สรุป
Rolex เปิดตัว Perpetual Padellone นาฬิกาเส้นผ่านศูนย์กลาง 39 มม. มาพร้อมปฏิทินรายปีแบบเปลี่ยนทันทีและฟังก์ชันข้างขึ้นข้างแรม (moonphase)
ขับเคลื่อนด้วยกลไก Calibre 7190 พร้อมระบบสิทธิบัตร Haplos และชุด escapement แบบ Dynapulse
มีให้เลือกทั้งตัวเรือนทอง Everose และแพลทินัม จับคู่หน้าปัดสีฟ้าน้ำแข็ง (ice blue dial)
Rolex เปิดตัว Perpetual Padellone อย่างเป็นทางการ นับเป็นการขยายคอลเลกชัน Perpetual ร่วมสมัยครั้งสำคัญ ต่อเนื่องจากการเปิดตัวไลน์ 1908 เมื่อปี 2023 โดยได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากเรฟเฟอเรนซ์ 8171 ในประวัติศาสตร์ ซึ่งเหล่านักสะสมเรียกขานอย่างเอ็นดูว่า “Padellone” ตลอดช่วงการผลิตตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1940 ถึงทศวรรษ 1950 รุ่นใหม่นี้นำปฏิทินรายปีแบบสมบูรณ์ที่เปลี่ยนค่าในทันที มาสู่สายธารนาฬิกาเดรสวอตช์ของ Rolex
นาฬิกาเรือนนี้บรรจุมาในตัวเรือนขนาด 39 มม. หนา 12.20 มม. โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนแบบผิวสัมผัสคู่ ด้านบนโค้งนูน ส่วนด้านล่างเป็นลายร่อง พร้อมปุ่มปรับแก้ฟังก์ชันปฏิทินที่ฝาหลัง หน้าปัดผสานพื้นผิวลายเกรนบริเวณกลางหน้าปัดเข้ากับวงแหวนรอบนอกขัดซาตินละเอียด แสดงช่องวันและเดือนภาษาอังกฤษที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา เข็มกลางเคลือบสีน้ำเงินชี้วันที่บนขอบหน้าปัด และจานมูนเฟสอีนาเมลสีน้ำเงินที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งประดับพระจันทร์เต็มดวงและเดือนดับจากอุกกาบาต
ภายใต้ฝาหลังแซฟไฟร์คือ Calibre 7190 กลไกอัตโนมัติที่ Rolex พัฒนาขึ้นเองใหม่ ทำงานด้วยความถี่สูง 36,000 ครั้งต่อชั่วโมง และสำรองพลังงานได้นาน 66 ชั่วโมง กลไกนี้ได้รับการคุ้มครองด้วยคำขอจดสิทธิบัตร 30 รายการ พร้อม Dynapulse escapement ซิลิคอนของ Rolex บาลานซ์สปริง Syloxi ที่ขดลวดหนา และแกนบาลานซ์เซรามิกไฮเทคเพื่อช่วยต้านทานสนามแม่เหล็ก กลไกปฏิทินรายปีอาศัยระบบ Haplos ที่เพิ่งจดสิทธิบัตรใหม่ ซึ่งเพิ่มชิ้นส่วนเพียงนิ้วขับและคันโยกรายปี ทำให้นาฬิกาแยกแยะเดือนได้เองว่าเดือนใดมี 30 หรือ 31 วัน จึงต้องปรับแก้เพียงปีละครั้งในช่วงเปลี่ยนจากเดือนกุมภาพันธ์สู่มีนาคม อีกจุดเด่นคือการแสดงผลปฏิทินทั้งสามรายการ ได้แก่ วัน วันที่ และเดือน จะเปลี่ยนพร้อมกันตอนเที่ยงคืนภายในเสี้ยววินาที
Perpetual Padellone เปิดตัวใน 3 รูปแบบ ราคาอยู่ระหว่าง 59,000 ถึง 72,800 ดอลลาร์สหรัฐ สองรุ่นแรกผลิตจาก Everose gold 18 กะรัต พร้อมหน้าปัดสีขาวลายเกรนเข้มข้น รุ่นหนึ่งจับคู่กับสายนาฬิกา Settimo Everose gold แบบ 7 ข้อ พร้อมตัวล็อก Crownclasp แบบซ่อน อีกรุ่นมาพร้อมสายหนังจระเข้สีน้ำตาลแมตต์และตัวล็อก Dualclasp ทองคำ ส่วนรุ่นที่สามมาในแพลทินัม 950 พร้อมหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลูอันเป็นเอกลักษณ์ จับคู่กับสายหนังจระเข้สีดำแมตต์และตัวล็อก Dualclasp แพลทินัม ทุกรุ่นมาพร้อมการรับรอง Superlative Chronometer เวอร์ชันอัปเดตปี 2026 ของ Rolex ซึ่งเพิ่มเกณฑ์การทดสอบด้านการต้านทานแม่เหล็ก ความน่าเชื่อถือ และความยั่งยืน โดยมีค่าความเที่ยงตรงอยู่ที่ −2/+2 วินาทีต่อวัน
ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บสโตร์ อย่างเป็นทางการของ Rolex และสอบถามสถานะการวางจำหน่ายได้ที่บูติกอย่างเป็นทางการและตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับอนุญาตของแบรนด์