สำหรับ Maluma รถยนต์ไม่เคยเป็นเพียงสิ่งที่จอดอยู่ในโรงรถเท่านั้น นานก่อนที่ศิลปินชาวโคลอมเบียผู้นี้จะได้ครอบครองซูเปอร์คาร์ระดับท็อปของโลก ความหลงใหลในรถของเขาเริ่มต้นจาก Hot Wheels
ความผูกพันตั้งแต่วัยเด็กนั้นวนกลับมาบรรจบอีกครั้ง เมื่อ Maluma ร่วมงานกับ Hot Wheels ในแคมเปญ “Challenge Accepted” แต่แทนที่จะมองไปยังรถเอ็กโซติกที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขาในวันนี้ หนุ่มจากเมเดยินกลับเลือกหวนคืนสู่รถและความทรงจำที่หล่อหลอมเขาในช่วงวัยเติบโต
หัวใจของคอลแลบครั้งนี้คือ La Matrona รถ Toyota Land Cruiser FJ60 คัสตอม ที่ได้แรงบันดาลใจจากรถกระบะสมบุกสมบันซึ่ง Maluma จดจำได้จากทริปเที่ยวชนบทในโคลอมเบียสมัยเด็ก เมื่อนำมาตีความใหม่เป็นโมเดล Hot Wheels มาตราส่วน 1:64 FJ60 คันนี้จึงเป็นดั่งบทบรรณาการขนาดจิ๋วต่อประสบการณ์ในวันวาน และจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในรถยนต์ที่ติดตัวเขามาตลอดเส้นทางอาชีพ
รายละเอียดต่างๆ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อมโยงของดีไซน์คันนี้กับบ้านเกิด ด้วยการอ้างอิงถึงโคลอมเบีย เมเดยิน และอันติโอกีอาที่ปรากฏอยู่ทั่วทั้งรถ แม้ Maluma จะเลือกรถที่เร็วกว่า หายากกว่า หรือใกล้เคียงกับภาพลักษณ์แห่งความหรูหรามากกว่านี้ก็ได้ แต่ FJ60 กลับบอกเล่าเรื่องราวของความคิดถึง ครอบครัว และความทรงจำที่มีมาก่อนยุคของทัวร์ระดับโลกและโรงรถสุดหรู
Hypebeast พูดคุยกับ Maluma ถึงความหลงใหลในรถยนต์ที่มีมาตลอดชีวิต ความทรงจำในวัยเด็กเบื้องหลัง La Matrona และเหตุผลที่ Toyota Land Cruiser FJ60 คือรถที่ใช่สำหรับการเปิดตัวของเขากับ Hot Wheels
ความทรงจำแรกของคุณเกี่ยวกับ Hot Wheels คืออะไร?
“ความรักในรถของผมเริ่มต้นจาก Hot Wheels ตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ผมจำช่วงเวลาพิเศษครั้งหนึ่งได้ดี ลุงของผมที่ไปเรียนอยู่สหรัฐอเมริกาซื้อชุดสนามแข่งพร้อมรถ Hot Wheels หลายคันมาฝากเป็นของขวัญ Hot Wheels เป็นแบรนด์ระดับตำนาน สำหรับพวกเราชาวลาติน มันจึงเป็นสิ่งที่ไกลเกินเอื้อม ลุงต้องซื้อผลิตภัณฑ์จากสหรัฐฯ แล้วนำกลับมาให้ผมที่โคลอมเบีย เพราะตอนนั้นเราไม่มีโอกาสเข้าถึงมันเลย สำหรับผม Hot Wheels จึงเป็นแบรนด์ต้นแบบมาตลอด”
ทำไมคุณจึงเลือก Toyota Land Cruiser FJ60 เป็นรถ Hot Wheels สำหรับแคมเปญ “Challenge Accepted”?
“ทุกคนคิดว่าเราจะนำรถเอ็กโซติกสักคันจากคอลเล็กชันของผมมาตีความใหม่ แต่สิ่งที่ผลักดันผมจริงๆ คือความอยากให้คนทั้งโลกได้เห็นวัฒนธรรมของเรา นั่นจึงเป็นที่มาของรถคันนี้ที่ชื่อว่า La Matrona — รถกระบะที่เราเคยนั่งไปชนบทกันตอนเด็กๆ”
La Matrona พาคุณย้อนกลับไปสู่ความทรงจำวัยเด็กอันล้ำค่าเหล่านั้นได้อย่างไร?
“La Matrona ทำให้ผมกลับไปเชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับแก่นแท้ของวัยเด็ก ช่วงเวลาที่ผมผูกพันกับธรรมชาติมาก เราอยากแบ่งปันความรู้สึกนั้นให้คนทั้งโลกได้สัมผัสอีกครั้ง ทั้งความรู้สึกเมื่ออยู่ท่ามกลางชนบท และประสบการณ์ในวัยเด็กเหล่านั้น”
คุณนึกถึงอะไรบ้างขณะออกแบบ La Matrona?
“การได้ทำงานกับทีม Hot Wheels นั้นยอดเยี่ยมมาก เราดูแลการเติมกลิ่นอายแบบโคลอมเบียลงไป อยากใส่สัญลักษณ์ Maluma ไว้ด้านท้าย และผสานธงชาติโคลอมเบียเข้าไปด้วย เราอยากให้มันเป็นรถกระบะที่สะท้อนถิ่นกำเนิดของเราอย่างแท้จริง ทั้งเมเดยินและอันติโอกีอา”
ความท้าทายสำคัญที่สุดที่คุณตอบรับตลอดเส้นทางอาชีพดนตรีคืออะไร?
“ในอัลบั้ม Loco X Volver มีทั้งแนวเพลงและโปรดิวเซอร์มากมายที่ผมไม่เคยมีโอกาสร่วมงานด้วยมาก่อน นั่นคือช่วงเวลา ‘Challenge Accepted’ สำหรับผม—การมั่นใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ให้แตกต่าง และให้โลกได้เห็นแก่นแท้ของเรา รวมถึงตัวตนที่เราเป็นจริงๆ
ผมคิดว่าความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพของผม คือการซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ทำงานให้สอดคล้องกับความรู้สึกของตัวเอง แทนที่จะเป็นไปตามสิ่งที่คนอยากเห็นจากผม และเชื่อมโยงกับแก่นแท้และตัวตนของตัวเองอยู่เสมอ”
หลังปล่อย Loco X Volver แล้ว ตอนนี้คุณกำลังโฟกัสกับอะไรอยู่?
“ตอนนี้เรากำลังเตรียมเวิลด์ทัวร์ ซึ่งจะเป็นทัวร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยทำมา ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่เราโฟกัสอยู่—การเตรียมการแสดงอันน่าทึ่ง เพื่อให้ผู้คนเชื่อมโยงกับสารที่เราอยากสื่อได้ในแบบเดียวกับที่ผมเชื่อมโยงกับมัน”



