สรุปประเด็นสำคัญ
- Nike ประกาศปลดพนักงานทั่วโลกประมาณ 1,400 คน โดยส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในฝ่ายเทคโนโลยีและฝ่ายปฏิบัติการระดับโกลบอล
- ตัวเลขนี้คิดเป็นเกือบ 2% ของพนักงานทั้งหมดของแบรนด์ และเป็นหมุดหมายสำคัญของกลยุทธ์ “Win Now” ที่ CEO Elliott Hill กำลังเดินหน้าผลักดันอยู่ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อทำให้การดำเนินงานกระชับคล่องตัวขึ้น และพลิกฟื้นยอดขายที่กำลังชะลอตัว
- หนึ่งในผู้ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการปรับโครงสร้างครั้งนี้คือทีมแอป SNKRS โดย Nike ยืนยันแล้วว่าจะควบรวมทีมวิศวกรรมของ SNKRS เข้ากับทีมหลักของ Nike App ให้กลายเป็นหน่วยเดียวกันอย่างสมบูรณ์
ภูมิทัศน์ดิจิทัลของแบรนด์ Swoosh กำลังถูกปรับโฉมครั้งใหญ่—และเจ็บลึกไม่น้อย ในการปลดพนักงานรอบใหญ่ครั้งที่สองสำหรับปี 2026 Nike ประกาศเลิกจ้างพนักงานทั่วโลกราว 1,400 คน แม้ยักษ์ใหญ่รองเท้ารายนี้จะปรับลดคนงานมาแล้วหลายระลอก แต่คลื่นครั้งล่าสุดมีความพิเศษตรงที่พุ่งเป้าอย่างหนักไปที่ฝ่ายเทคโนโลยีและฝ่ายปฏิบัติการระดับโกลบอล สำหรับเหล่า sneakerhead สิ่งที่ช็อกที่สุดคือรายงานการ “รื้อ” ทีมเบื้องหลังแอป SNKRS อันอื้อฉาว แสดงให้เห็นถึงการหักเลี้ยวเชิงกลยุทธ์ครั้งใหญ่ในวิธีที่ Nike วางแผนจะจัดการดรอปดิจิทัลสุดหวงต่อจากนี้
คลื่นการปลดพนักงานครั้งมโหฬารนี้คิดเป็นไม่ถึง 2% ของพนักงาน Nike ทั่วโลก และเป็นหนึ่งในเสาหลักของกลยุทธ์พลิกฟื้นธุรกิจ “Win Now” ของแบรนด์ ภายใต้การขับเคลื่อนของ CEO Elliott Hill และ Chief Operating Officer Venkatesh Alagirisamy แผนดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อทำให้กระบวนการทำงานเรียบง่ายขึ้น บูรณาการซัพพลายเชน และลดความซับซ้อนของโครงสร้างองค์กร ในบันทึกภายใน Alagirisamy ระบุว่าแบรนด์ตั้งเป้าจะรวบศูนย์งานด้านเทคโนโลยีไว้ที่ฮับหลักสองแห่ง—ใน Oregon และ India—พร้อมทั้งใช้ “ระบบอัตโนมัติที่ล้ำหน้ามากขึ้น” เพื่อปูพื้นฐานให้แข็งแรงสำหรับการเติบโตในอนาคต
แต่สิ่งที่ทำให้ทั้งคอมมูนิตี้รองเท้าผ้าใบระอุที่สุด คือผลกระทบเชิงลึกต่อแพลตฟอร์ม SNKRS หลังจากมีกระแสข่าวลือหนาหู Nike ก็ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะควบรวมทีมวิศวกรรมของ SNKRS เข้ากับทีมหลักของ Nike App ให้กลายเป็นแผนกเดียวกัน แม้ Nike จะระบุว่าการควบรวมครั้งนี้จะช่วย “ลดการส่งต่องานและเพิ่มประสิทธิภาพ” เพื่อมอบประสบการณ์ช้อปปิ้งที่ลื่นไหลไร้สะดุด แต่เสียงจากวงในกลับสะท้อนภาพที่หม่นกว่านั้นมาก อดีตพนักงาน Nike อย่าง Stacy Devino ออกมาโพสต์บน LinkedIn ว่าการเปลี่ยนแปลงภายในครั้งนี้รุนแรงถึงขั้นที่โครงสร้างและทีมงานเบื้องหลัง SNKRS ถูก “obliterated” หรือแทบถูกลบทิ้งเกือบหมด รายงานที่ยังไม่ได้รับการยืนยันยังชี้ว่าอาจมีมากถึง 90% ของทีมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการดรอปบน SNKRS—ตั้งแต่วิศวกรรม โปรดักต์ ไปจนถึงปฏิบัติการเปิดตัว—ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก
การปรับโครงสร้างอย่างดุเดือดครั้งนี้สะท้อนการเปลี่ยนแปลงระดับแก่นของปรัชญา direct-to-consumer (DTC) ของ Nike ตลอดหลายปี แบรนด์เคยเป็นต้นแบบของการสร้างอีโคซิสเต็มดิจิทัลขนาดใหญ่ที่พัฒนาและดูแลเองทั้งหมด แต่เมื่อต้องเผชิญการแข่งขันที่ดุเดือดขึ้นจากแบรนด์ดาวรุ่งอย่าง On และ Hoka สมการทางธุรกิจก็กำลังขยับเปลี่ยน นักวิเคราะห์ในวงการคาดว่า การหั่นจำนวนบุคลากรด้านเทคโนโลยีภายในครั้งใหญ่ อาจเป็นการปูทางให้ Nike หันไปพึ่งผู้ให้บริการอีคอมเมิร์ซและระบบ raffle เฉพาะทางภายนอก—อย่าง Shopify หรือ EQL—เพื่อรับมือกับทราฟฟิกมหาศาลระดับ DDoS ที่ถาโถมทุกครั้งที่มีดรอปสนีกเกอร์ตัวท็อป
เมื่อฝุ่นจากการปลดคนงาน 1,400 ตำแหน่งเริ่มจางลง อนาคตของเกมสนีกเกอร์ดิจิทัลก็ยังเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม แม้ Nike จะยืนยันว่า SNKRS ยังคงเป็น “เครื่องมือสำคัญ” ในกลยุทธ์มาร์เก็ตเพลสของแบรนด์ แต่การควบรวมทีมและการสูญเสียองค์ความรู้เชิงระบบครั้งใหญ่บ่งชี้ชัดว่าแพลตฟอร์มนี้กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ผู้บริโภคจึงทำได้เพียงรอดูว่าโครงสร้างใหม่ที่เบาขึ้นและรวมศูนย์มากขึ้นนี้ จะช่วยแก้ปัญหาการดรอปที่ฝังรากมานานของแอปได้จริง หรือแท้จริงแล้วนี่คือสัญญาณเริ่มต้นของจุดจบสำหรับลานปล่อยดิจิทัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ Nike แห่งนี้กันแน่



