SAN SAN Gear: เส้นทางของ Lee Sang-yeop จาก Seoul สู่ Paris

SAN SAN GEAR Lee Sang-yeop paris fashion week 2026 Interview
SAN SAN Gear

ทุกวันนี้เราอยู่ในโลกที่สิ่งเร้าทุกอย่าง ทุกข้อมูลทุกจุด ถาโถมเข้ามาด้วยความคมชัดระดับสูงไม่รู้จบ ยิ่งเราวิ่งไล่ทุกอย่างที่อัลกอริทึมป้อนมาไว้ตรงหน้าเท่าไร พื้นที่ที่จะหันกลับเข้ามามองข้างในตัวเองยิ่งหายไปเท่านั้น คอลเล็กชัน Spring/Summer 2027 ของ SAN SAN Gear เริ่มต้นจากแรงตึงเครียดตรงจุดนั้นเลย ในขณะที่ทั้งโลกแข่งกันเพิ่มความละเอียดให้คมกริบ แบรนด์จาก Seoul แบรนด์นี้กลับเลือกเดินสวนทาง: พวกเขาตั้งชื่อซีซันนี้ว่า “Soft Focus” คือการศึกษาเรื่องการตั้งใจทำให้ภาพพร่าเลือนอย่างมีสติ

นับตั้งแต่เริ่มจากสตูดิโอเล็ก ๆ ใน Seoul เมื่อปี 2019 SAN SAN Gear ค่อย ๆ ขยายไปถึง Paris, Tokyo และ London โดยไม่จำเป็นต้องโอนอ่อนตามทุกกระแส แต่ค่อย ๆ สร้างมุมมองผ่านเสื้อผ้า แทนที่จะวิ่งตามแค่ทรงหรือกราฟิก ซึ่งกลายเป็นท่าทีที่ได้รับการยอมรับบนเวทีระดับโลก ในโชว์รูมของตัวเองช่วง Paris Fashion Week แบรนด์ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ซีซันใหม่ผ่านเทคนิคกลับด้านตัวผ้าหน้า–หลัง และประติมากรรม analog automata ที่จัดวางทั่วทั้งสเปซ เราได้นั่งคุยกับ Director Lee Sang-yeop ผู้ที่มองคำว่า “hype” เป็นเรื่องรอง และปฏิบัติกับทุกซีซันเสมือนเป็นซีซันแรก

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

คุณเริ่มจากสตูดิโอเล็ก ๆ ใน Seoul เมื่อปี 2019 และตั้งแต่เดือนมกราคม 2024 ก็พาคอลเล็กชันมาโชว์ที่ Paris ทุกซีซัน ตอนนี้ต้องเผชิญหน้ากับบรรดาไบเยอร์และสื่อระดับโลก รู้สึกอย่างไรบ้าง?
ตอนเริ่มทำในปี 2019 เราไม่ได้มีเป้าหมายยิ่งใหญ่เลย คำถามเดียวจริง ๆ คือจะทำยังไงให้ไปถึงซีซันถัดไป เราแค่ทำเสื้อผ้าที่ตัวเองเชื่อ แล้วปล่อยมันออกไปสู่โลก แล้วมันก็ค่อย ๆ พาเรามาถึงจุดนี้ ผมมาที่ Paris ทุกซีซัน แต่พูดตามตรงคือมันไม่เคยกลายเป็นความคุ้นชินเลย ที่นี่คือที่ที่แบรนด์จากทุกที่บนโลกถูกตัดสินด้วยมาตรฐานเดียวกัน แค่ความเว่อร์วังหรือกระแสฮือฮาอย่างเดียวอยู่ให้รอดนานไม่ได้ สุดท้ายสิ่งที่เหลืออยู่คือเสื้อผ้าจริง ๆ และความเป็นต้นฉบับที่แบรนด์มีอยู่ สำหรับผมแล้ว Paris ไม่ใช่เมืองไว้ฉลอง แต่มันคือบททดสอบที่เย็นชาและมองทะลุ ว่าสัมผัสและเซนส์ที่เราสร้างมาทีละซีซันใน Seoul ยังยืนอยู่ได้ไหมเมื่อข้ามภาษาและพรมแดนไป ผมรู้สึกได้ว่ามีคนเริ่มเข้าใจสิ่งที่เราทำมากขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละซีซัน ซึ่งก็ทำให้โล่งใจ แต่ผมพยายามไม่ปล่อยให้ตัวเองหลงระเริง ทุกซีซันยังรู้สึกเหมือนก้าวแรกเสมอ และผมเชื่อว่าทันทีที่เราทิ้งความรู้สึกแบบนั้นไป ตัวตนของ SAN SAN Gear เองก็จะเริ่มพร่ามัวตามไปด้วย

