สรุป
- Insomniac Games ปล่อยเกมเพลย์ใหม่ของMarvel’s Wolverineในงาน State of Play พร้อมยืนยันวันวางจำหน่ายวันที่ 15 กันยายนนี้
- ระบบต่อสู้โฟกัสที่เกจ Rage ซึ่งเพิ่มขึ้นจากการโจมตี การปัดป้อง และการสังหารศัตรู เพื่อปลดล็อกท่าโจมตีที่รุนแรงขึ้น ความสามารถฟื้นฟู Healing Factor และโหมด Rage Tier 3: การระเบิดความดิบเถื่อนในโทนขาว‑ดำ ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์ Black, White and Blood ของ Marvel Comics
- Jean Grey ถูกยืนยันให้เป็นตัวละครหลักที่เข้าร่วมต่อสู้เคียงข้าง Logan ช่วยเปิดจังหวะ Critical Strikes และท่าโจมตีปิดฉากแบบประสานกัน เพื่อถล่มกองกำลังทหารรับจ้างไซเบอร์เนติก Reaver ของ Bolivar Trask
Insomniac Games ปล่อยเกมเพลย์ใหม่ของMarvel’s Wolverineในงาน State of Play ของ PlayStation พร้อมยืนยันวันวางจำหน่ายบน PS5 วันที่ 15 กันยายน ตัวเกมคือแอ็กชันเล่นเดี่ยวโทนโหด ดิบ และรุนแรง เล่าเรื่องราวออริจินัลที่มี James “Logan” Howlett เป็นตัวเอก โดยดีไซน์ระบบต่อสู้ให้หมุนรอบเกจ Rage ที่ให้รางวัลกับสไตล์การเล่นดุดัน และลงโทษการเล่นแบบเชิงรับ
หัวใจของระบบต่อสู้คือเกจ Rage ที่จะเพิ่มขึ้นจากทุกจังหวะโจมตี การปัดป้อง และการสังหารศัตรู เมื่อเกจ Rage สะสมมากขึ้น จะปลดล็อกสองตัวเลือกสำคัญคือ ท่าโจมตีที่ทรงพลังขึ้น และ Healing Factor ความสามารถฟื้นฟูร่างกายอันเป็นเอกลักษณ์ของ Logan ที่ช่วยให้รับดาเมจหนัก ๆ แล้วลุกขึ้นสู้ต่อได้ หากดันเกจถึงขีดสุด Logan จะเข้าสู่ Rage Tier 3 โหมดภาพขาว‑ดำสุดสไตลิชที่ได้แรงบันดาลใจจากซีรีส์รวมเรื่องสั้น Black, White and Blood ของ Marvel Comics ซึ่งปลดปล่อยความดิบเถื่อนแบบเต็มสเกล การสลับโทนภาพเป็นดีไซน์ที่ตั้งใจเพื่อสื่อถึงการเปลี่ยนโหมด ไม่ใช่แค่การบูสต์พลังธรรมดา และยังยึดโยงระบบนี้เข้ากับภาษาคอมิกที่แฟน ๆWolverineจะเห็นแล้วรู้ได้ทันที
ภายใต้โครงระบบนี้ Logan ยังมีท่าโจมตีพิเศษที่เรียกว่า Techniques สองท่าที่ถูกยืนยันในตัวอย่างเกมเพลย์คือ Tornado Spin และ Bull Rush ซึ่งถูกนำมาใช้ควบคู่กับท่าฟันกรงเล็บมาตรฐานที่รวดเร็ว ลื่นไหล และความสามารถในการลอบติดตามแล้วซุ่มโจมตีจากด้านบน ทำให้ Logan มี “ภาษาการต่อสู้” ที่ครอบคลุมตั้งแต่สเตลธ์ไปจนถึงศึกประชิดสุดระเบิด เมื่อพลังชีวิตของ Logan ลดลงจนวิกฤต ระบบ Last Stand จะทำงาน กระตุ้น Healing Factor ให้ทำหน้าที่เป็นกลไกเอาตัวรอด ช่วยให้ผู้เล่นยังสู้ต่อได้ แทนที่จะถูกตัดกลับไปที่หน้าจอโหลดใหม่
