยิบหมายเลขทะเบียนจากช่วงกลางศตวรรษที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเหล่านี้มาเป็นหัวใจหลัก จึงได้ผลงานคารวะอดีตที่หยั่งรากลึกและมุ่งตรงถึงใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริง รถรุ่นใหม่ทั้งสามคันมาในตัวถังสี Carbon Black เพื่อขับเน้นสีแอ็กเซนต์เฉพาะของแต่ละคัน โดย VMF 63 แต่งรายละเอียดสี Rosso Red, VMF 64 ใช้สี Speed Yellow และ VMF 65 เติมไฮไลต์สี Ellwood Blue บนซี่กระจังหน้าและครีบข้างคาร์บอนไฟเบอร์ รายละเอียดการออกแบบยังรวมถึงซิลูเอตของ DB2 รุ่นประวัติศาสตร์บนสปอยเลอร์หลัง Aeroblade และกราฟิกเลข 75 เพื่อรำลึกวาระพิเศษบนบังโคลนการจับคู่สียังต่อเนื่องสู่ห้องโดยสาร ทีมปรับแต่งเพิ่มตะเข็บเดินด้ายสีตัดกันให้เข้ากับธีมภายนอกของรถแต่ละคัน พร้อมปักซิลูเอต DB2 ลงบนพนักพิงเบาะหน้า ส่วนผู้โดยสารด้านหลังจะมองเห็นตราวงกลมเลข 75 แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ขณะที่ฝั่งผู้ขับขี่มาพร้อมปุ่มหมุนสตาร์ต-สต็อปที่จับคู่สีไว้ และปลายแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยที่พ่นสี เพื่อเติมเต็มภาพลักษณ์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันภายใต้ตัวถังสั่งทำพิเศษ Grand Tourer รุ่นนี้ยังคงอัปเกรดสมรรถนะอันดุดันไว้อย่างครบครัน คูเป้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบจาก AMG ให้กำลัง 690 แรงม้า ส่งรถจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 202 ไมล์ต่อชั่วโมง แพ็กเกจด้านกลไกประกอบด้วยเกียร์ 8 สปีดที่ปรับปรุงใหม่ เบรกคาร์บอนเซรามิก ระบบช่วงล่างปรับความหนืดอัตโนมัติที่ปรับจูนใหม่ และแชสซีที่เสริมความแข็งแกร่งรุ่นพิเศษเหล่านี้เปิดตัวที่มอนเทอเรย์ พร้อมกับการเผยโฉม Vanquish 25 ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก รุ่นฉลองวาระนี้สร้างขึ้นเพื่อครบรอบ 25 ปีนับจากการเปิดตัว V12 Vanquish รุ่นดั้งเดิมในปี 2001 และจะผลิตจำกัดเพียง 50 คันทั่วโลก โดยแบ่งจำนวนเท่ากันระหว่างตัวถังคูเป้และ Volante</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/aston-martin-db12-s-vmf-trio-honors-pebble-beach-75" title="Aston Martin เปิดตัว DB12 S รุ่นสั่งทำพิเศษ 3 คันที่ Pebble Beach ยกย่องตำนาน Le Mans ปี 1950" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:31:53 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/aston-martin-db12-s-vmf-trio-honors-pebble-beach-75</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30442</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[ยานยนต์]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Faston-martin-db12-s-vmf-trio-honors-pebble-beach-75-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>ฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของ Pebble Beach Concours d’Elegance ด้วยรถรุ่นพิเศษแบบผลิตคันเดียวในโลกจำนวนสามคัน ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากรถแข่ง Le Mans DB2 ยุคปี 1950แต่ละคันมาพร้อมเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้วยโทนสีที่แตกต่างกัน ชูมิติบนตัวถังสี Carbon Black เพื่อสะท้อนการลงทะเบียนทีมแข่งในประวัติศาสตร์พร้อมการเปิดตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของ Vanquish 25 รุ่นผลิตจำนวนจำกัด ในโอกาสเฉลิมฉลอง 25 ปีของเรือธงตระกูล V12 grand tourer รุ่นไอคอนิก</p><p>Aston Martin เปิดตัว <a href="https://media.astonmartin.com/aston-martin-honours-road-race-heritage-at-monterey-car-week-ahead-of-historic-75th-pebble-beach-concours-delegance/">DB12 S สั่งทำพิเศษ 3 คัน</a> จากแผนกปรับแต่ง Q by Aston Martin เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของ Pebble Beach Concours d’Elegance รถยนต์แบบวันออฟชุดนี้ใช้ชื่อรวมว่า VMF collection และสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงทีมรถแข่ง Le Mans DB2 ดั้งเดิมในปี 1950 และ 1951 ซึ่งทั้งรถทีมโรงงานและทีมเอกชนในยุคนั้นเป็นที่จดจำบนสนามแข่งจากสีกระจังหน้าอันแตกต่าง รวมถึงป้ายทะเบียนอังกฤษที่ขึ้นต้นด้วย VMF</p><p>แทนที่จะตีความมรดกของแบรนด์อย่างกว้าง ๆ Aston Martin เลือกหยิบหมายเลขทะเบียนจากช่วงกลางศตวรรษที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักเหล่านี้มาเป็นหัวใจหลัก จึงได้ผลงานคารวะอดีตที่หยั่งรากลึกและมุ่งตรงถึงใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริง รถรุ่นใหม่ทั้งสามคันมาในตัวถังสี Carbon Black เพื่อขับเน้นสีแอ็กเซนต์เฉพาะของแต่ละคัน โดย VMF 63 แต่งรายละเอียดสี Rosso Red, VMF 64 ใช้สี Speed Yellow และ VMF 65 เติมไฮไลต์สี Ellwood Blue บนซี่กระจังหน้าและครีบข้างคาร์บอนไฟเบอร์ รายละเอียดการออกแบบยังรวมถึงซิลูเอตของ DB2 รุ่นประวัติศาสตร์บนสปอยเลอร์หลัง Aeroblade และกราฟิกเลข 75 เพื่อรำลึกวาระพิเศษบนบังโคลน</p><p>การจับคู่สียังต่อเนื่องสู่ห้องโดยสาร ทีมปรับแต่งเพิ่มตะเข็บเดินด้ายสีตัดกันให้เข้ากับธีมภายนอกของรถแต่ละคัน พร้อมปักซิลูเอต DB2 ลงบนพนักพิงเบาะหน้า ส่วนผู้โดยสารด้านหลังจะมองเห็นตราวงกลมเลข 75 แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ขณะที่ฝั่งผู้ขับขี่มาพร้อมปุ่มหมุนสตาร์ต-สต็อปที่จับคู่สีไว้ และปลายแป้นเปลี่ยนเกียร์หลังพวงมาลัยที่พ่นสี เพื่อเติมเต็มภาพลักษณ์ที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน</p><p>ภายใต้ตัวถังสั่งทำพิเศษ Grand Tourer รุ่นนี้ยังคงอัปเกรดสมรรถนะอันดุดันไว้อย่างครบครัน คูเป้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V8 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบจาก AMG ให้กำลัง 690 แรงม้า ส่งรถจาก 0 ถึง 60 ไมล์ต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 202 ไมล์ต่อชั่วโมง แพ็กเกจด้านกลไกประกอบด้วยเกียร์ 8 สปีดที่ปรับปรุงใหม่ เบรกคาร์บอนเซรามิก ระบบช่วงล่างปรับความหนืดอัตโนมัติที่ปรับจูนใหม่ และแชสซีที่เสริมความแข็งแกร่ง</p><p>รุ่นพิเศษเหล่านี้เปิดตัวที่มอนเทอเรย์ พร้อมกับการเผยโฉม Vanquish 25 ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก รุ่นฉลองวาระนี้สร้างขึ้นเพื่อครบรอบ 25 ปีนับจากการเปิดตัว V12 Vanquish รุ่นดั้งเดิมในปี 2001 และจะผลิตจำกัดเพียง 50 คันทั่วโลก โดยแบ่งจำนวนเท่ากันระหว่างตัวถังคูเป้และ Volante</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/aston-martin-db12-s-vmf-trio-honors-pebble-beach-75" title="Aston Martin เปิดตัว DB12 S รุ่นสั่งทำพิเศษ 3 คันที่ Pebble Beach ยกย่องตำนาน Le Mans ปี 