Buffer พาย้อนเวลาไปปี 1982 ด้วย 3 เสื้อยืดตีความฉากเด็ดต่างมุมจาก ‘E.T.’

steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer
steven spielberg e t et Buffer Collaboration collection Release Info
Buffer

สรุป

Buffer แบรนด์ของ Tetsu Nishiyama ประกาศคอลแลบกับ E.T. the Extra-Terrestrial ภาพยนตร์ปี 1982 ของ Steven Spielberg โดยหยิบ 3 ฉากไอคอนิกจากหนังมาตีความใหม่เป็นกราฟิกเสื้อยืดแต่ละตัว

เสื้อยืดคอลแลบทั้งสามแบบใช้ชื่อว่า “Thumb Sucker”, “Reborn” และ “Fly Me To The Moon” โฟกัสคนละโมเมนต์สำคัญในเรื่อง ส่วนเสื้อออริจินัลตัวที่สี่ของแบรนด์ “Matinee” ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นอายโรงหนังยุคทองของโลกภาพยนตร์

Buffer ประกาศเปิดคอลแลบกับ E.T. the Extra-Terrestrial, ภาพยนตร์ไซไฟปี 1982 ของ Steven Spielberg ว่าด้วยมิตรภาพระหว่างเด็กชายผู้โดดเดี่ยวชื่อ Elliott กับเอเลี่ยนที่หลงมาติดอยู่บนโลก คอลเล็กชันนี้หยิบสามโมเมนต์เด่นจากหนังมาตีความใหม่เป็นกราฟิกบนเสื้อยืดแต่ละตัว มองแต่ละฉากจากมุมภาพที่ต่างกันไป แทนการยึดติดกับม็อติฟเดียวแล้วเปลี่ยนแค่เฉดสี ส่วนเสื้อตัวที่สี่ถูกออกแบบแยกจาก E.T. อย่างสิ้นเชิง มาปิดจบไลน์เสื้อผ้าให้ครบลุค คู่กับกลุ่มแอ็กเซสซอรีชิ้นเล็ก ๆ อีกเซ็ตหนึ่ง.

เสื้อยืดคอลแลบตัวแรกจากทั้งสามตัว “Thumb Sucker” เลือกใช้ไอเท็ม E.T.-branded อย่างปากกาลูกลื่นและฟิกเกอร์เป็นองค์ประกอบกราฟิกหลัก จัดวางให้กลายเป็นโลกภาพวาดที่ชวนให้นึกถึงสเก็ตช์ลายเส้นหลวม ๆ ในสมุดวาดรูปแบบที่ Elliott อาจจะขีดเขียนขึ้นหลังจากต้องลาจาก E.T. ในตอนท้ายเรื่อง งานออกแบบชิ้นนี้จึงเล่นอยู่ในมิติของความทรงจำหลังเหตุการณ์ แทนที่จะเป็นการรีครีเอตฉากแบบตรงตัว มองบรรดาสินค้าและของกระจุกกระจิกที่รายล้อมตัวละครเป็นเสมือนวัตถุแห่งอารมณ์ มากกว่าจะเป็นภาพแทนตามจริง ถือเป็นกราฟิกที่มีชั้นเชิงทางคอนเซ็ปต์มากที่สุดในบรรดาสามตัว หยิบเอาไอเดียเด็กคนหนึ่งที่ต้องประมวลประสบการณ์เหนือจริงผ่านการวาดรูปอันแสนสามัญในชีวิตประจำวันมาเล่าใหม่อย่างแยบยล.

“Reborn” ผูกตัวเองเข้ากับหนึ่งในซีนที่มีพลังเชิงสัญลักษณ์ทางภาพมากที่สุดของหนัง: ช่วงเวลาที่ต้นไม้ใบหญ้าที่โรยราใกล้ตายพลันฟื้นคืนชีพอีกครั้ง เป็นสัญญาณว่า E.T. กลับมามีชีวิต Buffer จึงตีความด้วยการซ้อนภาพดอกไม้บานทับลงบนม็อติฟดั้งเดิม เน้นย้ำธีมการฟื้นคืนและการงอกงามใหม่ ขณะเดียวกันก็พาภาพหลุดออกจากการเป็นแค่เฟรมจากหนังไปสู่มู้ดอิลลัสเตรทีฟที่สื่ออารมณ์มากกว่า กราฟิกจึงอ่านได้เหมือนการภาวนาถึงการเริ่มต้นใหม่ ไม่ใช่แค่ภาพแคปตรง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางหลักของ Buffer ที่มักกรองต้นฉบับผ่านภาษาภาพของตัวเอง มากกว่าจะก็อปปี้มาทั้งดุ้น.

