ทำไมนักสะสมนาฬิกาสายเพียวริสต์ถึงของขึ้นกับ Swatch x AP Royal Pop ขนาดนี้?

5 กูรูนาฬิกาเปิดมุมมองแบบไม่มีกั๊กต่อคอลแลบสุดปั่นวงการเรือนเวลาเจ้านี้

นาฬิกา
4.4K 0 ความคิดเห็น

ทันทีที่กระแสข่าวลือเรื่องการคอลแลประหว่าง Audemars Piguet และ Swatch เริ่มระอุบนโลกออนไลน์ วงการนาฬิกาต่างก็เตรียมใจรอรับ Royal Oak เวอร์ชัน Bioceramic สำหรับข้อมือ ที่หลายคนจินตนาการว่าจะเป็นก็อปปี้คาร์บอนของเรือนในตำนานฝีมือ Gérald Genta แต่ของจริง Royal Pop กลับเลือกสลัดข้อมือทิ้งไปเลย เปิดตัวมาในฐานะนาฬิกาพกกลไกสีสันจัดจ้าน ทางเลือกที่ “แบ่งขั้วสุดขอบ” นี้ดันซิลูเอตทรงไอคอนหนึ่งของโลกนาฬิกาชั้นสูงเข้าไปอยู่กลางดราม่าเรื่องมูลค่าแบรนด์และความเสี่ยงจะหลุดจากดีไซน์ร่วมสมัยทันที แม้รูปแบบจะทำเอานักสะสมสายขาจรถึงกับช็อก แต่ดีเอ็นเอระหว่างสองยักษ์ใหญ่สวิสกลับแนบแน่นลึกซึ้ง ใต้เรือนทรงแปดเหลี่ยมสีสดคือกลไกไขลานที่ต่อยอดจาก SISTEM51 ออโตเมติกของ Swatch มาพร้อม Nivachron™ balance spring ป้องกันสนามแม่เหล็ก ซึ่งเป็นชิ้นส่วนที่ทั้งสองแบรนด์ร่วมกันพัฒนามาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

การเปิดตัวสุดสัปดาห์ที่ทุกคนรอคอยจุดชนวนให้เกิดคิวมโหฬารหน้าร้าน Swatch ทั่วโลก ร้านบูติกแทบเป็นอัมพาต ให้ฟีลอิมแพ็กเชิงวัฒนธรรมสูสี MoonSwatch ในตำนานเลยทีเดียว แต่เบื้องหลังบับเบิลบนโซเชียลมีเดีย ยังมีบทสนทนาที่ลึกกว่านั้นเรื่องความน่าสะสมในระยะยาว วงการนักสะสมแบ่งเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจนว่า “positive provocation” ครั้งนี้ จะเป็นประตูสู่โลกนาฬิกากลไกให้คนรุ่นดิจิทัลได้จริงหรือไม่ หรือในทางกลับกัน โครงสร้างที่ซ่อมไม่ได้กับดีไซน์ที่เอื้อต่อการโมดิฟาย จะผลักให้มันเป็นเพียง “เทรนด์วูบหนึ่ง” มากกว่าจะกลายเป็นหมุดหมายถาวรในประวัติศาสตร์ฮอร์โลจี และเมื่อฟีล FOMO บนโซเชียลค่อย ๆ จางลง เราจึงอดถามไม่ได้ว่า นาฬิกาพกทรง Lépine และ Savonnette เหล่านี้จะปลุกให้เกิดการชื่นชมแบบยั่งยืน หรือแค่เปิดทางให้นาฬิกาแปลงร่างราคาย่อมเยาที่ดัดเป็นรุ่นข้อมือไหลทะลักท่วมตลาดรอง

เพื่อคลี่ทุกมุมของการเปิดตัวครั้งประวัติศาสตร์นี้ เราจึงรวบรวมเสียงจากคนวงการแถวหน้า นักข่าว และนักสะสม มานั่งคุยกันใน roundtable ล่าสุดของเรา ร่วมวงสนทนาครั้งนี้มี Tom Chng (ผู้ก่อตั้ง Singapore Watch Club), นักข่าวสายเรือนเวลา Bhanu Chopra (Worn & Wound คอลัมนิสต์), Helbert Tsang (ผู้ร่วมก่อตั้ง The Horology Club), Oliver Tong (ผู้ร่วมก่อตั้ง Horoverse) และ Françoise-Marie Santucci นักข่าวสายเรือนเวลารุ่นใหญ่ที่ฝากผลงานไว้ในสื่อฝรั่งเศสชื่อดังหลายฉบับ อาทิ Le Nouvel Obs, The Good Life และ Montres Heroes.