1950" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=81660" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=81660" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>BAPE และ mastermind JAPAN รีเวิร์กวินเทจกรันจ์ในคอลแลบครั้งที่ 19</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmastermind-japan-bape-A-BATHING-APE-19TH-Collaboration-Collection-Release-Info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>BAPE และ mastermind JAPAN กลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 19 ในโปรเจกต์ที่ใช้ชื่อว่า mastermind A BATHING APE 19TH หยิบเอากลิ่นอายสไตล์ Vintage และ Grunge มาเป็นคอนเซ็ปต์หลักไลน์อัปมีตั้งแต่เดนิมแจ็กเก็ตและกางเกง คาร์ดิแกนถักลาย argyle สเวตเตอร์คอกลม เสื้อยืด ไปจนถึงนาฬิกา BAPEX รุ่นออริจินัลไอคอนซิกเนเจอร์ของทั้งสองแบรนด์ถูกวางไว้ทั่วคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ STA ของ BAPE และลายหัวกะโหลก SKULL ของ mastermind ที่ถูกเล่นบนงานแพตช์เวิร์ก งานนิตเวียร์ และกราฟิกต่าง ๆ</p><div>BAPE และ mastermind JAPAN กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งใน “mastermind A BATHING APE 19TH” บทที่ 19 ของความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสองแบรนด์จากญี่ปุ่น ครั้งนี้ทั้งคู่หยิบ “Vintage x Grunge” มาเป็นแนวคิดหลัก ถ่ายทอดเสน่ห์ของเสื้อผ้าวินเทจเหนือกาลเวลาผ่านมุมมองสตรีตแวร์ร่วมสมัยหัวใจของการคอลแลบครั้งนี้คือการผสานไอคอนอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน ตลอดทั้งคอลเล็กชัน ตราสัญลักษณ์ STA ของ BAPE และ SKULL ของ mastermind ปรากฏเคียงคู่กัน สร้างซิกเนเจอร์ร่วมที่มองเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเป็นผลงานของทั้งสองแบรนด์ ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งเพียงนำเสื้อผ้าของอีกฝ่ายมาสวมใส่การผสานดังกล่าวเห็นได้ชัดที่สุดบนเดนิม ทั้งแจ็กเก็ตและกางเกงนำม็อติฟ STA และ SKULL มาถ่ายทอดในรูปแบบแพตช์เวิร์กบนผ้าเดนิมฟอกสีซีดและผ่านการทำให้ดูเก่า ราวกับยีนส์วินเทจที่ผ่านการสวมใส่มาอย่างยาวนาน ผลลัพธ์จึงให้ความรู้สึกแบบงานแฮนด์คราฟต์และผ่านการใช้งานมาแล้ว โดยโลโก้ทั้งสองถูกฝังลงไปในเนื้อผ้าอย่างโดดเด่น แทนที่จะเป็นเพียงลายพิมพ์บนผิวผ้าคาร์ดิแกนถักเลือกเดินในทางคลาสสิกมากกว่า ด้วยแรงบันดาลใจจากสเวตเตอร์ลายอาร์ไกล์ดั้งเดิม ด้านหน้ามาในลายอาร์ไกล์โทนหม่น ขณะที่ด้านหลังถักม็อติฟ STA และ SKULL อย่างประณีต จึงลงตัวระหว่างมรดกสไตล์พรีปปี้กับอารมณ์สตรีตแวร์ ส่วนสเวตเชิ้ตคอกลมและเสื้อยืดพาไปสู่กลิ่นอายกรันจ์อย่างเต็มตัว ทั้งสองชิ้นผ่านการฟอกให้ซีดราวกับโดนแดด และแต่งรอยขาดแบบพอดี ๆ เพื่อให้ดูเหมือนเสื้อที่ผ่านการสวมใส่มาแล้ว เสริมด้วยกราฟิกสไตล์คอลเลจที่ผสานซิลูเอต APE HEAD เข้ากับ SKULL ให้บรรยากาศสปอร์ตแวร์วินเทจ ซึ่งทั้งสองแบรนด์ระบุว่าจะยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อสวมใส่ไปเรื่อย ๆไอเท็มที่เป็นหัวใจของคอลเล็กชันและเหล่านักสะสมต้องตามล่ามากที่สุดคือนาฬิกา BAPEX ซึ่งมาในคู่สีเรียบหรูชวนให้นึกถึงทองคำและออนิกซ์ พร้อมหมายเลขกำกับเฉพาะเรือนในรุ่นพิเศษที่ผลิตจำกัดเพียง 100 เรือนทั่วโลก จึงเป็นไฮไลต์หลักของดรอปนี้อย่างชัดเจน“mastermind A BATHING APE 19TH” วางจำหน่ายวันที่ 15 สิงหาคม ที่ BAPEXCLUSIVE AOYAMA และ เว็บสโตร์ของ BAPE โดยผู้ที่เลือกซื้อสินค้าหน้าร้านสามารถร่วมจับสลากได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. บริเวณด้านหน้า Aoyama</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/mastermind-japan-bape-a-bathing-ape-19th-collaboration-collection-release-info" title="BAPE และ mastermind JAPAN รีเวิร์กวินเทจกรันจ์ในคอลแลบครั้งที่ 19" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:30:55 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/mastermind-japan-bape-a-bathing-ape-19th-collaboration-collection-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30439</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fmastermind-japan-bape-A-BATHING-APE-19TH-Collaboration-Collection-Release-Info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>BAPE และ mastermind JAPAN กลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 19 ในโปรเจกต์ที่ใช้ชื่อว่า mastermind A BATHING APE 19TH หยิบเอากลิ่นอายสไตล์ Vintage และ Grunge มาเป็นคอนเซ็ปต์หลักไลน์อัปมีตั้งแต่เดนิมแจ็กเก็ตและกางเกง คาร์ดิแกนถักลาย argyle สเวตเตอร์คอกลม เสื้อยืด ไปจนถึงนาฬิกา BAPEX รุ่นออริจินัลไอคอนซิกเนเจอร์ของทั้งสองแบรนด์ถูกวางไว้ทั่วคอลเล็กชั่น ไม่ว่าจะเป็นโลโก้ STA ของ BAPE และลายหัวกะโหลก SKULL ของ mastermind ที่ถูกเล่นบนงานแพตช์เวิร์ก งานนิตเวียร์ และกราฟิกต่าง ๆ</p><p>BAPE และ mastermind JAPAN กลับมาร่วมมือกันอีกครั้งใน “mastermind A BATHING APE 19TH” บทที่ 19 ของความร่วมมืออันยาวนานระหว่างสองแบรนด์จากญี่ปุ่น ครั้งนี้ทั้งคู่หยิบ “Vintage x Grunge” มาเป็นแนวคิดหลัก ถ่ายทอดเสน่ห์ของเสื้อผ้าวินเทจเหนือกาลเวลาผ่านมุมมองสตรีตแวร์ร่วมสมัย</p><p>หัวใจของการคอลแลบครั้งนี้คือการผสานไอคอนอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน ตลอดทั้งคอลเล็กชัน ตราสัญลักษณ์ STA ของ BAPE และ SKULL ของ mastermind ปรากฏเคียงคู่กัน สร้างซิกเนเจอร์ร่วมที่มองเห็นปุ๊บก็รู้ทันทีว่าเป็นผลงานของทั้งสองแบรนด์ ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งเพียงนำเสื้อผ้าของอีกฝ่ายมาสวมใส่</p><p>การผสานดังกล่าวเห็นได้ชัดที่สุดบนเดนิม ทั้งแจ็กเก็ตและกางเกงนำม็อติฟ STA และ SKULL มาถ่ายทอดในรูปแบบแพตช์เวิร์กบนผ้าเดนิมฟอกสีซีดและผ่านการทำให้ดูเก่า ราวกับยีนส์วินเทจที่ผ่านการสวมใส่มาอย่างยาวนาน ผลลัพธ์จึงให้ความรู้สึกแบบงานแฮนด์คราฟต์และผ่านการใช้งานมาแล้ว โดยโลโก้ทั้งสองถูกฝังลงไปในเนื้อผ้าอย่างโดดเด่น แทนที่จะเป็นเพียงลายพิมพ์บนผิวผ้า</p><p>คาร์ดิแกนถักเลือกเดินในทางคลาสสิกมากกว่า ด้วยแรงบันดาลใจจากสเวตเตอร์ลายอาร์ไกล์ดั้งเดิม ด้านหน้ามาในลายอาร์ไกล์โทนหม่น ขณะที่ด้านหลังถักม็อติฟ STA และ SKULL อย่างประณีต จึงลงตัวระหว่างมรดกสไตล์พรีปปี้กับอารมณ์สตรีตแวร์ ส่วนสเวตเชิ้ตคอกลมและเสื้อยืดพาไปสู่กลิ่นอายกรันจ์อย่างเต็มตัว ทั้งสองชิ้นผ่านการฟอกให้ซีดราวกับโดนแดด และแต่งรอยขาดแบบพอดี ๆ เพื่อให้ดูเหมือนเสื้อที่ผ่านการสวมใส่มาแล้ว เสริมด้วยกราฟิกสไตล์คอลเลจที่ผสานซิลูเอต APE HEAD เข้ากับ SKULL ให้บรรยากาศสปอร์ตแวร์วินเทจ ซึ่งทั้งสองแบรนด์ระบุว่าจะยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อสวมใส่ไปเรื่อย