สรุป
- Akis Evangelidis ผู้ร่วมก่อตั้ง Nothing ยืนยันการยกเลิกสมาร์ตโฟน CMF รุ่นถัดไป เนื่องจากต้นทุนชิ้นส่วนหน่วยความจำพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง
- ราคาหน่วยความจำ RAM ทั่วโลกทะยานขึ้นอย่างรุนแรง จนต้นทุนเมมโมรีแซงทั้งชิปประมวลผลและหน้าจอ กลายเป็นชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ที่แพงที่สุดในอุปกรณ์ยุคใหม่
- แบรนด์จึงเตรียมเบนโฟกัสกลับไปที่ไลน์หลักอย่าง Phone 3 รุ่นใหม่ และกลุ่มสินค้าออดิโอ ซึ่งจะได้แรงหนุนจากแอมบาสเดอร์ระดับโกลบอลคนล่าสุดอย่าง Charli xcx
Nothing ประกาศหยุดการพัฒนาสมาร์ตโฟน CMF รุ่นประหยัดตัวถัดไปอย่างเป็นทางการ โดยให้เหตุผลว่าภาวะขาดแคลนหน่วยความจำทั่วโลกในระดับรุนแรง ทำให้ไม่สามารถรักษาจุดขายด้านความคุ้มค่าราคาได้อีกต่อไป โดยผู้ร่วมก่อตั้ง Akis Evangelidisออกมายืนยันการยกเลิกผ่านโซเชียลมีเดีย พร้อมอธิบายว่าราคาหน่วยความจำ RAM ในปัจจุบัน ทำให้ทีมไม่สามารถสร้างสมาร์ตโฟนที่รู้สึกได้ถึงการก้าวกระโดดด้านเทคโนโลยีได้อีกแล้ว แค่ผลิตเครื่องที่สเปกเท่ารุ่นเดิมอย่าง CMF Phone 2 Pro ก็ต้องใช้ต้นทุนสูงขึ้นอีกราว 50% ในตลาดที่ราคาถูกดันให้สูงลิ่วแบบตอนนี้
การตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสตื่นตัวในอุตสาหกรรม จากปรากฏการณ์ที่ถูกตั้งฉายาว่า “RAMageddon” การทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์มหาศาลทั่วโลก เข้าไปกวาดซื้อซัพพลายหน่วยความจำอย่างหนัก ทำให้ตลาดตึงตัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน ซีอีโอ Carl Peiเพิ่งออกมาชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงของวิกฤต โดยระบุว่าตอนนี้หน่วยความจำคือชิ้นส่วนที่แพงที่สุดในสมาร์ตโฟน ต้นทุนที่ทะยานขึ้นทำให้เมมโมรีมีราคาเหนือทั้งชิปและหน้าจอ และในบางรุ่นคิดเป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนฮาร์ดแวร์ทั้งหมด ภาระทางการเงินไม่ได้กระทบแค่ผู้ผลิตรายเล็ก แต่บรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีก็เริ่มรู้สึกถึงแรงกดดันในทุกไลน์ผลิตภัณฑ์ สะท้อนความท้าทายด้านต้นทุนฮาร์ดแวร์ที่รุนแรงขึ้นตามที่ระบุไว้ในรายงานล่าสุดของ Apple ที่เพิ่งเผยแพร่ออกมา
ในขณะที่ตลาดสมาร์ตโฟนกลุ่มราคาจับต้องได้กำลังสั่นสะเทือน Nothing กลับเดินหน้าขยายไลน์สินค้าพรีเมียมอย่างจริงจัง แบรนด์เทคจากลอนดอนเพิ่งแต่งตั้งป๊อปไอคอน Charli xcx ให้รับบททั้งแอมบาสเดอร์ระดับโลกและผู้ถือหุ้น ซึ่งจะเป็นกำลังหลักด้านการตลาดให้โปรดักต์ใหม่ๆ อย่าง Headphone a และ Phone 4a Pro แคมเปญเหล่านี้คือสัญญาณชัดเจนของการหันเหไปสู่กลุ่มไลฟ์สไตล์อิเล็กทรอนิกส์มาร์จิ้นสูง ที่รองรับต้นทุนชิ้นส่วนที่ผันผวนได้ดีกว่าเดิม
กระแสความคาดหวังก็ยิ่งทวีขึ้นต่อการเปิดตัวฮาร์ดแวร์เรือธงรุ่นต่อไปภายใต้แบรนด์ Nothing หลัก ผู้บริหารออกมาปล่อยทีเซอร์ Phone 3 ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟนแฟลกชิปรุ่นแรกอย่างแท้จริงของค่าย ตัวเครื่องระดับพรีเมียมมาพร้อมระบบกล้องจัดเต็ม ติดตั้งเซนเซอร์ 50 MP ถึงสี่ตัว โดยการโฟกัสที่สเปกไฮเอนด์ควบคู่กับการคอลลาบฯ ที่เชื่อมต่อกับวัฒนธรรมร่วมสมัยอย่างมีจุดยืน แบรนด์เทคโนโลยีรายนี้หวังจะฝ่าฟันวิกฤตราคาเมมโมรีไปได้โดยไม่ต้องลดทอนพลังความครีเอทีฟของตัวเอง