สรุป
- URWERK ปิดท้ายซีรีส์ “10” ด้วยนาฬิการุ่น UR-10 SpaceMeter Blue
- เรือนเวลารุ่นนี้ติดตามทั้งการหมุนรอบตัวเองและการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ผ่านเคาน์เตอร์บนหน้าปัด 3 จุด และงานคอสม็อกกราฟีบนฝาหลังนาฬิกา
- ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 25 เรือน มาพร้อมตัวเรือนไทเทเนียมและกลไก Double Flow Turbine ที่จดสิทธิบัตรแล้ว
URWERK เปิดตัว UR-10 SpaceMeter Blue Final Edition รุ่นลิมิเต็ดที่ถือเป็นบทสรุปอย่างสมบูรณ์ของคอลเลกชัน “10” ของแบรนด์
UR-10 ไม่ได้เป็นเพียงนาฬิกาทั่วไป แต่ถูกออกแบบให้เป็นเครื่องมือรับรู้จักรวาล เชื่อมโยงเวลาเข้ากับการหมุนรอบตัวเองและการโคจรของโลก หน้าปัดทรงกลมที่ดูคลาสสิกในแรกเห็น ซ่อนซับไดอัล 3 วงสำหรับวัดการเคลื่อนที่ของดวงดาว: เคาน์เตอร์ EARTH ที่ตำแหน่ง 2 นาฬิกา แสดงทุกระยะ 10 กม. ของการหมุนโลกในแต่ละวัน เคาน์เตอร์ SUN ที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา บันทึกการโคจรรอบดวงอาทิตย์ทีละ 1,000 กม. และเคาน์เตอร์ ORBIT ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ทำหน้าที่ซิงโครไนซ์ทั้งสองเส้นทางการเคลื่อนที่เข้าด้วยกัน
ฝาหลังยังสานต่อธีมจักรวาลด้วยเข็มชี้รอบนอกแบบ 24 ชั่วโมง และภาพสลักไอคอนิกแทนการหมุนรอบตัวเองและการโคจรรอบดวงอาทิตย์ของโลก ราวกับแผนที่ดวงดาวฉบับพกพา ด้านนวัตกรรมเชิงกลไกก็โดดเด่นไม่แพ้กัน: กลไกคาลิเบอร์ UR-10.01 มาพร้อมระบบ Double Flow Turbine แบบใบพัดหมุนสวนทางที่จดสิทธิบัตร ออกแบบมาเพื่อควบคุมความเร็วโรเตอร์และปกป้องระบบขึ้นลานอัตโนมัติ ตัวเรือนไทเทเนียมผิวทรายขนาด 45.4 มม. จับคู่กระจกแซฟไฟร์เคลือบกันแสงสะท้อน และหน้าปัดสีน้ำเงินเก็บงานพิถีพิถันเคลือบ ADL เข็มทรงเข็มฉีดยาเคลือบ Super-LumiNova ช่วยเพิ่มการมองเห็น ส่วนสายนาฬิกาไทเทเนียมมาพร้อมบานพับแบบพับล็อกแน่นหนา
จำกัดจำนวนเพียง 25 เรือน UR-10 SpaceMeter Blue Final Edition เปิดตัวที่ราคา 70,000 ฟรังก์สวิส (ประมาณ 77,000 ดอลลาร์สหรัฐ) นอกเหนือจากความล้ำด้านวิศวกรรม นาฬิการุ่นนี้ยังอุทิศแด่มรดกของ Felix Baumgartner ผู้ร่วมก่อตั้ง URWERK ด้วยแรงบันดาลใจจากนาฬิกา astronomical clock ของ Gustave Sandoz ที่บิดาของเขาเป็นผู้บูรณะ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปชมได้ที่ เว็บไซต์ทางการ.