“Fly Me To The Moon” คือชิ้นที่มองปุ๊บก็จำได้ทันทีมากที่สุดในทั้งสาม เพราะสร้างขึ้นจากภาพจำสูงสุดของหนัง: เงาซิลูเอตจักรยานตัดผ่านดวงจันทร์เต็มดวง กราฟิกนี้ได้ Tomo Oriyama มารับหน้าที่อิลลัสเทรตด้วยลายเส้นวาดมือที่อุ่นนุ่ม เติมบรรยากาศให้ฉากดูละมุนและใกล้ชิดกว่าซีนิมาโทกราฟีจัดไฟคมกริบในต้นฉบับ งานของ Oriyama ทำให้ดีไซน์ชิ้นนี้กลายเป็นชิ้นที่ขับเคลื่อนด้วยตัวศิลปินมากที่สุดในบรรดางานคอลแลบร่วมกัน สไตล์เฉพาะตัวของอิลลัสเตรเตอร์ถูกวางให้เป็นชั้นการตีความอย่างจงใจ คั่นอยู่ระหว่างสายตาของผู้ชมกับฉากที่ถูกนำมาทำเมอร์แชนไดส์ซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดสี่ทศวรรษ.

เสื้อยืดตัวที่สี่ในคอลเล็กชัน “Matinee” ไม่ได้อยู่ในโปรเจ็กต์คอลแลบ E.T. แต่เป็นงานออกแบบออริจินัลของ Buffer โดยศิลปินสายวิชวลอย่าง JUN ที่หยิบวัฒนธรรมภาพในยุคทองของโรงภาพยนตร์มาเล่าใหม่ ผ่านม็อติฟอย่างป้ายไฟหน้าทีเธียเตอร์และโลโก้บริษัทจัดจำหน่ายหนัง จัดองค์ประกอบให้กราฟิกดูเหมือนยกระดับเศษเสี้ยวความทรงจำจากโลกภาพยนตร์ยุคมิดเซนจูรีให้กลายเป็นงานอาร์ตที่มีกลิ่นสตรีตชัดเจน การวางชิ้นนี้คู่กับสามตัวจาก E.T. ทำให้มันทำหน้าที่เป็นเหมือนชิ้นคู่หูที่ช่วยขยายกรอบความหมายของคอลเล็กชัน จากการพูดถึงหนังเพียงเรื่องเดียว ไปสู่ประสบการณ์การดูหนังในโรงโดยรวม.

ทั้งสี่ลายอยู่บนแพตเทิร์นเสื้อทรงออริจินัลของ Buffer ที่อ้างอิงซิลูเอตเสื้อยืดอเมริกันคลาสสิกตั้งแต่ยุค 1980s ถึงช่วงต้น 2000s คอลเล็กชันนี้ยังมาพร้อมโปสเตอร์ หมวกแก๊ป สติ๊กเกอร์ และแท็กสำหรับสลิงแบ็ก ซึ่งทั้งหมดเป็นไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่หน้าร้าน Buffer Store สาขา Shibuya เท่านั้น.

สำหรับคอลเล็กชัน E.T. x Buffer จะวางจำหน่ายวันที่ 11 กรกฎาคม ทั้งที่หน้าร้านและบน Buffer official online store, โดยโปสเตอร์ หมวกแก๊ป สติ๊กเกอร์ และแท็กสลิงแบ็กจะมีจำหน่ายเฉพาะที่หน้าร้านเท่านั้น.

Sophie Caraan Managing Editor

Sophie Caraan is the Managing Editor at Hypebeast, where she sets the editorial direction, standards, and output strategy for the HQ team. With a decade of editorial experience, she brings both a storyteller's instinct and a strategist's eye — spotlighting the figures and movements that shape the culture across a multitude of lanes. Her tenure is marked by high-impact conversations with the likes of RZA, Mads Mikkelsen, CORTIS, Erling Haaland, Kasing Lung, NIGO, and more.

0 ความคิดเห็น
 

คุณกำลังลองใช้เว็บไซต์เบต้าใหม่

แบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับเรา มันจะช่วยให้ดีขึ้นสำหรับคุณ