ตอนนี้เสื้อผ้าของคุณวางขายในร้านอย่าง GR8 ที่ญี่ปุ่น และ GOODHOOD ในอังกฤษ คุณคิดว่าไบเยอร์ต่างชาติรู้สึกว่าอะไรใน SAN SAN Gear ดูสดใหม่ แบบเดียวกับที่แฟน ๆ ในบ้านเกิดหลงรักอยู่แล้ว?
ไบเยอร์มักจะพูดเหมือนกันหมดว่า เสื้อผ้ามันฟังก์ชันนัลแต่ไม่เย็นชา และมีความสตรีตแต่ไม่ดูเบาในเชิงคอนเซ็ปต์ สำหรับผมจริง ๆ แล้ว เสื้อยืดกราฟิกหรือทรงฮู้ดดี้ไม่ได้เป็นตัวนิยามคำว่า street เลย “street” สำหรับผมเกี่ยวกับวิธีมองโลกที่เฉพาะตัวมากกว่ารูปทรงของเสื้อผ้า แทนที่จะเดินตามคู่มือสำเร็จรูป เรามองเสื้อผ้าเป็นเหมือนคลังเก็บข้อมูลภายในโลกทัศน์ที่เรากำหนดขึ้นเอง และผมคิดว่าท่าทีแบบนี้แหละที่ไปสะท้อนกับคนต่างประเทศ คำชมที่ผมชอบที่สุดคือเวลามีคนบอกว่าเจอดีเทลบางอย่างในหมวดเสื้อผ้าที่คุ้นตา แต่ไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อนจริง ๆ

ธีมของซีซันนี้คือ “Soft Focus” ประโยคที่พูดถึง “โลกที่ต้องการความคมชัดสูงสำหรับทุกอย่าง” ดูโดดเด่นมาก มีช่วงเวลาส่วนตัวอะไรไหมที่ทำให้คุณมาถึงคอนเซ็ปต์นี้?
ทุกวันนี้คนเราใช้ชีวิตผ่านข้อมูลและสิ่งเร้ามากกว่าที่ตัวเองจะรับไหวแทบทุกชั่วโมงที่ลืมตา สิ่งที่เราถูกบอกให้ดู ให้รีแอ็กต์ ให้พิสูจน์ด้วยตัวเลข ทั้งหมดโผล่มาตรงหน้าในความคมชัดระดับเดียวกันไปหมด อัลกอริทึมก็ผลักของใหม่ ๆ เข้ามาไม่หยุด เราเลยเอาโฟกัสทั้งหมดไปใช้กับการตามให้ทัน จนไม่เหลือพื้นที่จะหันกลับมามองตัวเอง แต่ผมสังเกตว่าพอยิ่งพยายามจะทำทุกอย่างให้คมชัดเท่าไร สิ่งที่สำคัญกลับยิ่งพร่ามากขึ้นเท่านั้น ผมเลยเริ่มคิดว่า เราอาจต้องมองภาพรวมทุกอย่างเอาไว้ แต่ตั้งใจปล่อยให้บางส่วนอยู่นอกโฟกัส — สรุปคือเลือกเองว่าสิ่งไหนสมควรชัด และสิ่งไหนไม่จำเป็น มันไม่ใช่การปิดกั้นโลกภายนอก แต่มันเหมือนการมองเห็นบางอย่างชัดเจนอยู่ในสายตา แล้วเลือกที่จะปล่อยให้มันพร่าและผ่านไปเอง พอเราเอาโฟกัสส่วนหนึ่งกลับคืนมา ช่องว่างให้หายใจกับตัวตนจริง ๆ ของเราก็เพิ่งจะเปิดออก “Soft Focus” คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเราแปลความคิดแบบนั้นออกมาเป็นเสื้อผ้า