Swatch และ AP หักมุมความคาดหวังด้วยการปล่อย Royal Pop ในรูปแบบนาฬิกาพก มองกันตรง ๆ แล้วคุณรู้สึกอย่างไรกับฟอร์แมตนี้? คิดไหมว่าการสวมใส่ที่ “ผิดคาด” แบบนี้จะไปจำกัดศักยภาพของมันในฐานะไอเท็มสะสมระยะยาวหรือเปล่า?

Tom Chng (Singapore Watch Club)

ผมมองว่านี่เป็นการลงมือทำโปรเจกต์ที่ทั้งฉลาดและเนี้ยบมาก เดิมทีมีคนกังขาเยอะว่าถ้า Royal Oak เวอร์ชันพลาสติกออกมาในรูปแบบนาฬิกาข้อมือ มันอาจทำให้แบรนด์ดูด้อยค่าหรือกร่อนมูลค่าลงได้ แต่พอเลือกให้เป็นนาฬิกาพกแทน AP กับ Swatch ก็ส่งสัญญาณชัดเลยว่านี่คือ “ของเล่นเชิงฮอร์โลจี” ตั้งแต่แก่น เป็นอะไรที่สนุก เบาสบาย ใช้เปิดโลกให้คนเจเนอเรชันใหม่ ๆ หรือลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ลองสัมผัสนาฬิกากลไก โดยไม่ต้องทำท่าเครียดหรือจริงจังเกินไป

ในขณะเดียวกัน ผมก็ชอบที่ยังรักษาความ “บริสุทธิ์” เชิงฮอร์โลจีเอาไว้ ด้วยการใช้กลไกแบบไขลานมือ

Bhanu Chopra, นักข่าวสายเรือนเวลา

ภาพแรกที่ฉันมีต่อนาฬิกา Swatch คือมันถูกสร้างมาให้เป็นแอ็กเซสซอรีที่สนุก เล่นหยอดมุกขำ ๆ ได้ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น ถ้าใครเข้าไปซีเรียสมาก ๆ กับมัน ก็ถือว่าห่างไกลจากจิตวิญญาณของ Swatch อยู่พอสมควรเลย

แม้พูดแบบนั้น ก็ต้องยอมรับว่าการสวมใส่ที่แหวกแนวมักจะจำกัดกลุ่มคนซื้ออยู่แล้ว นักสะสมส่วนใหญ่ยังอยากได้นาฬิกาที่ใส่บนข้อมือได้เป็นประจำ ไม่ใช่แค่หยิบมาดู ชื่นชม ใช้สองสามที แล้ววางทิ้งในลิ้นชักจนถูกลืม

ฉันคิดว่าฟอร์แมตแบบนี้น่าจะจำกัดศักยภาพการเป็นไอเท็มสะสมระยะยาวในกระแสหลัก แต่อีกด้านหนึ่งมันอาจสร้างกลุ่มแฟนคลับขนาดเล็กที่อินจัดและทุ่มเทสุดตัวขึ้นมาแทน ในเชิงประวัติศาสตร์ การคอลแลบครั้งนี้จะยิ่งน่าจับตามาก เพราะมันกล้าทลายสูตรสำเร็จที่ทุกคนคิดว่าจะได้เห็นนี่แหละ

Helbert Tsang (The Horology Club)

ผมมองว่านี่เป็นหมากที่ยอดเยี่ยมของ Swatch และ AP และถือว่าเฉียบมากในมุมมองการตลาดและการออกแบบผลิตภัณฑ์ การจะทำให้คนตื่นเต้นกับ Royal Oak เวอร์ชัน Swatch ในรูปแบบนาฬิกาข้อมืออาจยาก เพราะตัวต้นแบบมีความหมายกับผู้คนจำนวนมากเหลือเกิน แต่พอเปลี่ยนฟอร์แมตใหม่ที่ยังคงอัตลักษณ์ด้านภาพไว้ได้เยอะ ก็เหมือนไปกระตุ้นให้คนอยากเอา Royal Oak เล็ก ๆ น้อย ๆ เข้ามาอยู่ในชีวิต ในรูปแบบนาฬิกาพก พวงห้อยกระเป๋า หรืออะไรก็ได้ตามที่แต่ละคนอยากใช้มัน

