แนวคิดเบื้องหลังตู้เสื้อผ้าของ Malcolm Todd สรุปได้ในประโยคเดียวว่า ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ลุคไหนออกมาก็รอด
“ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่” Todd นักดนตรีผู้เป็นดาวเด่นในแคมเปญ GapDenim ใหม่ของ Gap บอกกับ Hypebeast
แนวคิดนี้หล่อหลอมให้เกิดลุค Malcolm Todd™ อันโดดเด่นนานาชนิด ตั้งแต่ลุคในมิวสิกวิดีโอ “Roommates” ที่กิ๊บติดผมสีสันสดใสตัดกับเสื้อกล้ามสีเทา การปรากฏตัวครั้งแรกในรายการ The Tonight Show with Jimmy Fallon แบบเปลือยท่อนบน สวมเพียงบ็อกเซอร์ กางเกงยีนส์เดนิมสีเข้ม และรองเท้าแตะ ไปจนถึง ฟีด Instagram (รวมถึง บัญชีสำรอง) ที่เต็มไปด้วยโพสต์เช็กฟิต
“ผมใส่กางเกงสแล็กกับรองเท้าแตะนะ เข้าบาร์ก็ใส่รองเท้าแตะไปเลย” Todd ตอบเมื่อถูกถามถึงความเห็นด้านแฟชั่นที่อาจต่างจากคนอื่น “ผมแค่อยากให้เท้าได้หายใจ ปล่อยนิ้วเท้าออกมาบ้าง ไม่มีอะไรผิดนี่” เขายังเชื่อมั่นในพลังของ “แอ็กเซสซอรี่กวน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ” ที่ช่วยกำหนดลุค “สร้อยคอหรือแว่นตาตลก ๆ สักอันช่วยได้มากเลย” เขาเสริม “ความสุ่ม ๆ นิดหน่อยมันสดชื่นดี” ความกล้าทดลองของ Todd ผสานเข้ากับความชื่นชอบในซิลูเอตคลาสสิก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเชิ้ตติดกระดุมทรงหลวม แว่นกรอบหนา และแน่นอนว่าเดนิมชั้นดี จนกลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวของเขา
เมื่อค้นพบความสบายใจกับสุนทรียะสไตล์ส่วนตัวที่ดู effortless มีกลิ่นอายอเมริกานาแต่แฝงความคมเล็ก ๆ ก็ไม่แปลกเลยที่ Todd จะมาร่วมเป็นตัวแทนแคมเปญมิวสิกวิดีโอ “Denim on your own” ของ Gap เคียงข้าง Inde Navarrette จาก Obsession
นักดนตรีหนุ่มได้รับโจทย์ให้ตีความ “Dancing On My Own” เพลงแดนซ์คลาสสิกของ Robyn ขึ้นใหม่ ซึ่ง Todd มองว่าเป็นแบบฝึกหัดด้านความคิดสร้างสรรค์ที่ดี “สำหรับผม การทำเพลงคือการไม่กลัว” Todd อธิบาย และความกล้าแบบนั้นเองที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่บทบาทนายแบบและนักเต้นได้อย่างมั่นใจ “ตอนแรกมันอาจไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสำหรับผม แต่ทุกคนในกองช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน”
ก่อนออกทัวร์เฮดไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในชีวิต Todd ได้นั่งคุยกับ Hypebeast ถึงสไตล์ส่วนตัวและ “Denim on your own”
คุณจะนิยามสไตล์ส่วนตัวของตัวเองว่าอย่างไร และมันเชื่อมโยงกับดนตรีและผลงานสร้างสรรค์ของคุณแบบไหน?
Malcolm Todd: จุดเชื่อมสำคัญที่สุดระหว่างสไตล์กับดนตรีของผมคือความเป็นตัวเอง ผมรู้สึกว่าตัวเองใส่อะไรก็ได้ตามที่รู้สึก และเขียนอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก ผมโชคดีมากที่มีความมั่นใจในตัวเองแบบนั้น และผมคิดว่าความสบายใจนี้เองที่ทำให้ผมกล้าลองสิ่งใหม่ ๆ เติบโต และพัฒนาต่อไป
หากต้องสรุปแนวทางการแต่งตัวของตัวเอง คุณจะพูดว่าอย่างไร?
ผมช้อปปิ้งด้วยแนวคิดว่า ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ยังไงก็รอด ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่
คุณมีความเห็นด้านแฟชั่นที่อาจต่างจากคนอื่นบ้างไหม?