คุณวาดภาพเพอร์โซนาของซีซันนี้เป็นคนที่อ่านหนังสือบนขนส่งสาธารณะระหว่างเดินทางกลับบ้าน หรือออกไปดูไลฟ์คอนเสิร์ตช่วงเย็น คุณจินตนาการว่าวันหนึ่งของคนคนนี้จะเป็นแบบไหนเมื่อเขาสวม SAN SAN GEAR?
ผมจินตนาการถึงคนที่รักษาจังหวะและรสนิยมของตัวเองเอาไว้กลางเมืองที่เย็นชาและจำเจซ้ำเดิมทุกวัน คนที่หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแม้อยู่ในขบวนรถใต้ดินแน่นขนัดเต็มไปด้วยเสียงไม่หยุด หรือคนที่เลิกงานแล้วออกไปดูโชว์ของศิลปินคนโปรด และมอบตัวเองให้กับช่วงเวลานั้นอย่างเต็มที่ แทนที่จะรับเอาสิ่งเร้าทุกชิ้นที่พุ่งเข้ามา พวกเขาตั้งใจปล่อยให้บางอย่างผ่านเลยไปอยู่นอกโฟกัส เพื่อจะได้เก็บสมาธิไว้กับสิ่งที่สำคัญจริง ๆ สำหรับตัวเอง ผมอยากให้ SAN SAN GEAR เป็นเหมือนเกราะที่ยืดหยุ่นและไว้ใจได้ คอยปกป้องคนคนนั้นจากเสียงรบกวนรอบตัวในช่วงเวลานั้นพอดี มันไม่จำเป็นต้องเป็นวันดราม่าหนักหนาอะไร แค่เสื้อผ้าช่วยปกป้องวันธรรมดาที่เขาได้ใช้ชีวิตในแบบของตัวเองก็พอแล้ว

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

ดีเทลการกลับด้านผ้าหน้า–หลังในคอลเล็กชันนี้โดดเด่นมาก ตอนพัฒนาไอเดียนี้คุณคุยกับทีมดีไซน์กันอย่างไรบ้าง?
ตอนที่เรากำลังคิดว่าจะถ่ายทอด “Soft Focus” ให้กลายเป็นโปรดักต์จริง ๆ ยังไง เรามาลงที่ไอเดียว่า ธีมนี้จะทำงานก็ต่อเมื่อชิ้นเดียวกันเก็บทั้งพื้นผิวภายนอกที่คมชัด และแก่นด้านในที่หยาบกว่า พร่ากว่า เอาไว้พร้อมกัน ตรงนั้นแหละที่ทำให้เราเริ่มเล่นกับการกลับด้านและผสมผสานหน้ากับหลังของตัวผ้า พอพูดคุยกันต่อไป มันพัฒนาเป็นการพิมพ์กราฟิกไว้ด้านในของเสื้อ T-shirt แล้วปล่อยให้ดีไซน์ทะลุออกมาด้านนอกเป็นเพียงเงาเลือน ๆ ที่ตั้งใจให้พร่า แทนที่จะวางกราฟิกคมกริบไว้ตรงกลางด้านหน้าแบบปกติ ภาพที่เนียนกริบจะซ่อนอยู่ข้างใน เหลือเพียงอาฟเตอร์อิมเมจที่โผล่มาด้านนอก มันแทบจะเหมือนอะไรบางอย่างที่มีแค่คนใส่เท่านั้นที่รู้ — หรือเป็นสิ่งที่คนเดินผ่านอาจเพิ่งจะสังเกตเห็นทีหลังก็ได้ นี่คือส่วนที่ผมคิดว่าเสื้อผ้าจับหัวใจของธีมนี้ได้ดีที่สุด: ไม่มีอะไรที่อ่านออกได้หมดในครั้งเดียว

คุณร่วมงานกับศิลปินชาวเยอรมัน Clemens Fischer นำชิ้นงาน analog automata มาจัดแสดงในโชว์รูม อะไรคือจุดเริ่มต้นของโปรเจกต์นี้ และคุณอยากสื่อบรรยากาศแบบไหน?
ผมหลงเสน่ห์ความเคลื่อนไหวแบบกลไกดิบ ๆ ของระบบ analog มาตลอด ซึ่งฝั่ง digital เลียนแบบไม่ได้ พอได้เห็นงานของ Clemens Fischer ผมมั่นใจเลยว่ามันเข้ากับมู้ดแบบ analog ที่เรากำลังมุ่งไป ผมติดต่อเขาไปแบบไม่มีคอนเน็กชันมาก่อน เล่าให้ฟังถึงปรัชญาของแบรนด์และไอเดีย “intentional blur” ของซีซันนี้ เขาก็รู้สึกเชื่อมโยงจนความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจริง กลางโชว์รูม Paris ที่ดูเนียนกริบ ทันสมัย การมีเฟืองและสปริงหมุนอยู่ด้วยท่วงท่ากลไกเทอะทะแบบนั้นมันทำงานคล้ายเบรกเล็ก ๆ ให้กับโลกความละเอียดสูง รายล้อมด้วยเสื้อผ้าฟังก์ชันนัลที่ดูเย็นชา มันเติมความอบอุ่นของมนุษย์และรอยแตกเล็ก ๆ ทางสายตา — เหมือนค่อย ๆ ชะลอข้อความของคอลเล็กชันให้ก้าวเดินช้าลงหนึ่งจังหวะ