Oliver Tong, ผู้ร่วมก่อตั้ง Horoverse

Swatch กับ AP เล่นใหญ่จริง ๆ ที่กล้าปล่อย Royal Pop ออกมาเป็นนาฬิกาพกแทนนาฬิกาข้อมือ เอาตรง ๆ ผมชอบไอเดียการหักมุมความคาดหวังนะ มันสนุก ทำให้โลกนาฬิกาดูน่าติดตามขึ้น และชวนให้เกิดบทสนทนาใหม่ ๆ แต่พอเอาฟอร์แมตนี้ไปจับคู่กับราคา มันเริ่มให้ฟีลเป็นของที่ระลึกจาก AP มากกว่าจะเป็นเรือนคู่ใจที่คุณจะเก็บสะสมไปอีกหลายปี อย่างไรก็ตาม ผมก็ไม่คิดว่าความ “ใส่ยาก” จะทำลายความน่าสะสมโดยอัตโนมัติ บางทีของบางชิ้นก็กลายเป็นไอเท็มสะสม ทั้งที่เจ้าของแทบไม่ได้หยิบมาใส่ทุกวันด้วยซ้ำ

Françoise-Marie Santucci, นักข่าวสายเรือนเวลา

ขอยืมสำนวนของชาวสวิสโซนภาษาฝรั่งเศสสักหน่อย (ซึ่งฉันชอบมาก) ว่า ฉันรู้สึก “ผิดหวังอย่างเพลิดเพลิน” คือมีความเฟลเล็ก ๆ เพราะเหมือนหลาย ๆ คน ฉันก็อยากได้เสี้ยวหนึ่งของตำนาน Audemars Piguet มาอยู่บนข้อมือ แต่ขณะเดียวกันก็อดทึ่งในความกล้าและบ้าบิ่นของ Royal Pop ไม่ได้ ข้อเสนอนี้ทั้งแหวกแนว กล้าชน และน่าจะถูกจริตผู้หญิงไม่น้อย น่าเสียดายก็แต่เพียงว่า การวางขายวันที่ 16 พฤษภาคม กลับจบลงด้วยความโกลาหลซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ในมุมฉัน สิ่งที่อาจถ่วงคอลเลกชันนี้ไม่ให้ไปได้ไกล ไม่ใช่ “ฟีลเวลาใส่” แต่คือสิ่งที่อยู่ข้างในต่างหาก — นั่นคือ Sistem51 กลไกออโตเมติกที่แข็งแรงและไว้ใจได้ แต่เป็นประเภทที่ซ่อมบำรุงไม่ได้

คุณคิดว่าการเปิดตัวครั้งนี้จะส่งผลอย่างไรต่อกลุ่มเจ้าของ Royal Oak เดิมที่มีอยู่แล้ว?

Tom Chng (Singapore Watch Club)

บังเอิญว่าผมเป็นเจ้าของนาฬิกาพก Royal Oak ปี 1979 อยู่เรือนหนึ่ง ซึ่งเป็น ชิ้นต้นแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานอุทิศตัวนี้ที่เล่นสนุกกับต้นฉบับ ผลิตออกมาจำนวนน้อยมาก และเป็นนาฬิกาที่ผมรักและสนุกกับมันจริง ๆ

สิ่งที่ผมชอบใน Royal Pop คือมันทำให้คนจำนวนมากขึ้นได้มีโอกาสสัมผัสเสน่ห์ของไอเดียต้นฉบับแบบนั้น และบางทีผ่านเรือนนี้ พวกเขาอาจค่อย ๆ ซึมซับความงามของวัตถุกลไกและศิลปะการทำนาฬิกาแบบดั้งเดิมไปด้วย

Bhanu Chopra, นักข่าวสายเรือนเวลา

ฉันคิดว่าผลกระทบต่อเจ้าของ Royal Oak เดิมจะเป็นเชิงอารมณ์มากกว่าด้านมูลค่าที่จับต้องได้ สำหรับนักสะสม AP ตัวจริง โดยเฉพาะคนที่ยึดมั่นในความบริสุทธิ์ของดีไซน์และสถานะของ Royal Oak การคอลแลบแบบนี้อาจดูเล่นสนุกจนเกือบจะล้อเลียนเกินงาม บางคนจะมองว่านี่คือการทำให้แบรนด์ดูเจือจาง แต่อีกหลายคนกลับชื่นชมในความมั่นใจของแบรนด์ ที่กล้าแสดงออกว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องหวงตัวหรือวางท่าเกินไป

ฉันไม่ได้เป็นเจ้าของ AP เอง จึงไม่อาจเล่าจากมุมของเจ้าของจริง ๆ ได้ แต่จากการคุยกับเพื่อน ๆ ที่สะสม AP พวกเขาไม่ได้มองว่า Royal Pop เข้ามาคุกคามมรดกหลักของ Royal Oak เลย ถ้าจะมีอะไรเกิดขึ้น ก็คือมันยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าแบรนด์ AP Royal Oak มีพลังและน้ำหนักทางวัฒนธรรมมากแค่ไหนต่างหาก

Helbert Tsang (The Horology Club)