Jean Grey เข้ามาเติมมิติที่สองให้กับระบบต่อสู้ มนุษย์กลายพันธุ์พลังจิตคนนี้ร่วมรบเคียงข้าง Logan ในฐานะตัวละครหลัก และพลังของเธอจะสร้างจังหวะ Critical Strike หรือท่าปิดฉากสุดโหดที่ Wolverine สามารถปล่อยเดี่ยวเอง หรือประสานกับ Jean ในช่วงจังหวะการต่อสู้สุดเดือด ระบบการโจมตีปิดฉากแบบประสานดูเหมือนจะทำงานจากเงื่อนไขการต่อสู้เฉพาะ แทนที่จะเป็นโหมด co-op เต็มรูปแบบ ส่งให้ Jean ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทีมแบบ AI ที่ช่วยขยายตัวเลือกเชิงกลยุทธ์ของ Logan แบบเรียลไทม์
ฝั่งศัตรูเองก็ยกระดับเดิมพันของการต่อสู้ให้ชัดเจนขึ้น กลุ่ม Reavers คือกองกำลังติดอาวุธรับจ้างแบบไซเบอร์เนติก ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาวุธร้ายแรง และอุปกรณ์ไซเบอร์ฝังในร่างกาย ทำงานให้ Bolivar Trask มหาเศรษฐีนักอุตสาหกรรมที่หมกมุ่นกับแนวคิดมนุษย์เหนือกว่าทุกเผ่าพันธุ์ เทคโนโลยีของพวกเขาถูกออกแบบมาเพื่อรับมือและต้านทานความสามารถทางกายภาพของ Logan โดยตรง ทำให้ระบบ Rage และ Healing Factor มีน้ำหนักและความเสี่ยงที่จับต้องได้ ฉากขี่มอเตอร์ไซค์บนไฮเวย์ในเกมเพลย์ก็ยกระดับการต่อสู้ไปสู่งานสตันต์บนยานพาหนะ Logan ไล่ทะลวงขบวนรถของ Reavers ทั้งฟันยางรถ ทำลายรถบรรทุก และต่อสู้กับ Brutes ร่างยักษ์บนยานพาหนะที่กำลังวิ่งฝ่าถนน
บริบทเรื่องราวยืนยันชัดว่าเกมนี้เล่าเนื้อหาออริจินัล ไม่ใช่การดัดแปลงจากคอมิก Logan กลับเข้าร่วม Team X หน่วยปฏิบัติการมนุษย์กลายพันธุ์แนวหน้าอีกครั้งหลังหายไปสามปี เพราะถูกดึงตัวกลับมาหลังจาก Reavers จับตัวกลุ่มมนุษย์กลายพันธุ์ที่ถูกล่าไว้เพื่อส่งมอบให้ Trask โดยมี Jean Grey เป็นผู้นำกลุ่มนักโทษและกลายมาเป็นพาร์ตเนอร์จำเป็นของ Logan โลกในเกมคือโลกที่มนุษย์กลายพันธุ์ต้องซ่อนตัว อยู่ใต้เงา ถูกไล่ล่า และไม่เป็นที่รู้จักของสังคมกระแสหลัก ทำให้โทนของเกมมีเดิมพันที่กระชับ ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องรู้จักไทม์ไลน์หรือจักรวาล Marvel แบบกว้าง ๆ ก็เล่นตามเรื่องได้ ส่วน Sabretooth เองก็ถูกหยอดมาให้ลุ้นในช่วงท้ายของตัวอย่าง
เลื่อนขึ้นไปชมตัวอย่างเกมเพลย์ฉบับจัดเต็มด้านบนได้เลย Marvel’s Wolverineมีกำหนดวางจำหน่ายบน PS5 วันที่ 15 กันยายนนี้