ๆ</p><p>ไอเท็มที่เป็นหัวใจของคอลเล็กชันและเหล่านักสะสมต้องตามล่ามากที่สุดคือนาฬิกา BAPEX ซึ่งมาในคู่สีเรียบหรูชวนให้นึกถึงทองคำและออนิกซ์ พร้อมหมายเลขกำกับเฉพาะเรือนในรุ่นพิเศษที่ผลิตจำกัดเพียง 100 เรือนทั่วโลก จึงเป็นไฮไลต์หลักของดรอปนี้อย่างชัดเจน</p><p>“mastermind A BATHING APE 19TH” วางจำหน่ายวันที่ 15 สิงหาคม ที่ BAPEXCLUSIVE AOYAMA และ <a href="https://BAPE.COM" rel="noopener" target="_blank">เว็บสโตร์ของ BAPE</a> โดยผู้ที่เลือกซื้อสินค้าหน้าร้านสามารถร่วมจับสลากได้ตั้งแต่เวลา 10.00 น. บริเวณด้านหน้า Aoyama</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/mastermind-japan-bape-a-bathing-ape-19th-collaboration-collection-release-info" title="BAPE และ mastermind JAPAN รีเวิร์กวินเทจกรันจ์ในคอลแลบครั้งที่ 19" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=62006" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=62006" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>nonnative x Gramicci รีเอ็นจิเนียร์ Easy Pant ด้วยผ้า Linen Oxford ระบายอากาศดีสำหรับซัมเมอร์</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fnonnative-Gramicci-WALKER-ST-EASY-PANTS-WALKER-EASY-SHORTS-Collaboration-Release-Info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>nonnative และ Gramicci ปล่อยคอลแลบล่าสุดที่โฟกัสไปที่ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดเนื้อผสม linen กับผ้าฝ้ายในคอลเล็กชันแคปซูลนี้มีทั้งกางเกงทรงขากว้างตรงรุ่น WALKER ST EASY PANTS และกางเกงขาสั้นทรงสบาย ๆ รุ่น WALKER EASY SHORTSทั้งสองชิ้นมาในโทนสีหม่นสามเฉดที่ออกแบบมาเพื่อขับเน้นสัมผัสนุ่มและเท็กซ์เจอร์เฉพาะตัวของเนื้อ linen</p><div>nonnative และ Gramicci กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในคอลแลบใหม่ที่ยกให้เนื้อผ้าเป็นหัวใจหลัก พร้อมนำไอเท็มใส่ง่ายอันเป็นเอกลักษณ์มาปรับโฉมด้วยผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่มีลินินเป็นส่วนผสมหลัก คอลเล็กชันแคปซูลนี้ประกอบด้วย 2 ซิลูเอตทรงสบาย ออกแบบมาให้สวมใส่ได้อย่างปลอดโปร่งในวันที่อากาศร้อน และมาใน 3 เฉดสีเรียบ understatedหัวใจของคอลเล็กชันนี้อยู่ที่เนื้อผ้า ทั้งสองแบรนด์เลือกใช้ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่ทอโดยมีลินินเป็นเส้นใยหลัก ผสมคอตตอน จึงได้ผิวสัมผัสที่ค่อนข้างหยาบ มีมิติ และมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ลินินไม่ได้มีบทบาทแค่ในเรื่องลุคเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติที่เส้นด้ายสัมผัสผิวน้อยและดูดซับความชื้นได้ดี ผ้าชนิดนี้จึงออกแบบมาให้สวมใส่สบาย แม้อุณหภูมิจะสูงขึ้นและเหงื่อออก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงกลางฤดูร้อนคอลเล็กชันแคปซูลนี้มี 2 ทรงหลัก ได้แก่ WALKER ST EASY PANTS ในทรงขากว้างตรง และ WALKER EASY SHORTS ที่ถ่ายทอดอารมณ์หลวมสบาย ไม่จำกัดการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกันในเวอร์ชันขาสั้น ทั้งคู่ตัดเย็บจากเนื้อผ้าระบายอากาศชนิดเดียวกัน จึงมีให้เลือกทั้งขายาวและขาสั้น ครอบคลุมตั้งแต่วันในเมืองไปจนถึงทริปพักผ่อนในอากาศร้อนโทนสีของทั้งคอลเล็กชันถูกคุมให้นิ่งและเรียบง่าย ไอเท็มทั้งหมดมีให้เลือกในสี Natural, Khaki Brown และ Black ซึ่งแต่ละเฉดช่วยขับโทนอ่อนนุ่มและความไม่สม่ำเสมอเล็กน้อยอันเป็นธรรมชาติของลินิน แทนที่จะพึ่งพาสีสันจัดจ้าน พาเลตนี้เปิดทางให้เท็กซ์เจอร์และสัมผัสของผ้าโดดเด่นด้วยตัวเองคอลแลบ nonnative x Gramicci วางจำหน่ายวันที่ 15 สิงหาคมที่ ร้าน nonnative รวมถึงร้าน Gramicci ที่แบรนด์บริหารเอง และ ร้านค้าออนไลน์ ของ Gramicci</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/nonnative-gramicci-walker-st-easy-pants-walker-easy-shorts-collaboration-release-info" title="nonnative x Gramicci รีเอ็นจิเนียร์ Easy Pant ด้วยผ้า Linen Oxford ระบายอากาศดีสำหรับซัมเมอร์" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:24:05 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/nonnative-gramicci-walker-st-easy-pants-walker-easy-shorts-collaboration-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30436</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fnonnative-Gramicci-WALKER-ST-EASY-PANTS-WALKER-EASY-SHORTS-Collaboration-Release-Info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>nonnative และ Gramicci ปล่อยคอลแลบล่าสุดที่โฟกัสไปที่ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดเนื้อผสม linen กับผ้าฝ้ายในคอลเล็กชันแคปซูลนี้มีทั้งกางเกงทรงขากว้างตรงรุ่น WALKER ST EASY PANTS และกางเกงขาสั้นทรงสบาย ๆ รุ่น WALKER EASY SHORTSทั้งสองชิ้นมาในโทนสีหม่นสามเฉดที่ออกแบบมาเพื่อขับเน้นสัมผัสนุ่มและเท็กซ์เจอร์เฉพาะตัวของเนื้อ linen</p><p>nonnative และ Gramicci กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งในคอลแลบใหม่ที่ยกให้เนื้อผ้าเป็นหัวใจหลัก พร้อมนำไอเท็มใส่ง่ายอันเป็นเอกลักษณ์มาปรับโฉมด้วยผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่มีลินินเป็นส่วนผสมหลัก คอลเล็กชันแคปซูลนี้ประกอบด้วย 2 ซิลูเอตทรงสบาย ออกแบบมาให้สวมใส่ได้อย่างปลอดโปร่งในวันที่อากาศร้อน และมาใน 3 เฉดสีเรียบ understated</p><p>หัวใจของคอลเล็กชันนี้อยู่ที่เนื้อผ้า ทั้งสองแบรนด์เลือกใช้ผ้าอ็อกซ์ฟอร์ดที่ทอโดยมีลินินเป็นเส้นใยหลัก ผสมคอตตอน จึงได้ผิวสัมผัสที่ค่อนข้างหยาบ มีมิติ และมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ลินินไม่ได้มีบทบาทแค่ในเรื่องลุคเท่านั้น ด้วยคุณสมบัติที่เส้นด้ายสัมผัสผิวน้อยและดูดซับความชื้นได้ดี ผ้าชนิดนี้จึงออกแบบมาให้สวมใส่สบาย แม้อุณหภูมิจะสูงขึ้นและเหงื่อออก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับช่วงกลางฤดูร้อน</p><p>คอลเล็กชันแคปซูลนี้มี 2 ทรงหลัก ได้แก่ WALKER ST EASY PANTS ในทรงขากว้างตรง และ WALKER EASY SHORTS ที่ถ่ายทอดอารมณ์หลวมสบาย ไม่จำกัดการเคลื่อนไหวเช่นเดียวกันในเวอร์ชันขาสั้น ทั้งคู่ตัดเย็บจากเนื้อผ้าระบายอากาศชนิดเดียวกัน จึงมีให้เลือกทั้งขายาวและขาสั้น ครอบคลุมตั้งแต่วันในเมืองไปจนถึงทริปพักผ่อนในอากาศร้อน</p><p>โทนสีของทั้งคอลเล็กชันถูกคุมให้นิ่งและเรียบง่าย ไอเท็มทั้งหมดมีให้เลือกในสี Natural, Khaki Brown และ Black ซึ่งแต่ละเฉดช่วยขับโทนอ่อนนุ่มและความไม่สม่ำเสมอเล็กน้อยอันเป็นธรรมชาติของลินิน แทนที่จะพึ่งพาสีสันจัดจ้าน พาเลตนี้เปิดทางให้เท็กซ์เจอร์และสัมผัสของผ้าโดดเด่นด้วยตัวเอง</p><p>คอลแลบ nonnative x Gramicci วางจำหน่ายวันที่ 15 สิงหาคมที่ <a href="https://nonnative.com/" rel="noopener" target="_blank">ร้าน nonnative</a> รวมถึงร้าน Gramicci ที่แบรนด์บริหารเอง และ <a href="https://gramicci.jp/" rel="noopener" target="_blank">ร้านค้าออนไลน์</a> ของ Gramicci</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/nonnative-gramicci-walker-st-easy-pants-walker-easy-shorts-collaboration-release-info" title="nonnative x Gramicci รีเอ็นจิเนียร์ Easy Pant ด้วยผ้า Linen Oxford ระบายอากาศดีสำหรับซัมเมอร์" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=51140" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=51140" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Pokémon และ Crocs เปิดตัว Classic Clog “Poké Ball” ฉลองครบรอบ 30 ปี</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fpokemon-crocs-classic-clog-poke-ball-212064-90H-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>Crocs จับมือกับ Pokémon ออก Classic Clog รุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Poké Ball” ในตำนานรองเท้าคู่นี้มาพร้อมจิว Jibbitz ดีไซน์เฉพาะตัวของ Pikachu, Eevee และ Psyduck จับคู่กับสายรัดส้นโลโก้แบบเมทัลลิกสุดเด่นคอลเล็กชันนี้เตรียมวางจำหน่ายวันที่ 28 สิงหาคม มีครบทุกไซซ์สำหรับทั้งครอบครัว ราคาอยู่ที่ประมาณ 50–70 ดอลลาร์สหรัฐ</p><div>ชื่อรุ่น: Pokémon x Crocs Classic Clog “Poké Ball”โทนสี: ขาว/แดงรหัสสินค้า: 212064-90Hราคาจำหน่าย: 70 ดอลลาร์สหรัฐวันวางจำหน่าย: 28 สิงหาคม 2026สถานที่จำหน่าย: CrocsCrocs และ Pokémon จับมือกันเปิดตัว Classic Clog “Poké Ball” อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของแฟรนไชส์ รองเท้ารุ่นนี้นำภาพจำของลูกบอลสีแดง-ขาวอันเป็นเอกลักษณ์มาถ่ายทอดเป็นซิลูเอตที่สวมใส่ได้ พร้อมวางจำหน่ายในไซซ์สำหรับทุกคนในครอบครัวดีไซน์หยิบการบล็อกสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Poké Ball มาใช้โดยตรง แบ่งส่วนอัปเปอร์เป็นสีแดงสดและสีขาวสะอาดตา คู่สีนี้ยังต่อเนื่องไปถึงสายรัดส้นแบบปรับได้ ซึ่งประดับโลโก้ Pokémon เมทัลลิกพาดอยู่ด้านหลังเติมเต็มดีไซน์หลักด้วยชาร์ม Jibbitz แบบคัสตอมที่ถ่ายทอดตัวละครขวัญใจแฟน ๆ อย่าง Pikachu, Eevee และ Psyduck พร้อมชาร์มชิ้นที่สี่สลักข้อความ “I Choose You!” การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นดรอปแรกจากหลายรุ่นในโปรเจกต์ฉลองครบรอบ 30 ปีที่ทั้งสองแบรนด์วางแผนไว้ โดยรุ่นถัดไปจะมี Pikachu, Gengar และ Jigglypuff Classic Platform ClogPokémon x Crocs Classic Clog “Poké Ball” จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2026</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/pokemon-crocs-classic-clog-poke-ball-212064-90h-release-info" title="Pokémon และ Crocs เปิดตัว Classic Clog “Poké Ball” ฉลองครบรอบ 30 ปี" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 08:22:10 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/pokemon-crocs-classic-clog-poke-ball-212064-90h-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30433</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fpokemon-crocs-classic-clog-poke-ball-212064-90H-release-info-000.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>Crocs จับมือกับ Pokémon ออก Classic Clog รุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก “Poké Ball” ในตำนานรองเท้าคู่นี้มาพร้อมจิว Jibbitz ดีไซน์เฉพาะตัวของ Pikachu, Eevee และ Psyduck จับคู่กับสายรัดส้นโลโก้แบบเมทัลลิกสุดเด่นคอลเล็กชันนี้เตรียมวางจำหน่ายวันที่ 28 สิงหาคม มีครบทุกไซซ์สำหรับทั้งครอบครัว ราคาอยู่ที่ประมาณ 50–70 ดอลลาร์สหรัฐ</p><p><strong>ชื่อรุ่น:</strong> Pokémon x Crocs Classic Clog “Poké Ball”<br /><strong>โทนสี:</strong> ขาว/แดง<br /><strong>รหัสสินค้า:</strong> 212064-90H<br /><strong>ราคาจำหน่าย:</strong> 70 ดอลลาร์สหรัฐ<br /><strong>วันวางจำหน่าย:</strong> 28 สิงหาคม 2026<br /><strong>สถานที่จำหน่าย:</strong> <a href="https://www.crocs.com/" rel="noopener noreferrer" target="_blank">Crocs</a></p><p>Crocs และ Pokémon จับมือกันเปิดตัว Classic Clog “Poké Ball” อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมฉลองวาระครบรอบ 30 ปีของแฟรนไชส์ รองเท้ารุ่นนี้นำภาพจำของลูกบอลสีแดง-ขาวอันเป็นเอกลักษณ์มาถ่ายทอดเป็นซิลูเอตที่สวมใส่ได้ พร้อมวางจำหน่ายในไซซ์สำหรับทุกคนในครอบครัว</p><p data-path-to-node="15">ดีไซน์หยิบการบล็อกสีอันเป็นเอกลักษณ์ของ Poké Ball มาใช้โดยตรง แบ่งส่วนอัปเปอร์เป็นสีแดงสดและสีขาวสะอาดตา คู่สีนี้ยังต่อเนื่องไปถึงสายรัดส้นแบบปรับได้ ซึ่งประดับโลโก้ Pokémon เมทัลลิกพาดอยู่ด้านหลัง</p><p data-path-to-node="16">เติมเต็มดีไซน์หลักด้วยชาร์ม Jibbitz แบบคัสตอมที่ถ่ายทอดตัวละครขวัญใจแฟน ๆ อย่าง Pikachu, Eevee และ Psyduck พร้อมชาร์มชิ้นที่สี่สลักข้อความ “I Choose You!” การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นดรอปแรกจากหลายรุ่นในโปรเจกต์ฉลองครบรอบ 30 ปีที่ทั้งสองแบรนด์วางแผนไว้ โดยรุ่นถัดไปจะมี Pikachu, Gengar และ Jigglypuff Classic Platform Clog</p><p data-path-to-node="16">Pokémon x Crocs Classic Clog “Poké Ball” จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2026</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/pokemon-crocs-classic-clog-poke-ball-212064-90h-release-info" title="Pokémon และ Crocs เปิดตัว Classic Clog “Poké Ball” ฉลองครบรอบ 30 ปี" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=71755" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=71755" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>Wood Wood FW26 “Field Studies” สำรวจความเงียบสงบนอร์ดิกและคอนทราสต์ของพื้นผิว</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fwood-wood-fall-winter-2026-collection-field-studies-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>Wood Wood เปิดตัวคอลเล็กชัน FW26 “Field Studies” ที่พาเราออกสำรวจบรรยากาศ Nordic Highlands ผ่านงานออกแบบที่เล่นกับความตัดกันอย่างมีมิติลุคไฮไลต์โดดเด่นด้วยโค้ตผ้าวูลโอเวอร์ไซซ์ แจ็กเก็ตหนัง shearling กลิ่นอายยุค 70s นิตถัก bouclé แบบทูโทน และลายสก็อตสไตล์นอร์ดิกที่ถูกตีความใหม่ไลน์ Double A เสริมลุคสตรีตให้จัดจ้านขึ้นด้วยกางเกงทรง barrel แจ็กเก็ตโค้ชผ้าไนลอน