ผมรู้ว่า AP โดนวิจารณ์อยู่เหมือนกันว่า Royal Pop อาจทำให้แบรนด์ AP ดู “ราคาตก” แต่สำหรับผม ในฐานะเจ้าของ Royal Oak วินเทจ ผมคิดว่ามันจะช่วยพา AP และ Royal Oak ไปแนะนำตัวกับกลุ่มคนใหม่ ๆ ซึ่งสุดท้ายจะยิ่งดันให้ความนิยมของ AP สูงขึ้น Royal Oak กับ Royal Pop คือคนละโปรดักต์กัน เหมือนที่ Speedmaster กับ MoonSwatch ก็เป็นคนละแบบ และผมว่าคนส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วยว่าการมาของ MoonSwatch ทำให้ Speedmaster น่าอยากได้น้อยลง ผมเชื่อว่าเจ้าของ Royal Oak ส่วนมากน่าจะชอบ Royal Pop ตามธรรมชาติ และหลายคนก็คงพยายามหามาครอบครองด้วย

Oliver Tong, ผู้ร่วมก่อตั้ง Horoverse

สำหรับมุมมองของเจ้าของ Royal Oak จริง ๆ แล้วคนไม่ได้กังวลกับการที่มันเป็นนาฬิกาพกเท่าไร แต่กังวลกับ “สิ่งที่มันอาจถูกแปลงร่างไปเป็น” มากกว่า ในสายตาผมเอง สไตล์นาฬิกาพกไม่ได้ทำร้ายคุณค่าแบรนด์อะไร คอนเซปต์ก็ดูโอเค แต่จุดที่เริ่มวุ่นคือเรื่องสายและบราสเลต์ในตลาดแต่ง (aftermarket) ถ้าดีไซน์เปิดช่องให้แปลงร่างเป็นนาฬิกาข้อมือได้ง่าย ๆ ก็เท่ากับว่าคนส่วนใหญ่จะสามารถมี AP Royal Oak ได้ในราคาเกือบจะหนึ่งในยี่สิบของเรือนจริง หัวข้อหลักบนหน้ากระดาษดูเหมือนจะเป็นเรื่องนาฬิกาพก… แต่วิธีการทำออกมากลับทำให้มันดู “พร้อมให้โม” อย่างเลี่ยงไม่ได้

Françoise-Marie Santucci, นักข่าวสายเรือนเวลา

ฉันเองไม่มี Audemars Piguet เลยสักเรือน ทั้งใหม่และวินเทจ แต่บนโซเชียล ในหมู่นักสะสมชาวฝรั่งเศสบางคนที่มี ฉันสังเกตเห็นความขุ่นเคืองใจต่อคอลแลบครั้งนี้ชัดเจน พวกเขารู้สึกจริง ๆ ว่ามันทำให้เมซงมัวหมองลง
ถ้าฉันอยู่ในจุดนั้น คงไม่ตอบสนองแบบเดียวกัน เพราะในสายตาฉัน การคอลแลบนี้ต่างหากที่ส่ง Audemars Piguet ให้พุ่งเข้าไปอยู่กลางวัฒนธรรมป๊อปร่วมสมัยอย่างเต็มตัว — ซึ่งได้ผลกว่าการโดนแร็ปเปอร์อเมริกันเอ่ยชื่อในเพลงเสียอีก นั่นคือคุณค่าที่ประเมินราคาไม่ได้ และสุดท้ายจะถูกจารึกเป็นเครดิตติดตัวให้กับการร่วมงานครั้งนี้ไปอีกนาน

ทั้งสองแบรนด์บอกว่า Royal Pop มีเป้าหมายจะพาคนรุ่นใหม่เข้าสู่โลกนาฬิกากลไก ผ่าน “positive provocation” หรือการยั่วให้ลองในเชิงบวก คุณคิดว่า Royal Pop จะไปแตะใจเหล่านักเล่นนาฬิกา/นักสะสมหน้าใหม่และสายรุ่นเยาว์ได้จริงไหม?

Tom Chng (Singapore Watch Club)

ผมคิดว่าได้แน่นอน ถ้าตัดพวกเก็งกำไรและรีเซลเลอร์ออกไป เมื่อสินค้าทะลุผ่านชั้นเหล่านั้นไปอยู่ในมือคนที่ “ควรได้” ผมเชื่อว่ามันจะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมนาฬิกาโดยรวมในท้ายที่สุด

ผู้บริโภครุ่นใหม่ทุกวันนี้เติบโตมากับสมาร์ตวอตช์เป็นเรื่องปกติ สำหรับใครบางคน Royal Pop อาจเป็นการสัมผัสโลกฮอร์โลจีครั้งแรกของชีวิตเลยก็ได้ ซึ่งพอนึกถึงว่าปู่ย่าตายายของเราก็เติบโตมากับนาฬิกาพกเหมือนกัน มันเลยทั้งน่าขำและน่าพอใจในแบบประหลาด ๆ ราวกับทุกอย่างกำลังหมุนวนกลับมาจุดเริ่มต้นอีกครั้ง

