สรุป
- ฮาร์ดแวร์คอลแลบระหว่าง NTS Radio และแบรนด์ออดิโอจากสวีเดน Atonemo ที่ออกแบบมาเพื่อการสตรีมอินเทอร์เน็ตเรดิโอแบบไฮไฟโดยเฉพาะ
- มาพร้อมชุดปุ่มควบคุมแบบฟิสิคัลสำหรับสถานีถ่ายทอดสด และปุ่มหมุนแบบ 16 คลิก สำหรับเลื่อนเลือกอินฟินิตมิกซ์เทปที่ผ่านการคัดสรรมาแล้ว
- ทำหน้าที่เป็น Wi‑Fi streamer อเนกประสงค์ รองรับเสียงความละเอียด 24-bit/192kHz ผ่าน AirPlay 2, Google Cast และ Spotify Connect
อุปกรณ์NTS Radio Player ราคา 179 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นอุปกรณ์ออดิโอเฉพาะทางที่แพลตฟอร์มกระจายเสียงระดับโกลบอลพัฒนาขึ้นร่วมกับ บริษัทออดิโอจากสวีเดน Atonemo โดย NTS Radio ส่งสตรีมเมอร์ตัวจิ๋วนี้ออกมาเพื่อพาโลกแห่งการค้นพบดนตรีที่ผ่านการคัดเลือกโดยคิวเรเตอร์ตัวจริงไปเชื่อมต่อเข้ากับแอมป์วินเทจและลำโพงแอ็กทีฟยุคใหม่ได้โดยตรง ตัวเครื่องหลีกเลี่ยงฟีดเพลงที่ขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึมของบรรดายักษ์ใหญ่เทคโนโลยีอย่างสิ้นเชิง แค่เสียบรีซีฟเวอร์หนักเพียง 0.2 กิโลกรัมเข้ากับชุดเครื่องเสียงมาตรฐานใดก็ได้ ผู้ฟังก็พร้อมเชื่อมต่อเข้าสู่เครือข่ายระดับโลกของดีเจอันเดอร์กราวด์และศิลปินอิสระทันที
ปุ่มควบคุมแบบฟิสิคัลคือหัวใจของประสบการณ์ใช้งาน NTS Radio Player ตัวเครื่องอะลูมิเนียมขนาดเพียง 105 มม. x 70 มม. มาพร้อมปุ่มโวลุ่มตรงกลาง เคียงคู่ปุ่มเฉพาะ 2 ปุ่มสำหรับช่องถ่ายทอดสดหลัก NTS 1 และ NTS 2 และปุ่มหมุน 16 คลิกแบบคัสตอมที่ให้ผู้ใช้ “คลิก” เลื่อนเลือกอินฟินิตมิกซ์เทปที่หมุนเวียนมาให้ฟังได้ด้วยตัวเอง ฮาร์ดแวร์เชื่อมต่อกับระบบเสียงผ่านเอาต์พุตแอนะล็อก 3.5 มม. และรับพลังงานจากพอร์ต USB‑C มาตรฐาน
อินเทอร์เฟซแบบฟิสิคัลนี้สะท้อนปรัชญาที่ Noah Constantinou ผู้ร่วมก่อตั้ง Atonemo เรียกว่า omakase listening แนวคิดที่ชวนให้ผู้ฟังยอมปล่อยอำนาจการเลือกเพลงให้เหล่าคิวเรเตอร์ที่ไว้ใจได้ แทนการไถหาคอนเทนต์ในไลบรารีที่ไม่มีวันจบ ผู้ฟังจะได้รับสตรีมที่ถูกจัดอย่างเชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นแจ๊ซลึก ๆ จากโตเกียว หรืออิเล็กทรอนิกส์ทดลองจาก South London โดยมี NTS Radio Player ทำหน้าที่เป็นจุดยึดจับต้องได้ให้กับการออกอากาศดิจิทัลที่ล่องลอยเหล่านี้
นอกเหนือจากการผสานเข้ากับเรดิโอเฉพาะทาง ตัวเครื่องยังทำหน้าที่เป็นเน็ตเวิร์กรับสัญญาณเสียงประสิทธิภาพสูงที่พัฒนาต่อยอดจาก Streamplayer. ภายในติดตั้งดิจิทัล‑ทู‑แอนะล็อกคอนเวอร์เตอร์ที่สามารถเล่นไฟล์เสียงแบบ lossless ระดับ 24-bit / 192kHz ขณะที่การเชื่อมต่อผ่าน Wi‑Fi 6 แบบดูอัลแบนด์ช่วยการันตีการสตรีมเสียงความละเอียดสูงที่เสถียร ปราศจากอาการสูญเสียรายละเอียดจากการบีบอัดแบบที่มักพบในการเชื่อมต่อ Bluetooth ทั่วไป
ในช่วงที่อยากพักจากเพลย์ลิสต์แบบคิวเรต ผู้ใช้ก็ยังคุมคลังเพลงส่วนตัวได้เต็มที่ ฮาร์ดแวร์รองรับโปรโตคอลแคสต์หลักครบทั้ง AirPlay 2, Google Cast, Spotify Connect, Tidal Connect และ Qobuz Connect ทำให้ชุดสเตริโอแอนะล็อกเดิม ๆ แปลงโฉมเป็นระบบสมาร์ตสปีคเกอร์สุดทันสมัยได้ทันที ขณะนี้เปิดให้พรีออร์เดอร์แล้ว โดยมีกำหนดเริ่มจัดส่งช่วงปลายเดือนสิงหาคม



