Lewis Hamilton และ Min Woo Lee ต่างอยู่กันคนละมุมของโลกกีฬาอย่างสิ้นเชิง แต่แอมบาสเดอร์ของ lululemon ทั้งสองคนมีมากกว่าความมุ่งมั่นในการแข่งขันที่เหมือนกัน ทั้งคู่สร้างเส้นทางอาชีพที่ก้าวข้ามขอบเขตของกีฬาที่ตัวเองสังกัด—Hamilton ผ่านแฟชั่น ดนตรี และภาพยนตร์ ส่วน Lee ก็มีบทบาทโดดเด่นขึ้นเรื่อย ๆ ณ จุดบรรจบของกอล์ฟ สไตล์ และโซเชียลมีเดีย ที่สำคัญไม่แพ้กัน ทั้งคู่ยังมีความอยากรู้อยากเห็นเป็นแรงผลักดันให้ก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยของตัวเองอยู่เสมอ
แนวคิดนี้อยู่ใจกลางของ Rest Day ซีรีส์คอนเทนต์ใหม่จาก lululemon ที่จับคู่ Lewis Hamilton แชมป์โลกฟอร์มูลาวัน 7 สมัย กับนักกีฬาระดับแนวหน้าจากหลากหลายสาขา แทนที่จะให้พวกเขาแสดงความสามารถในสภาพแวดล้อมที่คุ้นเคย ซีรีส์นี้กลับพลิกบทบาท โดยให้ Hamilton รับบทเป็นนักเรียนและเรียนรู้โดยตรงจากเพื่อนนักกีฬา ตอนแรกพาเขาลงสนามกอล์ฟเคียงข้าง Lee ซึ่งคอยแนะนำเทคนิคการสวิง ขณะทั้งคู่แลกเปลี่ยนมุมมองเรื่องการแข่งขัน การรับมือกับแรงกดดัน และสิ่งที่ต้องทำเพื่อพัฒนาตัวเองต่อไป แม้จะก้าวขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้วก็ตาม
ก่อนซีรีส์จะเปิดตัว Hypegolf ได้พูดคุยกับ Lee ถึงสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจที่สุดในการสอน Hamilton เหตุผลที่กอล์ฟยังคงดึงดูดนักกีฬาระดับแนวหน้า และคำแนะนำที่เริ่มเปลี่ยนวงสวิงของแชมป์โลก 7 สมัยได้ทันที
Hypegolf: ก่อนถ่ายทำ Rest Day ด้วยกัน คุณเคยพบ Lewis Hamilton มาก่อนหรือเปล่า?
Min Woo Lee: ไม่เคยครับ ผมเคยไปพบทีมที่ Silverstone เมื่อปีที่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นไม่เคยคุยกับ Lewis จริง ๆ เลย
เขาเป็นคนเท่มากครับ เป็นหนึ่งในนักกีฬาและคนดังที่มีชื่อเสียงที่สุด แต่ก็จริงใจและเป็นธรรมชาติมากด้วย ได้พบคนที่เก่งสุด ๆ ในสิ่งที่ตัวเองทำ แต่ขณะเดียวกันก็ยังติดดิน เป็นเรื่องที่ดีมากครับ ผมคิดว่าดูจากวิดีโอก็น่าจะเห็นได้ว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างสบาย ๆ และเป็นธรรมชาติมาก
ตลอดทั้งตอน คุณช่วย Lewis พัฒนาฝีมือกอล์ฟ คิดว่าพื้นฐานด้านกีฬาของเขาทำให้เป็นนักเรียนที่สอนได้ง่ายกว่าคนส่วนใหญ่ไหม?
ใช่เลยครับ เขาใช้เวลาตลอดเส้นทางอาชีพเรียนรู้จากโค้ชอยู่แล้ว ผมเลยคิดว่านั่นทำให้สอนเขาได้ง่ายมาก
เขารับรู้การเคลื่อนไหวของร่างกายตัวเองได้ดีมาก จึงเข้าใจได้ทันทีว่าคุณกำลังขอให้เขาทำอะไร การได้เห็นเขาเริ่มติดใจกอล์ฟขึ้นมานิด ๆ หลังค้นพบว่าตัวเองมีศักยภาพในการตีได้ดีแค่ไหน เป็นเรื่องน่ายินดีครับ แนะนำเทคนิคให้เขาเพียงไม่กี่อย่าง แล้วได้เห็นผลลัพธ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วก็สนุกดี
มีคำแนะนำข้อไหนที่เขาเข้าใจและทำตามได้ทันทีไหม?
ตอนที่เราตีไดรเวอร์ เขาตัดหน้าไม้เข้าหาลูกจากด้านนอกเล็กน้อย ทำให้ลูกสไลซ์ ผมเลยบอกให้เขานำไม้เข้าหาลูกจากด้านในมากขึ้น และพยายามตีให้ลูกดรอว์มากกว่าเดิม
ใช้เวลาสักพักครับ แต่หลังจากตีไปประมาณ 5–10 ลูก ก็เริ่มเห็นผลอย่างชัดเจน ผมคิดว่าเขาค่อนข้างพอใจกับผลที่ได้ ถ้าฝึกแบบนั้นต่อไป อีกไม่นานเขาก็จะเป็นนักกอล์ฟที่ดีได้แน่นอน
“ผมคิดว่า [Lewis] เริ่มติดใจกอล์ฟขึ้นมานิด ๆ หลังจากเห็นว่าตัวเองมีศักยภาพในการตีได้ดีแค่ไหน”
ในตอนนั้น Lewis พูดถึงการเสียลูกกอล์ฟไป 22 ลูกในรอบเดียว เรื่องนี้ทำให้คุณนึกขึ้นมาไหมว่ากอล์ฟเป็นเกมที่ยากแค่ไหนสำหรับคนที่กำลังเรียนรู้กีฬานี้?
ก็ขึ้นอยู่กับสนามด้วยครับ สนามนั้นต้องมีทั้งต้นไม้เยอะ ๆ พื้นที่นอกเขตเล่น และแหล่งน้ำแน่ ๆ
กอล์ฟเป็นเกมที่ยากมากครับ ผมคิดว่าเป็นกีฬาที่เราไม่ควรคาดหวังกับตัวเองมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อมันไม่ใช่กีฬาหลักของเขา แค่ออกไปเล่นให้สนุก หัวเราะเฮฮากับเพื่อน ๆ แล้วค่อย ๆ พัฒนาขึ้นก็พอ ผมรู้ว่าเขาเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นในการแข่งขันสูง หวังว่าเขาจะได้เก็บเกี่ยวเคล็ดลับและคำแนะนำดี ๆ จากวันที่เราเล่นด้วยกัน เพื่อนำไปใช้ในรอบถัดไป
ทำไมคุณถึงคิดว่านักกีฬาระดับแนวหน้าจำนวนมากจึงหันมาสนใจกอล์ฟ?
ผมคิดว่ากอล์ฟไม่ค่อยสร้างภาระให้ร่างกายมากนัก ได้ออกไปอยู่กลางแจ้ง และจะเล่นให้สงบผ่อนคลายหรือกดดันแค่ไหนก็ได้ จะนั่งรถกอล์ฟหรือเดินก็เลือกได้
ผมยังคิดว่ากอล์ฟเป็นหนึ่งในกีฬาจำนวนน้อยที่เล่นกับใครก็ได้จริง ๆ ไม่สำคัญว่าคุณจะเก่งแค่ไหน เพราะมีระบบแฮนดิแคปคอยช่วยอยู่เสมอ ผมอาจให้แต้มต่อ Lewis สักสองสามช็อตต่อหลุม แล้วเกมก็สูสีกันขึ้นมาทันที
ต่างจากกีฬาอย่างเทนนิสที่บางครั้งคนหนึ่งต้องผ่อนเกมให้คู่แข่ง ในกอล์ฟทุกคนยังสามารถเล่นได้เต็มความสามารถ นั่นจึงทำให้กอล์ฟเป็นกีฬาที่ยอดเยี่ยม และเป็นเรื่องดีที่ได้เห็นนักกีฬาและคนดังมากมายหันมาสนใจกีฬานี้
การสอนคนอื่นเคยทำให้คุณมองเกมของตัวเองต่างออกไปบ้างไหม?
ไม่ค่อยนะครับ เราต่างก็มีเรื่องของตัวเองที่ต้องพัฒนา แต่เราก็เคยผ่านสิ่งต่าง ๆ ที่ใช้สอนนักกอล์ฟสมัครเล่นมาเกือบหมดแล้ว จึงอธิบายความรู้สึกของการเคลื่อนไหวเหล่านั้นได้ไม่ยาก
บางครั้งมันก็เตือนว่าเราเองเคยทำสิ่งเหล่านั้น หรือบางทีอาจยังทำอยู่ และเราก็สามารถพัฒนาตัวเองในจุดนั้นได้เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกครั้ง แต่ก็มีบ้างครับ
การเป็นนักกอล์ฟที่เก่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นครูที่ดีเสมอไป คุณมีวิธีอธิบายกอล์ฟให้คนอื่นเข้าใจอย่างไร?