Bhanu Chopra, นักข่าวสายเรือนเวลา

ฉันคิดว่ามันจะโดนใจกับคนรุ่นใหม่บางกลุ่มแน่ ๆ แต่คงไม่กว้างขวางอย่างที่แบรนด์พยายามสื่อ มันสะดุดตา อ่านภาพง่าย และเป็นมิตรกับโซเชียลมีเดีย ซึ่งช่วยจุดประกายความสนใจ (หรือแม้แต่ FOMO) ได้ดี นักสะสมรุ่นใหม่มักตอบรับกับวัตถุที่มีอารมณ์เสียดสีตัวเอง รู้ตัวเอง และไม่ยึดติดกับโค้ดของลักชัวรีแบบดั้งเดิมมากนัก ซึ่ง Royal Pop ก็เข้าพิมพ์เขียวนี้แบบชัดเจน
ความท้าทายคือ ความเป็นของเล่นพลาสติกอย่างเดียวไม่ได้การันตีว่าจะต่อยอดเป็นแพสชันระยะยาวต่อโลกนาฬิกากลไก มันอาจเวิร์กในฐานะตัวจุดบทสนทนามากกว่าจะเป็นประตูสู่การสะสมอย่างจริงจัง

Helbert Tsang (The Horology Club)

ผมเชื่อจริง ๆ ว่ามันจะเวิร์ก และคิวหน้าร้าน Swatch ทั่วโลก รวมถึงบทสนทนามหาศาลที่ Royal Pop จุดขึ้นมาก็ดูจะสนับสนุนข้อสังเกตนี้ หลายคนบอกว่าคนรุ่นใหม่กลับให้คุณค่ากับสิ่งที่เป็นอนาล็อก เพราะเติบโตมาในยุคดิจิทัล และคงไม่มีอะไรอนาล็อก (หรือบางคนอาจเรียกว่าโบราณ) ไปกว่านาฬิกาพกแล้ว สิ่งนี้ทำให้เด็กรุ่นใหม่ได้ลิ้มรส AP ในขณะที่ยังเก็บ Royal Oak ไว้เป็นความใฝ่ฝันระยะยาวต่อไป

Oliver Tong, ผู้ร่วมก่อตั้ง Horoverse

ผมยังไม่ค่อยเชื่อว่าหลังคอลแลบนี้ จะมีคนรุ่นใหม่หลั่งไหลเข้าชุมชนคนรักนาฬิกามากขึ้นแบบมีนัยสำคัญ AP เป็นชื่อที่คนรู้จักอยู่แล้วก็จริง แต่การรู้จักไม่ได้แปลว่าจะกลายเป็นนักสะสม ในท้ายที่สุด คนจำนวนไม่น้อยอาจยังซื้อมันเพราะดีไซน์หรือสถานะ มากกว่าจะเพราะอินกับวัฒนธรรมนาฬิกา ถ้าเทียบกับแบรนด์อย่าง Omega หรือ Blancpain แล้ว สิ่งนี้ให้ฟีลเป็นแฟชั่นที่ติดป้าย “กลไก” มากกว่าจะเป็นประตูทางเข้าสู่ฮอบบี้นี้จริง ๆ

Françoise-Marie Santucci, นักข่าวสายเรือนเวลา

ฉันเชื่อสนิทว่ามันช่วยปลุกความสงสัยใคร่รู้ได้จริง — แค่แรงกระเพื่อมมหาศาลบนสื่อและโซเชียลก็เพียงพอแล้ว (หรืออาจเพราะอย่างนั้นด้วยซ้ำ) ในวงเพื่อนฉันเองเห็นชัดเลย: ลูก ๆ ของเพื่อนหลายคนสนใจขึ้นมาทันที และฉันคิดว่าข้อเท็จจริงที่มันไม่ใช่นาฬิกาข้อมือนี่แหละ ที่ทำให้พวกเขาอยากรู้ยิ่งขึ้น แม้ฟอร์แมตนี้ยังเจอแรงต้านอยู่บ้างก็ตาม
แน่นอนว่าย่อมมีพวกฉวยโอกาส — นอกเหนือจากบรรดา flipper วันเสาร์ ก็ยังมีคนที่มองโลกการทำนาฬิกาแล้วคิดว่า “ว้าว นาฬิกาแพง น่าเก็บ เป็นสินทรัพย์สุดปัง!” แต่ท่ามกลางคนรุ่นใหม่ที่รับอิทธิพลโปรโมชันเข้มข้นแบบนี้ ยังไงก็ต้องมีบางคนที่ “ติดเชื้อหลงรักนาฬิกา” อย่างจริงจัง และสำหรับฉัน นั่นคือเรื่องน่ายินดีมาก

คุณชอบ Royal Pop ไหม แล้วคิดจะสอยสักเรือนหรือเปล่า?

Tom Chng (Singapore Watch Club)

ผมว่ามันคงสนุกดีถ้าได้เอา Royal Pop มาวางคู่กับนาฬิกาพก Royal Oak ต้นฉบับของผม แล้วเล่าให้ดูว่าหนึ่งเรือนพาไปสู่อีกเรือนได้อย่างไร ผมเองก็อยากใช้นาฬิกาทั้งสองเรือนเป็นตัวช่วยพาหลาน ๆ เข้าใกล้โลกนาฬิกากลไกแบบเข้าถึงง่ายและเล่นสนุกมากขึ้นด้วย

Bhanu Chopra, นักข่าวสายเรือนเวลา

คำถามนี้ดีมาก! ฉันมองมันในฐานะ “statement piece” มากกว่าในฐานะของฮิตตามกระแส นาฬิกาพกพลาสติกที่ผูกเข้ากับหนึ่งในดีไซน์สปอร์ตวอทช์ระดับตำนาน ให้ความรู้สึกจงใจ “ไม่เข้าพวก” แต่ในเวลาเดียวกันก็สนุกมากเหมือนกัน พอแรงโหมของกระแสซาลง ฉันตั้งใจจะซื้อสักเรือนมาใช้เป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะบนเดสก์ตัวเอง แต่บอกได้เลยว่าคุณจะไม่มีวันเห็นฉันซื้อสายสั่งทำเพื่อแปลงของเล่นชิ้นนี้ให้กลายเป็นอีกหนึ่งนาฬิกาข้อมือ (ที่ถูกปั่นกระแส) เด็ดขาด

Helbert Tsang (The Horology Club)

ถ้าผมหาได้สักเรือนก็คงจัดนะ รุ่นที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ Ocho Negro กับ Lan Ba น่าจะสอยแท่นตั้งมาด้วยเลย เอาไว้ตั้งบนโต๊ะทำงานให้มันช่วยเพิ่มความสดชื่นทุกครั้งที่ก้มมองเวลา

Oliver Tong, ผู้ร่วมก่อตั้ง Horoverse

ผมชอบคอนเซ็ปต์ของ Royal Pop มาก แบบจริงจัง — เท่ แปลก และมีคาแรกเตอร์ ถ้ามันเป็น “นาฬิกาพกล้วน ๆ” ยิ่งดีเลย จะซื้อไหม? อาจจะนะ แต่ตอนนี้ยังไม่แน่นอน โดยเฉพาะในเมื่อเราทุกคนเห็นมาแล้วว่าเคส MoonSwatch เป็นอย่างไร คนไปต่อคิวที่หน้าร้านล่วงหน้า 3 วัน ราคารีเซลในแพลตฟอร์มเทรดก็แรงเว่อร์ สุดท้ายผ่านไปครึ่งปี กลับกลายเป็นว่าเดินเข้าร้านไปซื้อในราคาป้ายได้เฉย ๆ แน่นอน ในฐานะคอลแลบนาฬิการะหว่าง Swatch และ AP อย่างเป็นทางการครั้งแรก มันต้องมีความน่าสะสมอยู่แล้ว ผมอาจจะถอยสักเรือนในอนาคตก็ได้

Françoise-Marie Santucci, นักข่าวสายเรือนเวลา

หลังจากได้ทำความรู้จักทั้งแปดรุ่นผ่านเอกสารสำหรับสื่อ — เพราะยกเว้นไม่กี่คนทั่วโลกแล้ว นักข่าวส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นตัวเรือนจริงเลย — ฉันก็รู้สึกสนใจมาก และแทบจะตัดสินใจในใจแล้วว่าจะซื้อสักเรือน เช้าวันเสาร์ฉันเลยไปที่ Deauville (เพราะใช้วันหยุดอยู่ใกล้ ๆ) ซึ่งร้าน Swatch ที่นั่นเป็นหนึ่งใน 17 สาขาในฝรั่งเศสที่ได้รับอนุญาตให้ขาย Royal Pop แต่บรรยากาศตึงเครียดสุด ๆ มีบรรดา flipper รุ่นใหม่จำนวนมากนั่งรถมาจากชานกรุงปารีส สุดท้ายบูติกก็ไม่เคยเปิดประตูเลย ต้องยอมรับว่าความอยากได้หลังจากนั้นก็จืดลงไป ฉันยังไม่ได้เห็นนาฬิกาเหล่านี้ด้วยตาตัวเอง และคิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าความอินแท้ ๆ ของกลุ่มคนรักนาฬิกาจะกลับมา — อย่างน้อยก็สำหรับฉันเอง

