สรุป
Ed Havard ผู้อำนวยการฝ่ายบันเทิงของ BBC ยืนยันแล้วว่ารายการรถระดับเรือธง Top Gear กำลังจะถูกปลุกให้กลับมาอีกครั้ง ระหว่างขึ้นพูดในพาเนลที่งาน Edinburgh TV Festival
รายการได้หยุดออกอากาศแบบไม่มีกำหนดตั้งแต่ปี 2022 หลัง Andrew Flintoff พิธีกรคนก่อนหน้าได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุระหว่างถ่ายทำที่เกี่ยวข้องกับรถ Morgan Super 3
แม้ไทม์ไลน์การถ่ายทำอย่างเป็นทางการจะยังไม่ถูกประกาศ แต่กระแสข่าวลือแคสติ้งช่วงแรก ๆ ก็กำลังจับตาว่าอาจได้ Jimmy Carr คอมเมเดียนชื่อดัง และ Joe Marler อดีตนักรักบี้ มารับบทพิธีกรชุดใหม่แทนช่องว่างที่เปิดอยู่
BBC เตรียมนำ Top Gear กลับคืนสู่จอโทรทัศน์อย่างเป็นทางการ โดย Ed Havard ผู้อำนวยการฝ่ายบันเทิง เป็นผู้ประกาศข่าวนี้ต่อผู้ร่วมงาน Edinburgh TV Festival ด้วยตนเอง การประกาศดังกล่าวตอกย้ำความมุ่งมั่นครั้งใหม่ของ BBC ต่อหนึ่งในรายการบันเทิงยานยนต์ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก แฟน ๆ เฝ้ารอความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของแฟรนไชส์นี้มานานหลายปี นับตั้งแต่รายการหายไปจากผังออกอากาศอย่างกะทันหัน
รายการระดับตำนานต้องหยุดการผลิตในปี 2022 หลัง Andrew Flintoff พิธีกรของรายการประสบอุบัติเหตุร้ายแรง อดีตนักคริกเก็ตรายนี้กำลังขับ Morgan Super 3 บนสนามทดสอบ Dunsfold Aerodrome เมื่อรถสามล้อพลิกคว่ำ Flintoff ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักบริเวณใบหน้าและซี่โครง รายงานที่ตามมาระบุว่า เขาถูกลากคว่ำหน้าครูดไปกับพื้นแอสฟัลต์เป็นระยะทางราว 50 เมตร เหตุการณ์ที่รุนแรงครั้งนี้ทำให้ BBC ต้อง ยุติการถ่ายทำทั้งหมดและออกแถลงการณ์ขอโทษอย่างเป็นทางการ พร้อมมอบเงินชดเชยให้พิธีกรที่บาดเจ็บ
นับจากยุคในตำนานของ Jeremy Clarkson, Richard Hammond และ James May การหาทีมพิธีกรที่มีเคมีเข้ากันต่อหน้ากล้องถือเป็นโจทย์ยากสำหรับ BBC มาโดยตลอด ไลน์อัปก่อนหน้าอย่าง Flintoff, Paddy McGuinness และ Chris Harris เริ่มลงตัวและเข้าจังหวะกันได้ดี ก่อนที่โศกนาฏกรรมจะทำให้ช่วงเวลาของพวกเขาต้องจบลงก่อนเวลาอันควร ขณะนี้การค้นหาพิธีกรสามคนชุดใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว Havard ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจรจากับผู้มีความสามารถรายใดเป็นการเฉพาะ แต่กระแสข่าวในวงการระบุว่า Jimmy Carr นักแสดงตลก เป็นตัวเต็ง สำหรับตำแหน่งพิธีกร ส่วน Joe Marler อดีตนักรักบี้ ก็มีรายงานว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาสำหรับบทบาทหลักเช่นกัน
BBC Studios จะรับผิดชอบการผลิตครั้งใหม่นี้ โดยยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลาออกอากาศรอบปฐมทัศน์อย่างชัดเจน เหล่าคนรักรถจึงอาจต้องรออย่างน้อยอีก 1 ปี กว่ารายการโฉมใหม่จะกลับมาสู่ออนแอร์ การรีบูตครั้งนี้ถือเป็นจังหวะสำคัญของยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรทัศน์ ในความพยายามทวงคืนความเป็นผู้นำท่ามกลางสมรภูมิรายการบันเทิงยานยนต์ที่แข่งขันกันอย่างดุเดือด