ผมรู้สึกว่าตัวเองคุยกับคนส่วนใหญ่ได้และถ่ายทอดสิ่งที่ต้องการสื่อให้เข้าใจได้ครับ ผมคิดว่าสำคัญที่การสื่อสารความรู้สึก มากกว่าการอธิบายด้วยคำพูดเพียงอย่างเดียว
ผมเคยผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาด้วยตัวเอง จึงรู้ว่าหลายครั้งเราต้องสร้างความรู้สึกให้เกินจริง แทนที่จะทำตรงกับสิ่งที่ร่างกายกำลังทำอยู่จริง ๆ ซึ่งช่วยได้มากครับ
หนึ่งในประเด็นสำคัญของตอนนี้คือการเรียนรู้ที่จะก้าวผ่านความผิดพลาด คุณพัฒนากรอบความคิดแบบนั้นมาตลอดเส้นทางอาชีพได้อย่างไร?
มันเป็นวงจรที่ดำเนินต่อเนื่องครับ กอล์ฟเป็นการต่อสู้ทางอารมณ์อย่างมาก เราจึงพยายามพัฒนาตัวเองอยู่เสมอให้ยอมรับช็อตที่ไม่ดีหรือวงสวิงที่เราไม่ชอบได้ดีขึ้น
ตลอดเส้นทางอาชีพ มีหลายช่วงเวลาที่ช่วยให้ผมก้าวมาถึงระดับนี้ แต่ผมก็ยังเรียนรู้อยู่เสมอในการแข่งขันรายการใหญ่ ๆ ทุกทัวร์นาเมนต์สำคัญหมด แต่เมเจอร์ย่อมมีความหมายกับเรามากกว่าอย่างเห็นได้ชัด นี่จึงเป็นสิ่งที่ผมยังพยายามพัฒนาต่อไป เป็นเรื่องที่ยากทีเดียวครับ
ถ้าต้องทำรายงานประเมินฟอร์มของ Lewis ในตอนจบวัน คุณคิดว่าจุดแข็งของเขาอยู่ตรงไหน และยังต้องพัฒนาเรื่องอะไรอีก?
พูดตามตรงก็คือ ต้องเล่นกอล์ฟให้มากขึ้นครับ
เขายังเล่นไม่มากนัก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับนักขับฟอร์มูลาวันคนอื่น ๆ ที่ดูเหมือนจะเล่นกันแทบทุกสัปดาห์ ถ้าเขาหาเวลาออกไปลงสนามได้ทุกครั้งที่มีเวลาว่าง—ผมรู้ว่าเขาเป็นคนงานยุ่ง—นั่นจะสร้างความแตกต่างได้มากที่สุด
เขามีจุดแข็งแน่นอน แต่ก็มีจุดอ่อนเช่นกัน เขารู้ว่าต้องทำอะไรเพื่อพัฒนา และจริง ๆ แล้วเขาไม่ได้ห่างจากจุดนั้นมากนัก
ท้ายตอนคุณพูดติดตลกเรื่องการรีแมตช์กันบนสนามแข่ง ถ้าสลับกีฬากัน อะไรจะน่าหวั่นเกรงกว่ากัน ระหว่างการขับรถฟอร์มูลาวันกับการเล่นกอล์ฟในทัวร์นาเมนต์ภายใต้แรงกดดัน?
ต้องเป็นการขับรถแน่นอนครับ น่ากลัวมาก พวกเขาขับกันด้วยความเร็วเหลือเชื่อ และผมไม่คิดว่าตัวเองจะอยู่ในรถแบบนั้นได้นานเกินไม่กี่วินาที
เวลาเราอยู่ในสถานการณ์ลุ้นแชมป์กอล์ฟ เราก็รู้สึกประหม่า แต่ขณะเดียวกันก็มั่นใจ เพราะเราพิสูจน์ตัวเองจนคู่ควรกับการมาอยู่ตรงนั้นแล้ว การขับรถคันนั้นน่ากลัวกว่ามากแน่นอนครับ กอล์ฟเองก็มีอาการบาดเจ็บจากการใช้งานร่างกายมากเกินไปและเรื่องทำนองนั้น แต่การขับรถฟอร์มูลาวันมีอันตรายมากกว่าหลายเท่า