อ่านบทความเต็ม

อ่านอะไรต่อดี

ซ่อนตัวนานกว่า 90 ปี! Christie's เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟ Audemars Piguet ปี 1930 สุดหายาก
นาฬิกา

ซ่อนตัวนานกว่า 90 ปี! Christie's เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟ Audemars Piguet ปี 1930 สุดหายาก

นาฬิกาโครโนกราฟปุ่มเดี่ยว Audemars Piguet รุ่น “Coussin Tortue” ปี 1930 ที่ผ่านการบูรณะอย่างพิถีพิถันโดยแบรนด์ ถูกเก็บรักษาอยู่ในครอบครัวเจ้าของดั้งเดิมยาวนานกว่า 90 ปี ก่อนจะถูกนำออกสู่ตลาดประมูลเป็นครั้งแรก

Dime จับมือ Timex อัปเกรด T80 คลาสสิกให้ดุขึ้นด้วยสายหมุดสไตล์พังก์
นาฬิกา

Dime จับมือ Timex อัปเกรด T80 คลาสสิกให้ดุขึ้นด้วยสายหมุดสไตล์พังก์

แบรนด์สเกตจากมอนทรีออลใส่ดีเอ็นเอพังก์ให้กับนาฬิกาดิจิทัลรุ่นคลาสสิก เพิ่มความดิบด้วยสายสเตนเลสสตีลและสายหนังประดับหมุดสุดเท่.

Audemars Piguet เปิดตัว 150 Heritage Pocket Watch สุดอลังการ
นาฬิกา

Audemars Piguet เปิดตัว 150 Heritage Pocket Watch สุดอลังการ

ฉลอง 150 ปีแห่งความเป็นเจ้าแห่งศิลปะเครื่องบอกเวลา ด้วยนาฬิกาพกอัลตร้า‑คอมพลิเคชั่นรุ่นใหม่ ที่อัดแน่น 47 ฟังก์ชัน พร้อมนวัตกรรม Universal Calendar สุดล้ำยุค


Aston Martin เร่งสปีดสู่ปี 2026 ด้วยคอลแลบ Timex รุ่นใหม่ TKS
นาฬิกา

Aston Martin เร่งสปีดสู่ปี 2026 ด้วยคอลแลบ Timex รุ่นใหม่ TKS

เปิดตัวนาฬิกา Aston Martin x Timex รุ่น TKS สายมอเตอร์สปอร์ตดีไซน์จัดจ้าน

เผยโฉม Song for the Mute x adidas SFTM-009 Samba Freizeit รุ่นลำลองสุดสตรีท
รองเท้า

เผยโฉม Song for the Mute x adidas SFTM-009 Samba Freizeit รุ่นลำลองสุดสตรีท

ดีไซน์ด้วยหนังแท้พื้นผิวตุ้มเบิลระดับพรีเมียม ผสานสไตล์ลำลองกับสนีกเกอร์ได้อย่างลงตัว

แคปซูล Maison MIHARA YASUHIRO x Topologie “BeginAgain” แปลงลายเหนือจริงให้เป็นฮาร์ดแวร์สะพายแบบโมดูลาร์
แฟชั่น

แคปซูล Maison MIHARA YASUHIRO x Topologie “BeginAgain” แปลงลายเหนือจริงให้เป็นฮาร์ดแวร์สะพายแบบโมดูลาร์

แคปซูลแรงบันดาลใจยามเช้าตรู่ อัปเกรด Topologie Wares System ด้วยหูจับถอดได้และฮาร์ดแวร์สมบุกสมบันรองรับการใช้งานทุกวัน

Nike SB ปล่อย Air Max Ishod “Grand Purple” ใหม่ในโทนม่วงเข้ม 3 เลเยอร์
รองเท้า

Nike SB ปล่อย Air Max Ishod “Grand Purple” ใหม่ในโทนม่วงเข้ม 3 เลเยอร์

รองเท้าซิกเนเจอร์สเก็ตของ Ishod Wair มาในโทนม่วงเข้มทั้งคู่ ปรับลุคให้ดาร์กขึ้น รองรับทั้งสเก็ตจริงจังและใส่เท่ ๆ ในทุกวัน

Josh Giddey เปิดตัวรองเท้าบาสเก็ตบอลซิกเนเจอร์ PUMA All-Pro Nitro 2 แรงบันดาลใจจาก Australian Outback
รองเท้า

Josh Giddey เปิดตัวรองเท้าบาสเก็ตบอลซิกเนเจอร์ PUMA All-Pro Nitro 2 แรงบันดาลใจจาก Australian Outback

