สำหรับ PUMA Suede ดีไซน์ใหม่ A$AP Rocky เลือกกลับไปเฉลิมฉลองถึงถนนในบ้านเกิดของเขา โดยเฉพาะ Pell Street ในคืนก่อนเปิดตัวทั่วโลก Flacko จัดงานที่ Lucky Dragon ย่านไชน่าทาวน์ เปิดร้านติ่มซำแห่งนี้เป็นป๊อปอัปให้สาธารณชนเข้าชมในช่วงบ่าย ก่อนเชิญสื่อมวลชนมาร่วมงานในช่วงค่ำ
ร้านอาหารบรรยากาศเป็นกันเองถูกเนรมิตเป็นจักรวาลสีแดงในแบบฉบับ Rocky รองเท้าถูกจัดวางในกล่องติ่มซำ ขณะที่คุกกี้เสี่ยงทาย A$AP Rocky x PUMA กระจายอยู่ทั่วโต๊ะ และแขกยังได้รับชวนให้แวะไปที่มุมชาร์ม ซึ่งพรางตัวเป็นบาร์ก๋วยเตี๋ยว พร้อมรับชาร์มกลับบ้านในกล่องเทกอะเวย์
ตลอดเวลากว่าสามปีในตำแหน่ง Creative Director ของ PUMA Rocky ได้สร้างสรรค์ทรงรองเท้าใหม่ ๆ มากมาย พร้อมนำดีไซน์จากคลังอาร์ไคฟ์กลับมาตีความใหม่ และสำหรับโปรเจกต์รองเท้าล่าสุด เขาก็หวนกลับไปค้นหาแรงบันดาลใจจากอาร์ไคฟ์อีกครั้ง ด้วยการนำ PUMA Suede รุ่นระดับตำนานจากปี 1994 มาปรับโฉมใหม่
สนีกเกอร์คลาสสิกในเวอร์ชันของ Rocky โดดเด่นด้วยโลโก้ PUMA สไตล์เรโทรเต็มรูปแบบบนแผงด้านข้าง ซึ่งไม่เคยปรากฏใน Suede รุ่นใดมาก่อน ลิ้นรองเท้าบุนวมขอบดิบ ป้ายทอเรโทร และพื้นรองเท้าทรงเพรียวขึ้น ช่วยกำหนดซิลูเอตของคู่นี้ ก่อนเติมรายละเอียดด้วยตัวร้อยเชือก PUMA สีทองด้านบน
แน่นอนว่าในโอกาสนี้ Rocky ยังอวดชาร์มบนรองเท้าของเขาด้วย เขาบอกว่าพวกเราก็ควรติดชาร์มบนรองเท้า เพื่อสะท้อนสไตล์และอัตลักษณ์เฉพาะตัวของแต่ละคน เพราะนี่คือสิ่งที่นิวยอร์กซิตียุคกลางทศวรรษ 90 เป็นอย่างแท้จริง: การมาบรรจบกันของแฟชั่น ดนตรี และวัฒนธรรมสเกต จนก่อเกิดพื้นที่หลอมรวมแห่งการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์รูปแบบใหม่
บนชั้นสองของ Lucky Dragon Rocky พูดถึงปีที่ให้กำเนิด PUMA Suede หนึ่งในซิลูเอตที่เป็นไอคอนที่สุด รวมถึงผลงานอย่าง Three 6 Mafia’s Underground Vol. 1: 1991–1994 และ Kids
Hypebeast: Suede คู่นี้มาจากปี 1994 งั้นเราย้อนกลับไปที่ปี 1994 กัน คุณอายุหกขวบในตอนนั้น…
A$AP Rocky: [หัวเราะ] เดี๋ยวก่อน! อย่ามาเปิดเผยอายุผมแบบนั้นสิ! ไม่หรอก ผมแค่ล้อเล่น
คุณจำอะไรเกี่ยวกับนิวยอร์กในช่วงเวลานั้นได้บ้าง แล้วเมื่อนึกถึงยุคนั้น คุณนึกถึงอะไรเป็นพิเศษ?
สิ่งที่ผมนึกถึงเมื่อพูดถึงปี 1994 คือหนังเรื่อง Kids ถึงจะเข้าฉายในปี 1995 แต่จริง ๆ ถ่ายทำกันในปี 1994 นั่นคือช่วงที่แบรนด์อย่าง Zoo York และ Supreme เริ่มแจ้งเกิด ใช่ไหมล่ะ แล้วนิวยอร์กในเวลานั้นก็โดดเด่นด้วยความหลากหลายอันงดงามที่ทุกคนเปิดรับกัน คุณจะเห็นคนเอเชียอยู่กับเด็กผิวดำ เด็กผิวขาว เด็กละติน และเด็กอินเดีย
ไม่ว่าจะที่ Washington Square Park หรือสถานที่ทำนองนั้น เด็ก ๆ เหล่านั้นก็อยู่รวมกันหมด ผมว่านั่นคือภาพที่สะท้อนนิวยอร์กซิตีในฐานะเมืองหลอมรวมได้อย่างแท้จริง—ผู้คนต่างเชื้อชาติและวัฒนธรรมมาอยู่ร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว ความรู้สึกหวนหาอดีตแบบนั้นทำให้ผมนึกถึงรองเท้าคู่นี้ Suede รุ่นนี้ออกมาในปี ’94 และผมอยากดึงความคิดถึงในรูปแบบใหม่แบบนั้นมาใช้
แน่นอนว่า ’94 ยังเป็นปีสำคัญอย่างยิ่งของฮิปฮอป ทั้ง Illmatic, Ready to Die…
โอ้โห คุณถามถึงเรื่องนี้เลยเหรอ!
เล่าให้ฟังหน่อยถึงเรเฟอเรนซ์ทางดนตรีจากยุคนั้น หรือสิ่งใดก็ตามที่ส่งอิทธิพลต่อวิสัยทัศน์ของคุณอย่างมาก
ผมว่าปี ’94 เป็นปีสำคัญมากของขบวนการ Native Tongues—แน่นอนว่ามีทั้ง De La Soul และ A Tribe Called Quest แต่ไม่ใช่แค่นั้น Wu-Tang Clan ก็มาแรงสุด ๆ ในตอนนั้น คุณก็รู้ว่าผมรัก Wu-Tang Clan มากแค่ไหน เพราะพวกเขาเชื่อมช่องว่างระหว่างสิ่งที่ผู้คนมองว่าเป็นวัฒนธรรมเอเชียหรือวัฒนธรรมตะวันออก กับวัฒนธรรมเมืองของคนผิวดำ ผมว่าการที่พวกเขาหยิบแรงบันดาลใจจากหนังคาราเต้และหนังกังฟู แล้วนำมาใช้เป็นแซมเปิลในเพลงนั้นงดงามและกลมกลืนอย่างไร้รอยต่อ
แต่ก็ไม่ใช่แค่พวกเขา Bone Thugs-n-Harmony และ Three 6 Mafia ต่างทำเพลงสุดจัดในช่วงนั้น Three 6 Mafia มีเทปใต้ดินชื่อ Underground Vol. 1: 1991–1994 ลองไปฟังดูสิ มันสุดมาก ’94 เป็นปีที่น่าทึ่งเหลือเชื่อสำหรับฮิปฮอป นั่นจึงทำให้การหยิบยุคนั้นมาพูดถึงผ่าน Suede สำหรับสเกตรุ่นนี้ดูเหมาะเจาะ เพราะในปี ’94 ทุกคนเล่นสเกตด้วยรองเท้าแบบนี้



