หากเมื่อไม่กี่ปีก่อนมีใครบอกฉันว่า Awich, ONE OK ROCK, แร็ปเปอร์ CHICO CARLITO และวงโปรเกรสซีฟเมทัลคอร์ Paledusk จะมารวมตัวกันเป็นยูนิตดนตรี ฉันคงคิดว่าเป็นไอเดียที่น่าสนใจ แต่ไกลเกินจริง ทว่าในช่วงปลายเดือนมิถุนายน ไอเดียที่ดูเป็นไปไม่ได้นั้นกลับเกิดขึ้นจริง ศิลปินทั้งสี่ทำเอาแฟน ๆ ตั้งตัวไม่ทันด้วย โพสต์บน Instagram ที่ปล่อยพร้อมกัน เป็นภาพขาวดำเรียบคมพร้อมคำว่า “YAO” ใต้ภาพมีแคปชันสั้น ๆ ว่า “We are YAO” ตามด้วยแอ็กเคานต์ Instagram ใหม่เอี่ยม วันเดียวกันนั้น พวกเขายังเข้ายึดช่อง Red Bull MIC เพื่อพรีเมียร์วิดีโอการแสดงร่วมกันสำหรับRed Bull IN-YO!ซีรีส์ใหม่อีกด้วย แต่ในจังหวะที่ฉันคิดว่านี่อาจเป็นเพียงโปรเจ็กต์ครอสโอเวอร์ชั่วคราว หนึ่งสัปดาห์ต่อมา พวกเขาก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการในนาม YAO ด้วยซิงเกิลและมิวสิกวิดีโอแรก “777”
สำหรับคนที่ติดตามเส้นทางของพวกเขามาตลอดปีที่ผ่านมา การรวมตัวอันทรงพลังครั้งนี้ก็สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง CHICO CARLITO และ Paledusk คุ้นเคยกับ ONE OK ROCK อยู่แล้ว จากการนำสไตล์เฉพาะตัวมาร่วมในเพลง “C.U.R.I.O.S.I.T.Y.” จากอัลบั้มDETOXของวง และเคมีนั้นก็ส่งต่อสู่เวทีในช่วงปลายปี เมื่อทั้งสองศิลปินพร้อมด้วย Awich ร่วมขึ้นแสดงเป็นแขกรับเชิญพิเศษในหลายโชว์ของ ONE OK ROCK ระหว่างทัวร์DETOX Japan Tour
ความสัมพันธ์ของคอลเลกทีฟนี้แน่นแฟ้นขึ้นอีกขั้นเมื่อ Paledusk ร่วมทัวร์ยุโรปกับ ONE OK ROCK ในฐานะศิลปินเปิดการแสดง แต่เมล็ดพันธุ์ของการรวมกลุ่มอย่างเป็นทางการนี้ถูกหว่านไว้ก่อนหน้านั้นนานแล้ว ย้อนกลับไปในปี 2024 ที่คอนเสิร์ต SUPER DRY SPECIAL LIVE ณ Belluna Dome เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น การแสดงร่วมกันของ ONE OK ROCK และ Awich ได้ปลดปล่อยพลังบนเวทีที่เข้ากันอย่างเหลือเชื่อ และเป็นช่วงเวลาแห่งการยอมรับในฝีมือของกันและกันครั้งนั้นเอง ที่ปูทางสู่สิ่งซึ่งวันนี้กลายเป็น YAO
เราได้ยินมาว่าจุดเริ่มต้นของโปรเจ็กต์นี้ย้อนกลับไปถึงการแสดงร่วมกันในคอนเสิร์ตโดม อยากให้เล่าถึงที่มาที่ไปของการก่อตั้งกลุ่มนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม?
Taka (ONE OK ROCK): จริง ๆ แล้วมันเริ่มจากทริปหนึ่ง ก่อนที่เราจะสร้างสรรค์อะไรด้วยกันได้ เราต้องทำความรู้จักกันให้ลึกซึ้งเสียก่อน เราทำเดโม่คร่าว ๆ ขึ้นมา และเมื่อภาพที่เรามองร่วมกันเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เราก็ค่อย ๆ ดึงคนอื่นเข้ามาร่วมทีม
Awich: สำหรับฉัน การได้แสดงกับ Taka ที่ Belluna Dome เหมือนทุกอย่างลงล็อกพอดี เราทั้งคู่สัมผัสได้ถึงพลังบนเวทีที่เข้มข้นและชัดเจนจนปฏิเสธไม่ได้ จึงรู้ทันทีว่าเราไม่อาจปล่อยให้มันจบลงแค่การร่วมงานครั้งเดียว แต่ขณะเดียวกัน เราก็ไม่อยากเร่งรีบหรือทำอะไรตามสูตรสำเร็จ
อย่างที่ Taka บอก เราเริ่มจากการออกเดินทางและใช้เวลาร่วมกันจริง ๆ เพื่อทำความเข้าใจวิธีคิดและมุมมองสร้างสรรค์ของแต่ละคนให้ลึกซึ้ง สิ่งแรกที่เราสร้างคือสายสัมพันธ์แบบพี่น้อง พอเราเริ่มทดลองซาวด์และเดโม่ต่าง ๆ กับ DAIDAI จาก Paledusk ภาพที่เรามองไว้ก็ขยายออกไปอย่างเป็นธรรมชาติ แล้วเมื่อเติมเวิร์สอันดุดันของ CHICO และเสียงตะโกนดิบเถื่อนของ Kaito (Paledusk) เข้าไป จักรวาลทางดนตรีนี้จึงสมบูรณ์
“กลุ่มนี้ไม่เคยตั้งใจจะหลอมรวมเป็นเสียงเดียวที่เหมือนกันไปหมด… แต่มันคือการนำพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงมารวมกัน […] และตระหนักว่าแต่ละพลังต่างมีจิตวิญญาณที่ชัดเจนและทรงพลังในแบบของตัวเอง” — Awich
ตอนที่ Taka กับ Awich ติดต่อมานำเสนอไอเดียนี้เป็นครั้งแรก ความคิดแรกของคุณเกี่ยวกับการเข้าร่วมกลุ่มคืออะไร?