อัปเปอร์สีเหลืองสดสะดุดตาอ้างอิงบ้านเกิดของสตาร์ NBA พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีสมรรถนะสูงเพื่อเกมในคอร์ทแบบจัดเต็ม

หมวกที่พลิกเกมวงการ: New Era ฉลอง 59FIFTY Day ด้วยคอลเล็กชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Spike Lee
แฟชั่น

หมวกที่พลิกเกมวงการ: New Era ฉลอง 59FIFTY Day ด้วยคอลเล็กชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Spike Lee

เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปีหมวก New York Yankees สีแดงสุดไอคอนิก ที่เชื่อมโลกกีฬาระดับโปรฯ เข้ากับแฟชั่นไลฟ์สไตล์ได้อย่างเหนือกาลเวลา

Nike จับมือ Zellerfeld เปิดตัวยุคใหม่ของสนีกเกอร์ 3D-Printed กับ Airmax 1000.2
รองเท้า

Nike จับมือ Zellerfeld เปิดตัวยุคใหม่ของสนีกเกอร์ 3D-Printed กับ Airmax 1000.2

ต่อยอดพาร์ตเนอร์ชิปสุดล้ำด้วย Airmax 1000.2 สี “Black/Black” แบบสลิปออน ดีไซน์ทรงใหม่ ปรับมุมโค้งและรายละเอียดให้เนียนกว่าเดิม อัปเดตแบบ iterative เหมือนซอฟต์แวร์ แต่ยังคงความสบายเท้าเต็มร้อย


Fear of God จับมือ Idris Elba และแคมเปญ “Don’t Stop Your Future” ออกคอลเล็กชันแคปซูลเพื่อเสริมพลังเยาวชน
แฟชั่น

Fear of God จับมือ Idris Elba และแคมเปญ “Don’t Stop Your Future” ออกคอลเล็กชันแคปซูลเพื่อเสริมพลังเยาวชน

รายได้ทั้งหมดจากดรอปคอลแลบนี้จะมอบให้ Elba Hope Foundation เพื่อนำไปสนับสนุนการเสริมพลังเยาวชนและการพัฒนาที่ยั่งยืน

Armani Group ยอดขายปี 2025 ร่วง 2.8% สะท้อนภาวะชะลอตัวตลาดลักชัวรีโลก
แฟชั่น

Armani Group ยอดขายปี 2025 ร่วง 2.8% สะท้อนภาวะชะลอตัวตลาดลักชัวรีโลก

รายงานผลประกอบการเต็มปีครั้งแรกหลังการจากไปของผู้ก่อตั้ง Giorgio Armani แฟชั่นเฮาส์สัญชาติอิตาลียังคงรักษาระดับกำไรได้ ท่ามกลางตลาดลักชัวรีที่แข่งขันสูงและชะลอตัวทั่วโลก

Vespa ฉลอง 80 ปีไอคอนสองล้อ เปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นประวัติศาสตร์และงาน Roman Jubilee สุดยิ่งใหญ่
ยานยนต์

Vespa ฉลอง 80 ปีไอคอนสองล้อ เปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นประวัติศาสตร์และงาน Roman Jubilee สุดยิ่งใหญ่

แบรนด์ระดับตำนานจากอิตาลีเฉลิมฉลองมรดกของตัวเองด้วย Vespa 80th series สี Pastel Green สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมดรอปคอลเล็กชันเสื้อผ้าใหม่สุดคูล

Reebok จับมือ ICECREAM ชุบชีวิตสนีกเกอร์สเก็ตตัวท็อป Board Flip รุ่นดั้งเดิม
รองเท้า

Reebok จับมือ ICECREAM ชุบชีวิตสนีกเกอร์สเก็ตตัวท็อป Board Flip รุ่นดั้งเดิม

Pharrell และ NIGO พาลักชัวรีสเก็ตย้อนยุคกลับมาอีกครั้ง กับ Board Flip สีออริจินัล “Watermelon” และสีใหม่สด “Pink Lemonade”.

ซ่อนตัวนานกว่า 90 ปี! Christie's เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟ Audemars Piguet ปี 1930 สุดหายาก
นาฬิกา

ซ่อนตัวนานกว่า 90 ปี! Christie's เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟ Audemars Piguet ปี 1930 สุดหายาก

นาฬิกาโครโนกราฟปุ่มเดี่ยว Audemars Piguet รุ่น “Coussin Tortue” ปี 1930 ที่ผ่านการบูรณะอย่างพิถีพิถันโดยแบรนด์ ถูกเก็บรักษาอยู่ในครอบครัวเจ้าของดั้งเดิมยาวนานกว่า 90 ปี ก่อนจะถูกนำออกสู่ตลาดประมูลเป็นครั้งแรก

More ▾