สรุป
Sony เสริมทัพไลน์อัปออดิโอด้วยปาร์ตี้สปีกเกอร์รุ่นใหม่ไซซ์ยักษ์ 3 รุ่น
เรือธงอย่าง ULT Tower Max หนักถึง 121 ปอนด์ มาพร้อมวูฟเฟอร์ขนาด 280 มม. จำนวน 3 ตัว
ทุกรุ่นรองรับการเชื่อมต่อหลากหลายพอร์ต มีไฟเลเซอร์ในตัว และโหมด EQ เฉพาะให้เลือกปรับ
Sony ขยายไลน์อุปกรณ์เสียงที่มีอยู่เดิม ด้วยสมาชิกใหม่ทรงพลังในซีรีส์ Sony ULT Power Sound โดยรุกตลาดลำโพงปาร์ตี้ระดับไฮเอนด์ขั้นสุดอย่างเต็มตัว ผ่านการเปิดตัว 3 รุ่นใหม่ ได้แก่ ULT Tower 5, ULT Tower 7 และ ULT Tower Max รุ่นใหญ่ที่สุด เตรียมวางจำหน่ายในเดือนกันยายน 2026 แม้ยังไม่ประกาศวันวางจำหน่ายที่แน่ชัด ไลน์อัปใหม่นี้ขยับไปถึงรุ่นที่ต้องเสียบปลั๊กใช้งาน ด้วยขนาดตัวเครื่องและพลังเสียงที่ใหญ่ขึ้นอย่างมาก Sony กำลังส่งสัญญาณชัดเจนว่าต้องการครองพื้นที่งานอีเวนต์ระดับพรีเมียมที่ต้องการเสียงดังเป็นพิเศษ แทนที่จะมุ่งตอบโจทย์เพียงชุดเครื่องเสียงในห้องนั่งเล่นทั่วไป
ไฮไลต์ของการเปิดตัวครั้งนี้คือ ULT Tower Max ลำโพงที่ใหญ่ที่สุดในไลน์อัปใหม่ มาพร้อมราคาสูงถึง 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเครื่องขนาดมหึมานี้หนักถึง 121 ปอนด์ ไม่มีแบตเตอรี่ในตัว จึงต้องเสียบปลั๊กเพื่อใช้งาน ภายในติดตั้งวูฟเฟอร์ขนาด 280 มม. 3 ตัว ลำโพงเสียงกลาง 2 ตัว และทวีตเตอร์ 4 ตัว ให้เสียงรอบทิศทาง 360 องศาจากทุกด้าน การเคลื่อนย้ายลำโพงหนัก 121 ปอนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย Sony จึงติดตั้งล้อแบบใหม่ที่มีดอกยางกว้างขึ้น เพื่อให้ลากผ่านพื้นผิวหลากหลายประเภทได้สะดวกกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่ต้องการเสียงระดับพรีเมียมระหว่างเดินทาง ULT Tower 7 ราคา 649 ดอลลาร์สหรัฐ ลดน้ำหนักลงมาอยู่ที่ 50 ปอนด์ แต่ยังใช้งานแบตเตอรี่ได้นาน 25 ชั่วโมง รุ่นนี้ให้เสียงรอบทิศทาง 360 องศาเช่นเดียวกับ Max ด้วยลำโพงเสียงกลาง 2 ตัว ทวีตเตอร์ 4 ตัว และวูฟเฟอร์ขนาด 280 มม. 1 ตัว ส่วนรุ่นเล็กที่สุดในไลน์คือ ULT Tower 5 ราคา 449 ดอลลาร์สหรัฐ หนัก 29 ปอนด์ และใช้งานแบตเตอรี่ได้นาน 20 ชั่วโมง แม้เป็นตัวเลือกที่กะทัดรัดที่สุดของการเปิดตัวครั้งนี้ แต่ยังมาพร้อมลำโพงเสียงกลาง 2 ตัว ทวีตเตอร์ 2 ตัว และวูฟเฟอร์ขนาด 230 มม. เพื่อให้เคลื่อนย้ายลำโพงน้ำหนักมากเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น Sony ยังออกแบบมือจับใหม่ให้จับถนัดมือยิ่งขึ้น
Sony ใส่ฟังก์ชันสำหรับการสร้างบรรยากาศและรับมือกับฝูงคนมาให้ครบทั้ง 3 รุ่น โดยทุกเครื่องมีไฟในตัวสำหรับกำหนดโทนภาพของงาน ส่วนการปรับแต่งประสบการณ์เสียงนั้น ลำโพงมีโหมดเสียงให้เลือกหลายแบบ ทั้งโหมดเน้นเสียงเบสและโหมด “Power” ที่ปรับจูนมาเพื่อรีดระดับความดังให้สูงสุด ผู้ฟังยังเลือกโหมด Flat ซึ่งไม่ปรับแต่งอีควอไลเซอร์ หรือเปิดโหมด Live ที่ออกแบบมาเพื่อจำลองอารมณ์ของดนตรีสดได้ด้วย เพื่อความยืดหยุ่นสูงสุด ลำโพงแต่ละรุ่นเชื่อมต่อได้ผ่าน Bluetooth, XLR, RCA และ USB-C