CHICO CARLITO: ผมดีใจมาก แต่ในเวลาเดียวกันก็รู้สึกกดดันทันทีว่าต้องพัฒนาตัวเองและยกระดับฝีมือให้มากขึ้น ผมอยากรีบเอาไปอวดเพื่อนสมัยมัธยมด้วย เพราะทุกคนรู้ว่าผมคลั่ง ONE OK ROCK แค่ไหน แต่ก็ต้องเก็บเป็นความลับไว้จนกว่าจะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ
DAIDAI (Paledusk): ความคิดแรกของผมคือ “สุดยอด! ได้แต่งเพลงใหญ่ ๆ แล้ว!”
ชื่อ YAO เกิดขึ้นได้อย่างไร และสะท้อนจิตวิญญาณของกลุ่มอย่างไรบ้าง?
Awich: YAO ย่อมาจาก Yaoyorozu แนวคิดเรื่อง Yaoyorozu หรือความเชื่อในเทพแปดล้านองค์ ซึ่งหมายถึงจิตวิญญาณนับไม่ถ้วน ฝังรากลึกอยู่ในความเชื่อทางจิตวิญญาณของญี่ปุ่น และยังสอดคล้องกับมุมมองที่เรามีต่อดนตรีและชุมชนอย่างพอดี เราเลือกชื่อ YAO เพราะกลุ่มนี้ไม่เคยตั้งใจจะหลอมรวมเป็นเสียงเดียวที่เหมือนกันไปหมด แต่มันคือการนำพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าจะร็อก ฮิปฮอป หรือเมทัลคอร์ มารวมกัน และตระหนักว่าแต่ละแนวต่างมีจิตวิญญาณที่ชัดเจนและทรงพลังในแบบของตัวเอง สำหรับ YAO เราอยากโอบรับทั้งความโกลาหลและความกลมกลืนของพลังอันหลากหลายเหล่านี้ที่อยู่ร่วมกัน
สำหรับผลงานเปิดตัว “777” คุณอยากเล่าเรื่องอะไร และต้องการส่งสารอะไรเป็นหลัก?
Awich: ฉันจินตนาการถึงกลุ่มคนนอกที่มองโลกเป็นเดิมพันก้อนโต แล้วเมื่อรู้ว่าเกมนี้ถูกล็อกผลไว้ตั้งแต่ต้น พวกเขาก็ตัดสินใจคว่ำโต๊ะและเขียนกติกาใหม่ให้ทุกคน บนผิวเผิน มันดำเนินไปเหมือนเรื่องปล้น ศิลปินผู้ทะเยอทะยานสี่คนจากคนละพื้นที่ของญี่ปุ่นมารวมตัวกันเพื่อยึดทุกอย่างไว้ แต่ลึกลงไป เพลงนี้ตั้งคำถามว่า จริง ๆ แล้วเรากำลังเล่นเกมนี้เพื่ออะไร? จุดเปลี่ยนอยู่ที่ท่อนบริดจ์ เมื่อเนื้อเพลงถามว่า “ถ้าเราเล่นเพื่อสิ่งที่มากกว่านั้นล่ะ?” สำหรับฉัน นั่นคือช่วงที่อุปลักษณ์นี้เปิดออก เลข “7” ซึ่งอ่านว่า “nana” ในภาษาญี่ปุ่น เริ่มต้นจากสัญลักษณ์ของแจ็กพอต แต่ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นเสียงตะโกนอันแข็งขืนเพื่อยืนยันความเป็นมนุษย์ร่วมกันของพวกเรา
ในช่วงเริ่มต้นทำ “777” แต่ละคนมีบทบาทที่ชัดเจนตั้งแต่แรกหรือไม่ และกระบวนการสร้างสรรค์เป็นอย่างไร?