และกราฟิกจัดเต็มดีไซน์เด่นสะดุดตา</p><div>Wood Wood แบรนด์จากโคเปนเฮเกน เปิดตัวคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ในชื่อ “Field Studies” โดยได้แรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์อันดิบขรุขระและความสงบนิ่งเงียบงันของพื้นที่สูงนอร์ดิกคอลเล็กชันประจำฤดูกาลนี้ ภายใต้การนำของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Brian SS Jensen และหัวหน้าฝ่ายออกแบบ Gitte Wetter สำรวจแรงตึงเครียดระหว่างชุมชนชนบทท้องถิ่นกับคนนอกที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ก่อนถ่ายทอดธีมดังกล่าวออกมาเป็นภาพลักษณ์สบาย ๆ ที่เน้นการเลเยอร์ ซึ่งเห็นได้จากลุคบุ๊กที่รวมเหล่านางแบบและนายแบบไว้ในเคบินกรุไม้และบรรยากาศกลางแจ้งแบบชนบท สำหรับไลน์หลัก แบรนด์สร้างสมดุลระหว่างดีไซน์สแกนดิเนเวียนดั้งเดิมกับเสื้อผ้าเอาต์ดอร์ที่ใช้งานได้จริง ผ่านพาเลตสีอันเข้มข้นของเขียวสน น้ำตาลเอิร์ธโทน และม่วงพลัมฟอกซีด เสริมด้วยสีออลีฟและชมพูอ่อนที่สดขึ้นมาไอเท็มเอาต์เตอร์แวร์เด่น ได้แก่ โค้ตวูลทรงโอเวอร์ไซส์ แจ็กเก็ตครอปบุนวม แจ็กเก็ตพัฟเฟอร์ผ้าเทคนิคัล และแจ็กเก็ตหนังกลิ่นอายยุค ’70 ที่มาพร้อมปกเชียร์ลิง จับคู่กับนิตแวร์ทูโทนจากผ้าบูเคลและอัลปาก้าผสม ลายทาร์ทันนอร์ดิกที่นำมาตีความใหม่ เลเยอร์ผ้าคอร์ดูรอย และเดนิมเวอร์ชันอัปเดต ตั้งแต่ทรงตรงที่ปลายขาบานเล็กน้อย ไปจนถึงทรงคลาสสิกผ้าเนื้อหนาซึ่งผ่านการทำให้ดูเก่าขณะเดียวกัน Double A ไลน์รองของ Wood Wood ก็พาไปสู่จักรวาลย่อยที่ขับเคลื่อนด้วยสตรีตสไตล์ ผ่านนิตคอตตอนเนื้อหนา แจ็กเก็ตโค้ชไนลอนบุนวม เสื้อโอเวอร์เชิ้ตสไตล์ลัมเบอร์แจ็ก และกางเกงทรงใหม่ อาทิ กางเกงทรงบาร์เรลแบบห้ากระเป๋า และกางเกงผ้าแคนวาสเนื้อหนาทรงตรง เติมรายละเอียดด้วยกราฟิกเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางและการนำทางชมไอเท็มเด่นได้ในลุคบุ๊กด้านบน คอลเล็กชัน FW26 “Field Studies” วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่แฟลกชิปสโตร์ของ Wood Wood ทางออนไลน์ และร้านตัวแทนจำหน่ายที่คัดสรรทั่วโลก  View this post on Instagram</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/wood-wood-fall-winter-2026-collection-field-studies-info" title="Wood Wood FW26 “Field Studies” สำรวจความเงียบสงบนอร์ดิกและคอนทราสต์ของพื้นผิว" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 07:42:09 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/wood-wood-fall-winter-2026-collection-field-studies-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30430</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fwood-wood-fall-winter-2026-collection-field-studies-info-0.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>Wood Wood เปิดตัวคอลเล็กชัน FW26 “Field Studies” ที่พาเราออกสำรวจบรรยากาศ Nordic Highlands ผ่านงานออกแบบที่เล่นกับความตัดกันอย่างมีมิติลุคไฮไลต์โดดเด่นด้วยโค้ตผ้าวูลโอเวอร์ไซซ์ แจ็กเก็ตหนัง shearling กลิ่นอายยุค 70s นิตถัก bouclé แบบทูโทน และลายสก็อตสไตล์นอร์ดิกที่ถูกตีความใหม่ไลน์ Double A เสริมลุคสตรีตให้จัดจ้านขึ้นด้วยกางเกงทรง barrel แจ็กเก็ตโค้ชผ้าไนลอน และกราฟิกจัดเต็มดีไซน์เด่นสะดุดตา</p><p>Wood Wood แบรนด์จากโคเปนเฮเกน เปิดตัวคอลเล็กชัน Fall/Winter 2026 ในชื่อ “Field Studies” โดยได้แรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์อันดิบขรุขระและความสงบนิ่งเงียบงันของพื้นที่สูงนอร์ดิก</p><p>คอลเล็กชันประจำฤดูกาลนี้ ภายใต้การนำของครีเอทีฟไดเรกเตอร์ Brian SS Jensen และหัวหน้าฝ่ายออกแบบ Gitte Wetter สำรวจแรงตึงเครียดระหว่างชุมชนชนบทท้องถิ่นกับคนนอกที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ก่อนถ่ายทอดธีมดังกล่าวออกมาเป็นภาพลักษณ์สบาย ๆ ที่เน้นการเลเยอร์ ซึ่งเห็นได้จากลุคบุ๊กที่รวมเหล่านางแบบและนายแบบไว้ในเคบินกรุไม้และบรรยากาศกลางแจ้งแบบชนบท สำหรับไลน์หลัก แบรนด์สร้างสมดุลระหว่างดีไซน์สแกนดิเนเวียนดั้งเดิมกับเสื้อผ้าเอาต์ดอร์ที่ใช้งานได้จริง ผ่านพาเลตสีอันเข้มข้นของเขียวสน น้ำตาลเอิร์ธโทน และม่วงพลัมฟอกซีด เสริมด้วยสีออลีฟและชมพูอ่อนที่สดขึ้นมา</p><p>ไอเท็มเอาต์เตอร์แวร์เด่น ได้แก่ โค้ตวูลทรงโอเวอร์ไซส์ แจ็กเก็ตครอปบุนวม แจ็กเก็ตพัฟเฟอร์ผ้าเทคนิคัล และแจ็กเก็ตหนังกลิ่นอายยุค ’70 ที่มาพร้อมปกเชียร์ลิง จับคู่กับนิตแวร์ทูโทนจากผ้าบูเคลและอัลปาก้าผสม ลายทาร์ทันนอร์ดิกที่นำมาตีความใหม่ เลเยอร์ผ้าคอร์ดูรอย และเดนิมเวอร์ชันอัปเดต ตั้งแต่ทรงตรงที่ปลายขาบานเล็กน้อย ไปจนถึงทรงคลาสสิกผ้าเนื้อหนาซึ่งผ่านการทำให้ดูเก่า</p><p>ขณะเดียวกัน Double A ไลน์รองของ Wood Wood ก็พาไปสู่จักรวาลย่อยที่ขับเคลื่อนด้วยสตรีตสไตล์ ผ่านนิตคอตตอนเนื้อหนา แจ็กเก็ตโค้ชไนลอนบุนวม เสื้อโอเวอร์เชิ้ตสไตล์ลัมเบอร์แจ็ก และกางเกงทรงใหม่ อาทิ กางเกงทรงบาร์เรลแบบห้ากระเป๋า และกางเกงผ้าแคนวาสเนื้อหนาทรงตรง เติมรายละเอียดด้วยกราฟิกเกี่ยวกับการกำหนดทิศทางและการนำทาง</p><p>ชมไอเท็มเด่นได้ในลุคบุ๊กด้านบน คอลเล็กชัน FW26 “Field Studies” วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ที่แฟลกชิปสโตร์ของ Wood Wood ทาง<a href="https://www.woodwood.com/" rel="noopener" target="_blank">ออนไลน์</a> และร้านตัวแทนจำหน่ายที่คัดสรรทั่วโลก</p><p><center></center></p><blockquote class="instagram-media bypass" data-instgrm-permalink="https://www.instagram.com/p/Dbn_LwQDWN4/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" data-instgrm-version="14" style=" background:#FFF; border:0; border-radius:3px; box-shadow:0 0 1px 0 rgba(0,0,0,0.5),0 1px 10px 0 rgba(0,0,0,0.15); margin: 1px; max-width:658px; min-width:326px; padding:0; width:99.375%; width:-webkit-calc(100% - 2px); width:calc(100% - 2px);"><div style="padding:16px;"> <a href="https://www.instagram.com/p/Dbn_LwQDWN4/?utm_source=ig_embed&amp;utm_campaign=loading" rel="noopener" style=" background:#FFFFFF; line-height:0; padding:0 0; text-align:center; text-decoration:none; width:100%;" target="_blank"> </p><div style=" display: flex; flex-direction: row; align-items: center;"><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 40px; margin-right: 14px; width: 40px;"></div><div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 100px;"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 60px;"></div></div></div><div style="padding: 19% 0;"></div><div style="display:block; height:50px; margin:0 auto 