ในฐานะแบรนด์ที่บาลานซ์ระหว่างฟังก์ชันกับความแคชวล เส้นแบ่งเดียวที่ SAN SAN Gear จะไม่มีวันข้ามคืออะไร?
มันไม่ใช่ว่าเรามีกฎตายตัวอะไรนัก การยึดถือวิธีมองโลกของตัวเองต่างหากคือมาตรฐาน เราจะไม่จู่ ๆ ดีไซน์เหมือนแบรนด์ hiking แค่เพราะ gorpcore มาแรง และจะไม่ทิ้งตัวตนของตัวเองเพียงเพราะกระแสเริ่มเย็นลง แม้แต่เรื่องบาลานซ์ระหว่างฟังก์ชันกับความแคชวลก็ไม่ใช่การแบ่งเป็นสัดส่วน มันอยู่ที่ว่าเรายังรักษามุมมองของตัวเองไว้ครบไหม เราสามารถทำอะไรที่พื้น ๆ อย่างฮู้ดดี้ แต่ยังมอง และบิดมัน ให้ต่างออกไปได้ ไม่ดราม่าจริงจังเกินไป แต่ก็ไม่ปล่อยปละละเลยเกินไป การยืนอยู่ในช่องว่างระหว่างความสบายกับความตึงเครียดนั่นแหละ คือเส้นเดียวที่เราปกป้องอยู่

คำถามสุดท้าย: คุณอยากบอกอะไรกับผู้ชมทั่วโลกที่เพิ่งรู้จัก SAN SAN Gear ครั้งแรกผ่านโชว์รูมใน Paris และกับแฟน ๆ ที่เกาหลีที่คอยติดตามว่าคุณจะทำอะไรต่อไปอยู่เสมอ?
สำหรับผู้ชมทั่วโลกที่เพิ่งเจอเราครั้งแรกที่ Paris ผมหวังว่า SAN SAN Gear จะถูกจดจำในฐานะแบรนด์ที่เป็นตัวแทนแฟชั่นเกาหลี ผ่านสายตาและวัฒนธรรมของตัวเอง และสำหรับแฟน ๆ ที่บ้านเกิดที่ซัพพอร์ตเรามาเกินกว่าที่เราสมควรได้รับเสียอีก — ต่อให้เราขยายไป Tokyo, Shanghai, Paris และที่อื่น ๆ อีกมากมาย ความแท้จริงที่เป็นรากของเรา ทั้งในแง่แฟชั่นและวัฒนธรรม จะไม่เปลี่ยนไปไหน ผมหวังว่าทุกคนจะยังคอยดูต่อไปด้วยความสนใจ ว่าโลกทัศน์นี้จะขยายตัวออกไปได้อีกแค่ไหน

สัมภาษณ์ SAN SAN Gear Lee Sang-yeop Paris Fashion Week 2026

San San Gear

บทความนี้แปลอัตโนมัติจากภาษาอังกฤษ
Sophie Caraan Managing Editor

Sophie Caraan is the Managing Editor at Hypebeast, where she sets the editorial direction, standards, and output strategy for the HQ team. With a decade of editorial experience, she brings both a storyteller's instinct and a strategist's eye — spotlighting the figures and movements that shape the culture across a multitude of lanes. Her tenure is marked by high-impact conversations with the likes of RZA, Mads Mikkelsen, CORTIS, Erling Haaland, Kasing Lung, NIGO, and more.

0 ความคิดเห็น
 

คุณกำลังลองใช้เว็บไซต์เบต้าใหม่

แบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับเรา มันจะช่วยให้ดีขึ้นสำหรับคุณ