DAIDAI: ตั้งแต่ตอนที่ผมได้รับการติดต่อให้ร่วมโปรเจ็กต์ ก็มีการตกลงกันว่าผมจะเขียนเพลงและดูแลการโปรดิวซ์ แต่ก่อนจะเริ่มทำงานกัน Taka พูดว่า “เติมท้องกันก่อน!” แล้วเขาก็ทำอาหารมื้อหนึ่งที่อร่อยมากให้พวกเรากิน อาหารอร่อยจนผมอยากเขียนเพลงที่ ‘อร่อย’ แบบนั้นบ้าง
การประสานตารางงานส่วนตัวของทุกคนน่าจะไม่ง่ายเลย พวกคุณหาเวลามาทำเพลงนี้จนสำเร็จได้อย่างไร?
CHICO: ก่อนจะอัดเพลงเวอร์ชันสุดท้าย เราทำเดโม่คร่าว ๆ กันที่โอกินาวะ บ้านเกิดของผม แล้วส่งให้ทีมฟัง เพื่อให้แน่ใจว่าแม้จะเป็นเพียงขั้นแรก เราก็ส่งงานที่ดีที่สุดเท่าที่ทำได้ ผมเลยต้องขอแรงเพื่อน ๆ หลายคนมาช่วย
มิวสิกวิดีโอ “777” ทรงพลังมาก คอนเซปต์นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร?
Awich: สำหรับ “777” เราอยากให้มิวสิกวิดีโอมีรากอยู่ในสุนทรียะญี่ปุ่นแบบท้องถิ่นที่ดิบจริง ในแบบที่ผู้ชมทั่วโลกยังไม่คุ้นชินจนเกินไป คอนเซปต์หลักได้แรงบันดาลใจอย่างมากจากสเกลและพลังขบถของภาพยนตร์วัยรุ่นญี่ปุ่นคลาสสิกอย่าง Seven Days War ที่วัฒนธรรมเยาวชน ความตื่นตา และการขัดขืนมาปะทะกัน เราอยากยกระดับพลังที่รวดเร็วและพลิกกรอบของเพลง ให้กลายเป็นพิธีกรรมร่วมสมัยของการขบถในวัยเยาว์ มันสดใหม่ มีรากทางวัฒนธรรม และสื่อสารผ่านภาษาภาพที่ให้ความรู้สึกใหม่อย่างแท้จริง ทั้งในญี่ปุ่นและบนเวทีโลก
“เราไม่อยากตีกรอบตัวเอง หรือสร้างข้อจำกัดทางความคิดสร้างสรรค์ เพียงเพราะคิดมากเรื่องการแบ่งประเภทแนวเพลง” — Taka (ONE OK ROCK)
มีช่วงเวลาไหนในกองถ่ายมิวสิกวิดีโอที่คุณจดจำได้มากที่สุด หรือมีฉากไหนในเวอร์ชันตัดต่อสุดท้ายที่ชอบเป็นพิเศษ?
CHICO: พอย้อนกลับไปคิด สิ่งที่ติดตาผมที่สุดคือพลังของช็อตหลักที่เอ็กซ์ตร้าวิ่งกรูกันเข้ามา ตอนถ่ายทำกลางคืนก็เป็นช่วงเวลาดี ๆ ที่ได้คุยกับทุกคนเล็กน้อย ถึงกับเผลอถามไปว่า “มีใครอยากถามอะไรพวกเราบ้างไหม?”
ส่วนฉากที่ผมชอบที่สุดต้องเป็นตอนที่เราทุกคนเฮดแบงก์อยู่บนดาดฟ้า จริง ๆ แล้วผมกลัวความสูงมาก เลยต้องทุ่มสุดตัวเลย! [Laughs]
พวกคุณเป็นการมาบรรจบกันอย่างน่าตื่นตาของคนต่างเจเนอเรชันและต่างแนวดนตรี ไลน์อัปสี่ศิลปินในตอนนี้จะเป็นแกนหลักถาวรของ YAO หรือยังเปิดรับศิลปินรับเชิญสำหรับโปรเจ็กต์ในอนาคต?
Taka: ตอนนี้ยังเป็นความลับอยู่ แต่ในฐานะกลุ่ม เราไม่อยากตีกรอบตัวเอง หรือสร้างข้อจำกัดทางความคิดสร้างสรรค์ เพราะคิดมากเรื่องการแบ่งประเภทแนวเพลง
การร่วมงานในระดับคอลเลกทีฟครั้งนี้ส่งผลต่อวิธีที่คุณทำงานโซโลหรือโปรเจ็กต์หลักของวงตัวเองอย่างไรบ้าง?
Taka: นี่เป็นประสบการณ์การเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน มันทำให้ผมถอยออกมามองงานของตัวเองในภาพกว้างกว่าที่เคย ผมรู้สึกขอบคุณสมาชิก YAO คนอื่น ๆ และทีมงานทุกคนมาก
แล้วอะไรคือก้าวต่อไปของ YAO? พอจะเผยคำใบ้เล็ก ๆ ว่ามีอะไรให้รอติดตามบ้างไหม?
DAIDAI: Taka จะร่วมฟีเจอริงในทุกเพลงเลยครับ!



