สรุป
England การันตีอันดับสามในศึก 2026 FIFA World Cup หลังเฉือน France 6-4 ในเกมรุกสุดเร้าใจ
Bukayo Saka รับบทหัวหอกคนสำคัญของทัพ Three Lions ยิงแฮตทริกสุดเด็ด ช่วยทีมต้านกระแสการไล่จี้อย่างดุเดือดของ France ในครึ่งหลัง
Kylian Mbappé ซัดสองประตูให้ Les Bleus พร้อมจารึกชื่อตัวเองขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก
แมตช์ชิงเหรียญทองแดงฟุตบอลโลก 2026 ระหว่างอังกฤษกับฝรั่งเศสที่ทั่วโลกรอคอย กลายเป็นเกมรุกสุดระห่ำอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ก่อนทัพ “สิงโตคำราม” จะคว้าชัยไปอย่างดุเดือด 6-4
อังกฤษครองเกมอย่างเบ็ดเสร็จตั้งแต่ต้น อาศัยช่องโหว่ในแนวรับฝรั่งเศสทำสกอร์นำห่าง 4-0 ตั้งแต่จบครึ่งแรก ช่วงออกตัวอันร้อนแรงโดดเด่นด้วยการจบสกอร์อันเฉียบคมและเกมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกที่รวดเร็ว โดยมี บูกาโย ซากา ปีกตัวเก่งที่เหมาคนเดียวสองประตูในครึ่งแรกเป็นหัวใจสำคัญ จังหวะเกมอันเข้มข้นทำให้แนวรับฝรั่งเศสแทบหาทางจัดระเบียบเกมรับไม่ได้ตลอด 45 นาทีแรก
ครึ่งหลังเกมพลิกไปสู่อีกจังหวะ เมื่อฝรั่งเศสเปิดเกมฮึดสู้ด้วยแท็กติกและแรงขับจากศักดิ์ศรี คีเลียน เอ็มบัปเป กำลังหลักของเลส์ เบลอส์ จุดประกายการไล่ตีตื้นด้วยการยิงสองประตู สองประตูประวัติศาสตร์นี้ทำให้ยอดรวมประตูในฟุตบอลโลกตลอดอาชีพของเอ็มบัปเปเพิ่มเป็น 22 ประตู ทำลายสถิติผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ แม้ฝรั่งเศสจะโหมบุกอย่างหนัก แต่อังกฤษยังตั้งหลักและรักษารูปเกมได้ในช่วงท้าย ซากาทำแฮตทริกอันยอดเยี่ยมของตัวเองสำเร็จจากจุดโทษ ขณะที่จูด เบลลิงแฮม ยิงประตูตอกย้ำชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ปิดผนึกเหรียญทองแดงให้ทีมชาติอังกฤษ