มีแน่นอน อย่างแรกอาจไม่ใช่ความเห็นที่สุดโต่งนัก แต่ผมชอบใส่รองเท้าแตะกับกางเกงขายาวมาก ผมใส่กางเกงสแล็กกับรองเท้าแตะ เข้าบาร์ก็ใส่รองเท้าแตะไปเลย ผมแค่อยากให้เท้าได้หายใจ ปล่อยนิ้วเท้าออกมาบ้าง ไม่มีอะไรผิดนี่ สำหรับผม แอ็กเซสซอรี่กวน ๆ ชิ้นเล็ก ๆ อย่างสร้อยคอหรือแว่นตาตลก ๆ ช่วยยกระดับลุคได้มาก ผมชอบใส่กางเกงขาสั้นตัวใหญ่กับท่อนบนสไตล์บิซิเนสแคชวล ความสุ่ม ๆ นิดหน่อยมันสดชื่นดี
คุณรักกางเกงยีนส์ดี ๆ อยู่แล้ว จึงสมเหตุสมผลที่คุณจะเป็นตัวแทนแคมเปญ “Denim on your own” ของ Gap แล้วสำหรับคุณ เดนิมที่ดีต้องเป็นอย่างไร?
ต้องเป็นการฟอกสีที่เชื่อมถึงจิตวิญญาณคุณ และทรงที่เชื่อมถึงเรียวขาของคุณ [laughs] แค่นั้นเลย
ขณะที่เตรียมออกทัวร์ใหญ่ที่สุดในชีวิตซึ่งจะเริ่มในเดือนกันยายน คุณคัดสรรเสื้อผ้าสำหรับการเดินสายอย่างไร?
[laughs] ผมเป็นคนแพ็กของนาทีสุดท้าย สำหรับลุคก่อนและหลังโชว์ ผมจะชี้ไปที่ของแต่ละชิ้นแล้วบอกว่า “อันนี้คิวต์” ก่อนโยนลงกระเป๋าเดินทาง จากนั้นวันนั้นค่อยเปิดกระเป๋าแล้วเลือกว่าจะใส่ชุดไหน ผมไม่ค่อยคิดคำนวณเรื่องพวกนี้มากนัก ส่วนชุดขึ้นโชว์ ผมทำงานกับเพื่อนที่เป็นสไตลิสต์หนึ่งหรือสองคน พวกเขาจะคอยหาไอเท็มเท่ ๆ มาให้ผมตลอด เพื่อช่วยกันจัดลุคที่ผมใส่แล้วทั้งสบายตัวและดูดี
การทำงานใน “Denim on your own” ทำให้คุณได้แง่มุมสร้างสรรค์อะไรที่อยากนำติดตัวไปใช้ระหว่างทัวร์บ้างไหม?
การได้ทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากสิ่งที่ตัวเองถนัดนั้นเป็นเหมือนแบบฝึกหัดเสมอ เพลงของ Robyn เพลงนี้อาจไม่ใช่เพลงที่ใครจะคิดว่าผมทำขึ้นมา แต่การได้ฝึกสมอง ทำความเข้าใจเพลงในแบบที่มันเป็น และค้นหาว่าผมเชื่อมโยงกับมันอย่างไร ก็เปิดโลกความคิดให้ผมทั้งในฐานะครีเอทีฟและนักดนตรี
“ผมช้อปปิ้งด้วยแนวคิดว่า ถ้าเสื้อผ้าทุกชิ้นในตู้มันคิวต์ ยังไงก็รอด ถ้าทุกชิ้นมันคิวต์ ผมก็แต่งตัวได้แม้หลับตาอยู่”
อีกอย่างคือการได้เพอร์ฟอร์มในแคมเปญ ได้ออกไปอยู่ต่อหน้าฉากใหญ่ที่รายล้อมด้วยผู้คน และได้ครองโมเมนต์นั้น เป็นประสบการณ์ที่เจ๋งมากสำหรับผม มันทำให้ผมมั่นใจขึ้นเวลาออกไปแสดงต่อหน้าฝูงชนขนาดใหญ่
มาดูที่ตัวเพลงกันบ้าง “Dancing On My Own” เป็นเพลงไอคอนิกอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วเมื่อได้รับโจทย์ให้คัฟเวอร์เพลงระดับตำนานแบบนี้ คุณเริ่มต้นจากตรงไหน?
