สรุป
Porsche Cars Australia จับมือแผนก Sonderwunsch สร้าง 911 Turbo S รุ่นพิเศษเพียงหนึ่งเดียวในโลก ใช้ชื่อว่า “Land Down Under” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ในออสเตรเลีย
ตัวรถมาพร้อมสีตัวถังแบบสั่งทำเฉพาะรุ่น สองโทนแบบ Chromaflair ที่ไล่เฉดจาก Terra Australis Red ไปสู่ Southern Cross Blue ผ่านกระบวนการเพ้นต์ด้วยมือสุดประณีตซึ่งใช้เวลากว่า 300 ชั่วโมง
ดีเทลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ได้แก่ ข้อความ “See ya later mate” ที่ซ่อนอยู่ใต้สปอยเลอร์หลังแบบแอคทีฟ และเพดานห้องโดยสารที่ปักลายท้องฟ้ายามค่ำคืนทางซีกโลกใต้ ตามตำแหน่งดวงดาวเหนือ Uluru ในปี 1951
Porsche เปิดตัวผลงานที่เปรียบได้กับจดหมายรักถึงเอาต์แบ็กของออสเตรเลีย เพื่อฉลองวาระครบรอบ 75 ปีที่แบรนด์อยู่เคียงข้างประเทศนี้ โดยทีมประจำภูมิภาคร่วมมือกับแผนกปรับแต่งพิเศษภายในองค์กร Sonderwunsch รังสรรค์ 911 Turbo S “Land Down Under” แบบวันออฟขึ้นมา รถรุ่นพิเศษคันนี้สะท้อนความชื่นชมต่อภูมิทัศน์อันกว้างไกลและความตัดกันอันน่าตื่นตาของซีกโลกใต้ได้อย่างลึกซึ้ง เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ซิดนีย์ พร้อมหลอมรวมวิศวกรรมเยอรมันระดับแนวหน้าเข้ากับสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างเข้มข้น
หัวใจของสปอร์ตคาร์รุ่นฉลองคันนี้คืองานสีภายนอกที่ผ่านการรังสรรค์อย่างประณีต ได้แรงบันดาลใจจากพระอาทิตย์ตกดินเข้มข้นเหนือเอาต์แบ็ก ตัวถังทูโทนสั่งทำพิเศษในเฉด Chromaflair ไล่สีอย่างแนบเนียนจาก Terra Australis Red สีแดงหม่นราวฝุ่นดินบริเวณครึ่งล่างของรถ สู่ Southern Cross Blue สีน้ำเงินที่พาดผ่านแนวไหล่ตัวถัง เม็ดสีสุดเอ็กซ์คลูซีฟซึ่งคิดค้นขึ้นเพื่อโปรเจกต์นี้โดยเฉพาะ ประกอบด้วยเกล็ดอะลูมิเนียมสะท้อนแสงที่ห่อหุ้มด้วยชั้นโปร่งใส จึงทำให้สีตัวถังเปลี่ยนเฉดได้ตามมุมมอง ตั้งแต่ส้มแห่งทะเลทราย น้ำเงินของท้องฟ้ายามโพล้เพล้ เขียวยูคาลิปตัส ไปจนถึงทองยามอรุณ งานไล่เฉดอันน่าตื่นตานี้ใช้เวลาทำด้วยมือกว่า 300 ชั่วโมง แม้แต่ล้อ Turbo Exclusive ขนาด 20 และ 21 นิ้ว Porsche ก็ทำสีให้เข้ากับเฉดน้ำเงินพิเศษนี้ด้วย
เพื่อเติมกลิ่นอายท้องถิ่นให้เด่นชัดขึ้น แบรนด์ได้ชวน Werner Bronkhorst ศิลปินร่วมสมัยมาถ่ายทอดเรื่องราวเล็ก ๆ อย่างแนบเนียนลงบนตัวถัง กราฟิกเลข “75” แบบจาง ๆ ปรากฏอยู่บนหลังคา ขณะที่ลวดลายขนาดจิ๋วและสัตว์พื้นถิ่นถูกแทรกไว้รอบตัวรถอย่างละเมียดละไม ส่วนดีเทลที่ขี้เล่นที่สุดซ่อนอยู่ใต้สปอยเลอร์หลังแบบแอ็กทีฟ ซึ่งเมื่อกางออกจะเผยข้อความ “See ya later mate” ราวกับคำอำลาที่เหมาะเจาะสำหรับทุกคนที่พยายามไล่ให้ทันความเร็วสูงสุด 322 กม./ชม. ของรถคันนี้
ภายในห้องโดยสาร ภาษาการออกแบบยังคงได้รับแรงบันดาลใจจากความงามตามธรรมชาติอันดิบเข้มของทวีปแห่งนี้ เบาะสปอร์ตปรับได้ 18 ทิศทางหุ้มด้วยหนัง Coolibah Brown เฉดพิเศษ ตัดด้วยส่วนกลางสีขาว และเจาะรูมากกว่า 14,000 จุดให้มีลักษณะคล้ายรอยปาดพู่กันแบบออร์แกนิก รายละเอียดสี Dark Night Blue และ Neodyme ช่วยขับกรอบของห้องโดยสาร เคียงคู่พวงมาลัยสั่งทำพิเศษที่มีมาร์กตำแหน่ง 12 นาฬิกาสี Kalahari แผงคอนโซลหน้าประดับด้วยอินเลย์ไม้ Australian Silky Oak ที่เก็บงานด้วยมือ และสลักแผนที่ภูมิประเทศของเทือกเขา Blue Mountains ไว้ด้วย เมื่อเงยหน้าขึ้น ผู้โดยสารจะพบเพดานห้องโดยสารปักอย่างประณีตเป็นแผนที่กลุ่มดาวของซีกโลกใต้ ซึ่งถ่ายทอดท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือ Uluru ได้ตรงกับคืนที่ Porsche เดินทางมาถึงออสเตรเลียครั้งแรกในปี 1951
ภายใต้รูปลักษณ์สั่งทำพิเศษ คูเป้คันนี้ยังคงเปี่ยมด้วยสมรรถนะเชิงกล ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ 3.6 ลิตร เสริมด้วย eTurbo สองตัวและเทคโนโลยีไฮบริด 400 โวลต์ ส่งกำลัง 523 กิโลวัตต์ไปยังล้อทั้งสี่ผ่านเกียร์คลัตช์คู่ 8 จังหวะ หลังออกทัวร์ทั่วประเทศเพื่อจัดแสดงในวาระครบรอบ รถวันออฟที่ไม่อาจทดแทนได้คันนี้คาดว่าจะได้รับการเก็บรักษาไว้ถาวรในคอลเล็กชันรถมรดกของแบรนด์ แทนที่จะนำออกประมูลต่อสาธารณะ