12px; width:50px;"><svg height="50px" version="1.1" viewbox="0 0 60 60" width="50px" xmlns="https://www.w3.org/2000/svg" xmlns:xlink="https://www.w3.org/1999/xlink"><g fill="none" fill-rule="evenodd" stroke="none" stroke-width="1"><g fill="#000000" transform="translate(-511.000000, -20.000000)"><g><path d="M556.869,30.41 C554.814,30.41 553.148,32.076 553.148,34.131 C553.148,36.186 554.814,37.852 556.869,37.852 C558.924,37.852 560.59,36.186 560.59,34.131 C560.59,32.076 558.924,30.41 556.869,30.41 M541,60.657 C535.114,60.657 530.342,55.887 530.342,50 C530.342,44.114 535.114,39.342 541,39.342 C546.887,39.342 551.658,44.114 551.658,50 C551.658,55.887 546.887,60.657 541,60.657 M541,33.886 C532.1,33.886 524.886,41.1 524.886,50 C524.886,58.899 532.1,66.113 541,66.113 C549.9,66.113 557.115,58.899 557.115,50 C557.115,41.1 549.9,33.886 541,33.886 M565.378,62.101 C565.244,65.022 564.756,66.606 564.346,67.663 C563.803,69.06 563.154,70.057 562.106,71.106 C561.058,72.155 560.06,72.803 558.662,73.347 C557.607,73.757 556.021,74.244 553.102,74.378 C549.944,74.521 548.997,74.552 541,74.552 C533.003,74.552 532.056,74.521 528.898,74.378 C525.979,74.244 524.393,73.757 523.338,73.347 C521.94,72.803 520.942,72.155 519.894,71.106 C518.846,70.057 518.197,69.06 517.654,67.663 C517.244,66.606 516.755,65.022 516.623,62.101 C516.479,58.943 516.448,57.996 516.448,50 C516.448,42.003 516.479,41.056 516.623,37.899 C516.755,34.978 517.244,33.391 517.654,32.338 C518.197,30.938 518.846,29.942 519.894,28.894 C520.942,27.846 521.94,27.196 523.338,26.654 C524.393,26.244 525.979,25.756 528.898,25.623 C532.057,25.479 533.004,25.448 541,25.448 C548.997,25.448 549.943,25.479 553.102,25.623 C556.021,25.756 557.607,26.244 558.662,26.654 C560.06,27.196 561.058,27.846 562.106,28.894 C563.154,29.942 563.803,30.938 564.346,32.338 C564.756,33.391 565.244,34.978 565.378,37.899 C565.522,41.056 565.552,42.003 565.552,50 C565.552,57.996 565.522,58.943 565.378,62.101 M570.82,37.631 C570.674,34.438 570.167,32.258 569.425,30.349 C568.659,28.377 567.633,26.702 565.965,25.035 C564.297,23.368 562.623,22.342 560.652,21.575 C558.743,20.834 556.562,20.326 553.369,20.18 C550.169,20.033 549.148,20 541,20 C532.853,20 531.831,20.033 528.631,20.18 C525.438,20.326 523.257,20.834 521.349,21.575 C519.376,22.342 517.703,23.368 516.035,25.035 C514.368,26.702 513.342,28.377 512.574,30.349 C511.834,32.258 511.326,34.438 511.181,37.631 C511.035,40.831 511,41.851 511,50 C511,58.147 511.035,59.17 511.181,62.369 C511.326,65.562 511.834,67.743 512.574,69.651 C513.342,71.625 514.368,73.296 516.035,74.965 C517.703,76.634 519.376,77.658 521.349,78.425 C523.257,79.167 525.438,79.673 528.631,79.82 C531.831,79.965 532.853,80.001 541,80.001 C549.148,80.001 550.169,79.965 553.369,79.82 C556.562,79.673 558.743,79.167 560.652,78.425 C562.623,77.658 564.297,76.634 565.965,74.965 C567.633,73.296 568.659,71.625 569.425,69.651 C570.167,67.743 570.674,65.562 570.82,62.369 C570.966,59.17 571,58.147 571,50 C571,41.851 570.966,40.831 570.82,37.631"></path></g></g></g></svg></div><div style="padding-top: 8px;"><div style=" color:#3897f0; font-family:Arial,sans-serif; font-size:14px; font-style:normal; font-weight:550; line-height:18px;">View this post on Instagram</div></div><div style="padding: 12.5% 0;"></div><div style="display: flex; flex-direction: row; margin-bottom: 14px; align-items: center;"><div><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(0px) translateY(7px);"></div><div style="background-color: #F4F4F4; height: 12.5px; transform: rotate(-45deg) translateX(3px) translateY(1px); width: 12.5px; flex-grow: 0; margin-right: 14px; margin-left: 2px;"></div><div style="background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; height: 12.5px; width: 12.5px; transform: translateX(9px) translateY(-18px);"></div></div><div style="margin-left: 8px;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 50%; flex-grow: 0; height: 20px; width: 20px;"></div><div style=" width: 0; height: 0; border-top: 2px solid transparent; border-left: 6px solid #f4f4f4; border-bottom: 2px solid transparent; transform: translateX(16px) translateY(-4px) rotate(30deg)"></div></div><div style="margin-left: auto;"><div style=" width: 0px; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-right: 8px solid transparent; transform: translateY(16px);"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; flex-grow: 0; height: 12px; width: 16px; transform: translateY(-4px);"></div><div style=" width: 0; height: 0; border-top: 8px solid #F4F4F4; border-left: 8px solid transparent; transform: translateY(-4px) translateX(8px);"></div></div></div><div style="display: flex; flex-direction: column; flex-grow: 1; justify-content: center; margin-bottom: 24px;"><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; margin-bottom: 6px; width: 224px;"></div><div style=" background-color: #F4F4F4; border-radius: 4px; flex-grow: 0; height: 14px; width: 144px;"></div></div><p></a></div></blockquote><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/wood-wood-fall-winter-2026-collection-field-studies-info" title="Wood Wood FW26 “Field Studies” สำรวจความเงียบสงบนอร์ดิกและคอนทราสต์ของพื้นผิว" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=86059" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=86059" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>PAÑPURI นิยามใหม่แห่งน้ำหอมระดับพรีเมียม กับคอลเล็กชัน “Care Eau de Parfum” ไร้แอลกอฮอล์</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fpanpuri-care-eau-de-parfum-collection-release-info-1.