กระบวนการสร้างสรรค์เริ่มจากการเดินเข้าไปหาโจทย์อย่างไม่หวาดกลัว สำหรับผม การทำเพลงคือการไม่กลัว ถ้าคุณกลัว คุณก็ไปไม่ถึงศักยภาพสูงสุดในฐานะศิลปิน Gap ปลูกฝังพลังความกล้าแบบนั้นให้ผม พวกเขาไม่ได้บอกว่า “ทำเพลงนี้ออกมาให้เหมือนต้นฉบับ” หรือให้ผมทำตามกฎอะไรเป็นพิเศษ พวกเขาแค่บอกให้ผมใช้เสียงของตัวเอง และทำให้ผมรู้สึกจริง ๆ ว่าความเป็นตัวของตัวเองคือพลังพิเศษของทั้งหมดนี้ ผมจึงเข้าไปทำงานด้วยความตื่นเต้นว่าจะใช้เสียงของตัวเองทำให้เพลงนี้พิเศษได้อย่างไร
“ผมรู้สึกว่าตัวเองใส่อะไรก็ได้ตามที่รู้สึก และเขียนอะไรก็ได้ตามที่รู้สึก”
ช่วยเล่าต่อได้ไหมว่าคุณมีความผูกพันกับ Gap อย่างไร และการได้เป็นตัวแทนแคมเปญนี้มีความหมายต่อคุณอย่างไร?
คำแรกที่นึกถึงคือ “ไอคอนิก” หรือจะว่า “เหนือกาลเวลา” ก็ได้ Gap อยู่ในความทรงจำของผมมาตั้งแต่จำความได้ มันเป็นแบรนด์คลาสสิกที่ใครก็ใส่ได้ ผมจำได้ว่าเคยไปซื้อเสื้อผ้ากลับไปเปิดเทอมกับแม่ที่ Gap เดินอยู่ในห้างแล้วเห็นโปสเตอร์ Gap ขนาดใหญ่ที่มีแค่ตัวอักษรสามตัว ทุกอย่างของแบรนด์ฝังอยู่ในวัฒนธรรมของเราแล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งจึงเป็นเกียรติมาก ในแวดวงดนตรี Gap ก็ร่วมงานกับศิลปินมามากมาย นับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ผมรู้สึกเหมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์
ภาพของมิวสิกวิดีโอให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกสร้างสรรค์ของ Malcolm Todd มาก ๆ ผมทราบว่าคุณชวนผู้กำกับวิดีโอ Tanu Muiño ซึ่งทำงานร่วมกับคุณบ่อย ๆ มาร่วมงาน พร้อมด้วย Calvin Leung, Alastair McKimm และ Bjorn Loos ที่มาช่วยกำกับเพิ่มเติม กระบวนการร่วมงานเป็นอย่างไรบ้าง?
แม้จะเป็นกองใหญ่ แต่บรรยากาศในกองสนุกมาก ผมได้พาทุกคนที่ทำงานเพลงของผมมาร่วมด้วย ซึ่งพิเศษมากสำหรับผม มันเหมือนเป็นอีกวันหนึ่งที่ออฟฟิศ เราเล่นมุกกัน ลองสิ่งต่าง ๆ กันไป เหมือนตอนอยู่ในสตูดิโอเลย บนกองผมรู้สึกว่าเป็นตัวเองได้เต็มที่เมื่ออยู่กับทุกคน และ Tanu ก็ช่วยสร้างบรรยากาศแบบนั้นได้มาก เธอสนุกและสดใส ตั้งแต่วินาทีที่เจอเธอ ผมก็รู้ว่าผมสามารถลองไปกับทุกทิศทางสร้างสรรค์ที่อยากทำได้ และนั่นคือสิ่งที่เราทำในโปรเจ็กต์นี้
ผมเป็นนักดนตรีก่อนจะเป็นนายแบบ ดังนั้นตอนแรกมันจึงไม่ค่อยเป็นธรรมชาติสำหรับผม แต่ทุกคนในกองช่วยให้ผมรู้สึกสบายใจที่จะลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน ผมไม่ใช่นักเต้นมืออาชีพ แต่พวกเขาทำให้ผมรู้สึกเหมือนเป็นนักเต้นมืออาชีพได้ในแบบหนึ่ง มันเป็นกระบวนการที่สนุกมาก และผมได้เรียนรู้อะไรมากมายระหว่างทาง ผมมีงานที่ดีที่สุดในโลกเลย



