Rockstar Games ยุติ 'Midnight Club 5' เพราะยอดขายไม่มีทางแข่งกับ 'GTA' ได้

Rockstar Midnight Club 5 concept art hinting at a canceled London racing map
Rockstar Games

สรุป

การพัฒนาภาคที่ห้าในซีรีส์ Midnight Club เคยมีแผนที่ต้นแบบซึ่งตั้งอยู่ใน London อยู่ในโปรเจ็กต์ ก่อนที่ Rockstar Games จะสั่งยกเลิกเพื่อหันไปโฟกัสกับแฟรนไชส์ Grand Theft Auto อย่างเต็มตัว

Kris Roberts อดีตนักออกแบบอาวุโส เปิดเผยว่ามีความขัดแย้งระหว่างทีมพัฒนา Rockstar San Diego กับสำนักงานใหญ่ที่ New York ซึ่งปะทุขึ้นจากการส่งงานล่าช้าระหว่างการพัฒนา Midnight Club: Los Angeles

ในมุมมองภายในบริษัท ซีรีส์เกมแข่งรถชุดนี้มักถูกมองเป็นเพียงโปรเจ็กต์รองที่ไม่ได้รับทั้งรางวัลและอิทธิพลทางวัฒนธรรมเท่ากับเกมโลกเปิดเรือธงของสตูดิโอ

Rockstar Games ยุติแฟรนไชส์ Midnight Club หลังวางจำหน่ายภาค Los Angeles ในปี 2008 เพื่อรวบรวมทรัพยากรไปทุ่มให้เกมโอเพ่นเวิลด์ฟอร์มยักษ์อย่าง Grand Theft Auto และ Red Dead Redemption ซีรีส์เกมแข่งรถระดับตำนานนี้เคยครองความนิยมอย่างสูงในยุคคอนโซลก่อนหน้า แฟน ๆ จึงคาดว่าภาค 4 ซึ่งได้รับเสียงชื่นชม จะนำไปสู่ภาคใหม่ระดับบล็อกบัสเตอร์ในทันที ที่จริงเกมภาค 5 อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างจริงจัง และเริ่มสร้างแผนที่ต้นแบบของลอนดอนซึ่งมีขนาดกว้างใหญ่แล้วด้วยซ้ำ แต่ท้ายที่สุดโปรเจ็กต์ก็ล่มลงท่ามกลางแรงกดดันมหาศาลภายในบริษัท

Kris Roberts อดีตนักออกแบบอาวุโส เพิ่งเผยถึงช่วงสุดท้ายอันปั่นป่วนของแฟรนไชส์นี้ในการให้สัมภาษณ์กับ Insider Gaming Roberts อธิบายว่า สาเหตุที่เกมถูกยกเลิกมาจากความขัดแย้งรุนแรงระหว่างทีมพัฒนาในซานดิเอโกกับสำนักงานใหญ่ระดับโลกในนิวยอร์ก โดยมีรากเหง้าสำคัญจากความล่าช้าในการผลิต เดิมภาค Los Angeles มีกำหนดวางจำหน่ายช่วงต้นปี 2008 ก่อนจะเลื่อนไปถึงปลายเดือนตุลาคม การเลื่อนวันวางจำหน่ายในยุคก่อนการจัดจำหน่ายดิจิทัลสร้างภาระทางการเงินอย่างหนัก และทำลายความไว้วางใจระหว่างทีมกับผู้บริหาร นอกจากนี้ การแย่งชิงอำนาจควบคุมงานสร้างสรรค์ยังยิ่งทำให้ทีมฝั่งเวสต์โคสต์รู้สึกถูกผลักออกห่าง

วัฒนธรรมภายในองค์กรของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้เองที่ทำให้ภาคต่อไปไม่รอด Roberts เล่าว่า เมื่อเทียบกับความสำเร็จมหาศาลของเกมเรือธง ผู้บริหารมองเกมแข่งรถซีรีส์นี้เป็นเสมือน “ลูกเมียน้อย” ทั้งที่ข้อมูลพิสูจน์ว่าผู้เล่นใช้เวลากับเกมแข่งรถบนท้องถนนเกมนี้นานกว่าคู่แข่งโดยตรงอย่าง Need for Speed และ Burnout ผู้บริหารในนิวยอร์กก็ยังไม่ประทับใจ เพราะยอดขายของเกมไม่อาจทัดเทียมเกมระดับบนสุดของอุตสาหกรรมได้ กลยุทธ์ทางธุรกิจกำหนดให้ค่ายมุ่งสนใจเพียงการสร้างเกมฮิตระดับบล็อกบัสเตอร์ที่การันตีความสำเร็จเท่านั้น และจนถึงวันนี้ Take-Two Interactive ก็ยังคงใช้แนวทางอันเข้มงวดกับโปรเจ็กต์ที่ทำรายได้ระยะยาวและแฟรนไชส์ขนาดเล็ก

การยกเลิกครั้งนี้เปลี่ยนทิศทางของสตูดิโอไปตลอดกาล เมื่อโปรโตไทป์ลอนดอนถูกระงับอย่างเป็นทางการ ผู้บริหารก็ยุบทีมพัฒนาเกมแข่งรถโดยเฉพาะทั้งหมด อดีตสมาชิกหลายคนย้ายไปช่วยพัฒนาเอนจิน RAGE ภายในบริษัท หรือสร้างฟีเจอร์มัลติเพลเยอร์สำหรับ Red Dead Redemption ภาคแรก ส่วนคนอื่น ๆ ถูกเลิกจ้างในระลอกปลดพนักงานปี 2010 สตูดิโอในซานดิเอโกแห่งนี้สร้างชื่อจากเกมแข่งรถฮิตอย่าง Midtown Madness ก่อนจะเข้าร่วมเครือบริษัทขนาดใหญ่ การพับโปรเจ็กต์ภาค 5 จึงเท่ากับลบหนึ่งในเสาหลักอันเป็นที่รักของวัฒนธรรมเกมรถยนต์ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ออกไปอย่างแท้จริง

 

คุณกำลังลองใช้เว็บไซต์เบต้าใหม่

แบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับเรา มันจะช่วยให้ดีขึ้นสำหรับคุณ

แหล่งที่มา