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>PAÑPURI เปิดตัว Care Eau de Parfum คอลเล็กชันน้ำหอมฟายน์กลิ่นแรกของแบรนด์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ สำหรับทั้งผิวกายและเส้นผมทั้งหมด 10 กลิ่น ถ่ายทอดอารมณ์ภายในได้อย่างลึกซึ้ง ผสานโน้ตซิตรัส ฟลอรัล วู้ดดี้ และกลิ่นโทนเขียวเข้าไว้ด้วยกันขวดแก้วบรรจุน้ำหอมมาพร้อมกล่องลวดลายสวยงาม จับคู่กับถุงผ้ารูดเชือกสำหรับปกป้องขวดอย่างหรูหรา</p><div>PAÑPURI แบรนด์น้ำหอมแนวนิชและเวลเนสแบบองค์รวมจากประเทศไทย เปิดตัวผลงานกลิ่นหอมล่าสุดกับ Care Eau de Parfum Collection คอลเล็กชันที่ร้อยเรียงราวความทรงจำแผ่วเบา แต่ละกลิ่นได้รับการออกแบบให้แนบชิดกับเรือนกายในสัมผัสอ่อนโยนไร้แอลกอฮอล์ลองนึกถึงความสดใสของใบมะเขือเทศหลังฝนตก ประกายของยูซุท่ามกลางแสงยามเช้า หรือดอกซากุระอ่อนโยนที่ค่อย ๆ เลือนหายไปกับยามโพล้เพล้ แต่ละกลิ่นได้รับการรังสรรค์ดุจภูมิทัศน์ภายใน เป็นห้วงอารมณ์ที่หยุดนิ่งอยู่ในกาลเวลา แทนที่จะฟุ้งกระจายออกสู่ภายนอก กลิ่นเหล่านี้กลับแผ่วเบาเข้าด้านใน ชวนให้นึกถึงความสงบ ความเข้มแข็ง และการเริ่มต้นใหม่ ราวจังหวะพักระหว่างลมหายใจที่เปี่ยมด้วยทั้งความนิ่งสงบและการรับรู้ถึงการมีอยู่ด้วยแนวคิดหลัก “What Stays” คอลเล็กชันนี้จึงก้าวพ้นจากการกระจายกลิ่นอันเข้มข้น มาสู่สูตรน้ำไร้แอลกอฮอล์ที่ออกแบบให้แนบชิดผิวและเส้นผมนาน 6–8 ชั่วโมง อุดมด้วยส่วนผสมบำรุงอย่างน้ำว่านหางจระเข้ออร์แกนิก วีแกนเซราไมด์จากข้าว และคอมเพล็กซ์จากอ้อย เนื้อสัมผัสไม่เหนียวเหนอะหนะ มอบละอองบางเบาที่โปร่งสบาย ช่วยดูแลผิวกายพร้อมโอบล้อมด้วยกลิ่นหอม คอลเล็กชันนี้มีน้ำหอม 10 กลิ่น ซึ่งรังสรรค์ขึ้นดุจ “ความทรงจำภายใน” ตั้งแต่ความสดใสของ “The Quiet Between” (โดดเด่นด้วยใบมะเขือเทศประกายระยิบและกัลบานัม) ความสงบนิ่งติดดินชวนทำสมาธิของ “The Ground Remembers” (มีฮิโนกิและแลบดานัมเป็นแกนหลัก) ไปจนถึงความอบอุ่นราวรังไหมของ “I’ll Stay Until You Sleep” (ละมุนด้วยทูเบอโรสและวานิลลา)น้ำหอมแต่ละกลิ่นบรรจุในขวดแก้วใส โดดเด่นด้วยเส้นสายเชิงสถาปัตยกรรมที่สะอาดตา ฝาโลหะมินิมัล และตราสัญลักษณ์รูปตราอาร์มสีทอง ซึ่งช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ใสดุจผลึกของเนื้อน้ำหอมสูตรน้ำภายในเติมเต็มประสบการณ์แห่งประสาทสัมผัส แต่ละกลิ่นมาพร้อมกล่องลวดลายเฉพาะที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวล และถุงเชือกรูดสำหรับปกป้องผลิตภัณฑ์ ชวนให้ผู้ใช้พกพาพิธีกรรมแห่งกลิ่นหอมติดตัวไปได้อย่าง सहजตลอดวัน ไม่ว่าจะพรมลงบนจุดชีพจร ฉีดลงบนปลายผม หรือลูบไล้บนผิวแห้ง บรรจุภัณฑ์และเนื้อสูตรต่างทำงานควบคู่กัน เพื่อเฉลิมฉลองให้น้ำหอมเป็นการปรากฏอยู่ที่แผ่วเบาและยืนยาวCare Eau de Parfum Collection วางจำหน่ายที่ PAÑPURI Sensorial Boutiques ในฮ่องกงและมาเก๊า รวมถึงทางออนไลน์ผ่าน panpuri.com มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 10 มล. ราคา 550 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ) และขนาด 50 มล. ราคา 1,185 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 151 ดอลลาร์สหรัฐ)</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/panpuri-care-eau-de-parfum-collection-release-info" title="PAÑPURI นิยามใหม่แห่งน้ำหอมระดับพรีเมียม กับคอลเล็กชัน “Care Eau de Parfum” ไร้แอลกอฮอล์" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 07:41:38 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/panpuri-care-eau-de-parfum-collection-release-info</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30427</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[แฟชั่น]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2Fpanpuri-care-eau-de-parfum-collection-release-info-1.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>สรุป</strong></p><p>PAÑPURI เปิดตัว Care Eau de Parfum คอลเล็กชันน้ำหอมฟายน์กลิ่นแรกของแบรนด์ที่ปราศจากแอลกอฮอล์ สำหรับทั้งผิวกายและเส้นผมทั้งหมด 10 กลิ่น ถ่ายทอดอารมณ์ภายในได้อย่างลึกซึ้ง ผสานโน้ตซิตรัส ฟลอรัล วู้ดดี้ และกลิ่นโทนเขียวเข้าไว้ด้วยกันขวดแก้วบรรจุน้ำหอมมาพร้อมกล่องลวดลายสวยงาม จับคู่กับถุงผ้ารูดเชือกสำหรับปกป้องขวดอย่างหรูหรา</p><p><a href="https://www.instagram.com/panpuriofficial/">PAÑPURI</a> แบรนด์น้ำหอมแนวนิชและเวลเนสแบบองค์รวมจากประเทศไทย เปิดตัวผลงานกลิ่นหอมล่าสุดกับ Care Eau de Parfum Collection คอลเล็กชันที่ร้อยเรียงราวความทรงจำแผ่วเบา แต่ละกลิ่นได้รับการออกแบบให้แนบชิดกับเรือนกายในสัมผัสอ่อนโยนไร้แอลกอฮอล์</p><p>ลองนึกถึงความสดใสของใบมะเขือเทศหลังฝนตก ประกายของยูซุท่ามกลางแสงยามเช้า หรือดอกซากุระอ่อนโยนที่ค่อย ๆ เลือนหายไปกับยามโพล้เพล้ แต่ละกลิ่นได้รับการรังสรรค์ดุจภูมิทัศน์ภายใน เป็นห้วงอารมณ์ที่หยุดนิ่งอยู่ในกาลเวลา แทนที่จะฟุ้งกระจายออกสู่ภายนอก กลิ่นเหล่านี้กลับแผ่วเบาเข้าด้านใน ชวนให้นึกถึงความสงบ ความเข้มแข็ง และการเริ่มต้นใหม่ ราวจังหวะพักระหว่างลมหายใจที่เปี่ยมด้วยทั้งความนิ่งสงบและการรับรู้ถึงการมีอยู่</p><p>ด้วยแนวคิดหลัก “What Stays” คอลเล็กชันนี้จึงก้าวพ้นจากการกระจายกลิ่นอันเข้มข้น มาสู่สูตรน้ำไร้แอลกอฮอล์ที่ออกแบบให้แนบชิดผิวและเส้นผมนาน 6–8 ชั่วโมง อุดมด้วยส่วนผสมบำรุงอย่างน้ำว่านหางจระเข้ออร์แกนิก วีแกนเซราไมด์จากข้าว และคอมเพล็กซ์จากอ้อย เนื้อสัมผัสไม่เหนียวเหนอะหนะ มอบละอองบางเบาที่โปร่งสบาย ช่วยดูแลผิวกายพร้อมโอบล้อมด้วยกลิ่นหอม คอลเล็กชันนี้มีน้ำหอม 10 กลิ่น ซึ่งรังสรรค์ขึ้นดุจ “ความทรงจำภายใน” ตั้งแต่ความสดใสของ “The Quiet Between” (โดดเด่นด้วยใบมะเขือเทศประกายระยิบและกัลบานัม) ความสงบนิ่งติดดินชวนทำสมาธิของ “The Ground Remembers” (มีฮิโนกิและแลบดานัมเป็นแกนหลัก) ไปจนถึงความอบอุ่นราวรังไหมของ “I’ll Stay Until You Sleep” (ละมุนด้วยทูเบอโรสและวานิลลา)</p><p>น้ำหอมแต่ละกลิ่นบรรจุในขวดแก้วใส โดดเด่นด้วยเส้นสายเชิงสถาปัตยกรรมที่สะอาดตา ฝาโลหะมินิมัล และตราสัญลักษณ์รูปตราอาร์มสีทอง ซึ่งช่วยขับเน้นความบริสุทธิ์ใสดุจผลึกของเนื้อน้ำหอมสูตรน้ำภายใน</p><p>เติมเต็มประสบการณ์แห่งประสาทสัมผัส แต่ละกลิ่นมาพร้อมกล่องลวดลายเฉพาะที่มีผิวสัมผัสนุ่มนวล และถุงเชือกรูดสำหรับปกป้องผลิตภัณฑ์ ชวนให้ผู้ใช้พกพาพิธีกรรมแห่งกลิ่นหอมติดตัวไปได้อย่าง सहजตลอดวัน ไม่ว่าจะพรมลงบนจุดชีพจร ฉีดลงบนปลายผม หรือลูบไล้บนผิวแห้ง บรรจุภัณฑ์และเนื้อสูตรต่างทำงานควบคู่กัน เพื่อเฉลิมฉลองให้น้ำหอมเป็นการปรากฏอยู่ที่แผ่วเบาและยืนยาว</p><p>Care Eau de Parfum Collection วางจำหน่ายที่ PAÑPURI Sensorial Boutiques ในฮ่องกงและมาเก๊า รวมถึงทางออนไลน์ผ่าน <a href="https://panpuri.com">panpuri.com</a> มีให้เลือก 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 10 มล. ราคา 550 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 70 ดอลลาร์สหรัฐ) และขนาด 50 มล. ราคา 1,185 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 151 ดอลลาร์สหรัฐ)</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/panpuri-care-eau-de-parfum-collection-release-info" title="PAÑPURI นิยามใหม่แห่งน้ำหอมระดับพรีเมียม กับคอลเล็กชัน “Care Eau de Parfum” ไร้แอลกอฮอล์" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=62085" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=62085" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
    <item>
      <title>New Balance 1890A Hybrid โฉมใหม่ “Cow Print” บนพื้นรองเท้า 2002</title>
      <description><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2FNew-Balance-1890A-Cow-Print-Official-Images.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><div>ชื่อรุ่น: New Balance 1890A “Cow Print”โทนสี: ยังไม่ระบุรหัสสินค้า: ยังไม่ระบุราคาแนะนำ: ยังไม่ระบุวันวางจำหน่าย: ช่วงปลายปี 2026New Balance 1890A กลับมาอีกครั้งในโทนสี “Cow Print” ที่ขับด้านแฟชั่นของซิลูเอตนี้ออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยแก่นของรองเท้าไฮบริดที่มีกลิ่นอายของ Wallabee เวอร์ชันนี้จึงปรับชุดวัสดุใหม่ให้ชัดเจนในทางไลฟ์สไตล์ ลดทอนรายละเอียดเชิงเทคนิค แล้วแทนที่ด้วยการจับคู่วัสดุที่ดูเข้มข้นและชวนสัมผัสยิ่งขึ้นโครงสร้างคือสิ่งที่ทำให้ 1890A มีชื่อเสียงในความแปลกแตกต่าง รุ่นนี้ผสานอัปเปอร์หัวรองเท้าทรงม็อกเข้ากับชุดพื้นจาก New Balance 2002 เป็นการจับคู่ต่างขั้วที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทรงสลิปออนลำลองกับฐานรองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกได้ดี นี่คือการสร้างสรรค์แบบไฮบริดโดยตั้งใจ และเวอร์ชันนี้ก็ผลักอัตลักษณ์ดังกล่าวไปในทิศทางที่เนี้ยบขึ้นเพื่อไปให้ถึงจุดนั้น New Balance ตัดเมชและโอเวอร์เลย์เชิงเทคนิคที่พบในรองเท้ารุ่นก่อนออก แล้วแทนที่ด้วยเรื่องราวของวัสดุที่ร่วมสมัยกว่า โดยมีลายวัวเป็นหัวใจหลัก ลายด่างสีน้ำตาลและขาวนวลปกคลุมบริเวณหัวรองเท้าและชั้นวัสดุโดยรอบ ขณะที่โอเวอร์เลย์หนังกลับขนยาวเติมเท็กซ์เจอร์ทั่วอัปเปอร์ และหนังสีขาวนวลหุ้มรอบขอบข้อเท้าเพื่อสร้างความตัดกัน ผลลัพธ์จึงใกล้เคียงกับรองเท้าทรงทางการมากกว่าสนีกเกอร์สายเพอร์ฟอร์แมนซ์ภาพลักษณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 1890A “Cow Print” สอดรับกับการขยับตัวครั้งใหญ่ของวงการสนีกเกอร์ ที่หันไปหยิบรายละเอียดจากรองเท้าบู๊ตและรองเท้าทรงทางการมาใช้มากขึ้น ซึ่ง New Balance ก็กำลังขานรับกระแสนี้ในหลายแนวทาง รวมถึงแพ็ก 327 ที่มาในภาษาลายแอนิมัลพรินต์แบบเดียวกัน สำหรับคู่นี้ ลายพิมพ์คือองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุด ขณะที่ฐานแบบไฮบริดยังคงยึดรองเท้าไว้กับไลน์ไลฟ์สไตล์ของ New Balance</div><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/new-balance-1890a-cow-print-official-images" title="New Balance 1890A Hybrid โฉมใหม่ “Cow Print” บนพื้นรองเท้า 2002" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p>]]></description>
      <pubDate>Tue, 11 Aug 2026 07:31:29 +0000</pubDate>
      <link>https://hypebeast.com/th/2026/8/new-balance-1890a-cow-print-official-images</link>
      <guid>https://th.hypebeast.com/?post=30424</guid>
      <author>info@hypebeast.com (Hypebeast)</author>
      <category><![CDATA[รองเท้า]]></category>
            <content:encoded><![CDATA[<p><img width="620" src="https://image-cdn.hypb.st/https%3A%2F%2Fth.hypebeast.com%2Ffiles%2F2026%2F08%2FNew-Balance-1890A-Cow-Print-Official-Images.jpg?w=800&cbr=1&q=90&fit=max" /></p><p><strong>ชื่อรุ่น:</strong> New Balance 1890A “Cow Print”<br /><strong>โทนสี:</strong> ยังไม่ระบุ<br /><strong>รหัสสินค้า:</strong> ยังไม่ระบุ<br /><strong>ราคาแนะนำ:</strong> ยังไม่ระบุ<br /><strong>วันวางจำหน่าย:</strong> ช่วงปลายปี 2026</p><p>New Balance 1890A กลับมาอีกครั้งในโทนสี “Cow Print” ที่ขับด้านแฟชั่นของซิลูเอตนี้ออกมาอย่างเต็มที่ ด้วยแก่นของรองเท้าไฮบริดที่มีกลิ่นอายของ Wallabee เวอร์ชันนี้จึงปรับชุดวัสดุใหม่ให้ชัดเจนในทางไลฟ์สไตล์ ลดทอนรายละเอียดเชิงเทคนิค แล้วแทนที่ด้วยการจับคู่วัสดุที่ดูเข้มข้นและชวนสัมผัสยิ่งขึ้น</p><p>โครงสร้างคือสิ่งที่ทำให้ 1890A มีชื่อเสียงในความแปลกแตกต่าง รุ่นนี้ผสานอัปเปอร์หัวรองเท้าทรงม็อกเข้ากับชุดพื้นจาก New Balance 2002 เป็นการจับคู่ต่างขั้วที่อยู่กึ่งกลางระหว่างทรงสลิปออนลำลองกับฐานรองเท้าวิ่งที่รองรับแรงกระแทกได้ดี นี่คือการสร้างสรรค์แบบไฮบริดโดยตั้งใจ และเวอร์ชันนี้ก็ผลักอัตลักษณ์ดังกล่าวไปในทิศทางที่เนี้ยบขึ้น</p><p>เพื่อไปให้ถึงจุดนั้น New Balance ตัดเมชและโอเวอร์เลย์เชิงเทคนิคที่พบในรองเท้ารุ่นก่อนออก แล้วแทนที่ด้วยเรื่องราวของวัสดุที่ร่วมสมัยกว่า โดยมีลายวัวเป็นหัวใจหลัก ลายด่างสีน้ำตาลและขาวนวลปกคลุมบริเวณหัวรองเท้าและชั้นวัสดุโดยรอบ ขณะที่โอเวอร์เลย์หนังกลับขนยาวเติมเท็กซ์เจอร์ทั่วอัปเปอร์ และหนังสีขาวนวลหุ้มรอบขอบข้อเท้าเพื่อสร้างความตัดกัน ผลลัพธ์จึงใกล้เคียงกับรองเท้าทรงทางการมากกว่าสนีกเกอร์สายเพอร์ฟอร์แมนซ์</p><p>ภาพลักษณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ 1890A “Cow Print” สอดรับกับการขยับตัวครั้งใหญ่ของวงการสนีกเกอร์ ที่หันไปหยิบรายละเอียดจากรองเท้าบู๊ตและรองเท้าทรงทางการมาใช้มากขึ้น ซึ่ง New Balance ก็กำลังขานรับกระแสนี้ในหลายแนวทาง รวมถึงแพ็ก 327 ที่มาในภาษาลายแอนิมัลพรินต์แบบเดียวกัน สำหรับคู่นี้ ลายพิมพ์คือองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุด ขณะที่ฐานแบบไฮบริดยังคงยึดรองเท้าไว้กับไลน์ไลฟ์สไตล์ของ New Balance</p><p><a href="https://hypebeast.com/th/2026/8/new-balance-1890a-cow-print-official-images" title="New Balance 1890A Hybrid โฉมใหม่ “Cow Print” บนพื้นรองเท้า 2002" target="_blank" rel="noopener">Click here to view full gallery at Hypebeast</a></p><p>    <a href="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/jump?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=33079" target="_blank" rel="noopener">        <img src="https://pubads.g.doubleclick.net/gampad/ad?iu=/1015938/Hypebeast_RSS_300x250_Rectangle&sz=300x250&c=33079" />    </a></p>]]></content:encoded>
      <slash:comments>0</slash:comments>
    </item>
  </channel>
</rss>
