สรุป
- Swatch และ Audemars Piguet เปิดตัว “Royal Pop” คอลเล็กชั่นนาฬิกาพก Bioceramic แปดรุ่น
- โดดเด่นด้วยกลไกขึ้นลานด้วยมือ SISTEM51 หน้าปัดลาย “Tapisserie” และสายคล้องหนังลูกวัวแบบ multi-wear ที่ปรับเปลี่ยนวิธีการพกพาและสวมใส่ได้หลากหลาย
- เตรียมวางจำหน่ายวันที่ 16 พฤษภาคม 2026 โดยรายได้ส่วนของ AP ทั้งหมด 100% จะถูกนำไปสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปะแห่งการทำนาฬิกา
นับตั้งแต่วันที่ Swatch ปล่อยทีเซอร์ “Royal Pop”เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วงการนาฬิกาก็เดือดพล่านไปด้วยสารพัดทฤษฎีคาดเดาเกี่ยวกับการจับมือครั้งใหญ่ครั้งต่อไปของแบรนด์ ขณะที่โลกโซเชียลเต็มไปด้วยภาพเรนเดอร์จากฝีมือแฟน ๆ ที่มั่นใจว่าจะต้องเป็นนาฬิกาข้อมือ Bioceramic รุ่นอะแดปต์จากไอคอนิกอย่าง Royal Oak แต่การเผยโฉมอย่างเป็นทางการกลับนำเสนอคอนเซ็ปต์ที่ทั้งกล้าท้าทายและเหนือความคาดหมายยิ่งกว่าเดิม Audemars Piguet และ Swatch ประกาศเปิดตัว “Royal Pop” คอลเล็กชั่นนาฬิกา Bioceramic แปดรุ่นสุดดิสรับต์ ที่ตีความโลกนาฬิกาชั้นสูงผ่านมุมมอง Pop Art และแนวคิด “positive provocation” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากคอลเล็กชั่น Swatch POP ต้นฉบับยุค 1980
Royal Pop ปลดแอกจากข้อมืออย่างสิ้นเชิง ด้วยดีไซน์ที่ตั้งใจมาปรับนิยามการ “สวมเวลา” ใหม่ตั้งแต่รากฐาน แต่ละเรือนมาพร้อมสายคล้องหนังลูกวัวคุณภาพเยี่ยมเดินด้ายสีตัดกัน ช่วยให้คุณเลือกใส่คล้องคอ เกี่ยวกับกระเป๋าถือ หรือเก็บในกระเป๋าเสื้อได้ตามสไตล์ และสำหรับสายตั้งโชว์ ยังมีแท่นวางถอดออกได้ที่แปลงโฉมนาฬิกาพกให้กลายเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะสุดขี้เล่น
คอลเล็กชั่นนี้จัดเต็มด้วยแปดเฉดสีจัดจ้าน อ้างอิงโดยตรงถึงขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมและสกรูแปดตัวอันเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Oak รุ่นดั้งเดิมปี 1972 โดยไลน์อัปแบ่งออกเป็นสองคอนฟิกูเรชั่น: รุ่นทรง Lépine หกเรือน ที่มาพร้อมเม็ดมะยมตำแหน่ง 12 นาฬิกาและเข็มบอกเวลาสองเข็ม และรุ่นทรง Savonnette อีกสองเรือน ที่ใช้เม็ดมะยมตำแหน่ง 3 นาฬิกา จับคู่กับหน้าปัดย่อยบอกวินาทีขนาดเล็ก
รุ่น HUIT BLANC สะดุดตาด้วยตัวเรือน Bioceramic สีขาวบริสุทธิ์ จับคู่ขอบตัวเรือนแต่งสกรูคนละสีทั้งแปดตัวอย่างมีเอกลักษณ์ คู่สีจัดจ้านอย่าง OTTO ROSSO ในโทนชมพูและแดงเชอร์รี่ หรือ ORENJI HACHI ในโทนเนวีและส้ม ยิ่งขับคาแรกเตอร์ขี้เล่นให้โดดเด่นขึ้นด้วยการเดินด้ายสีตัดกันบนสายคล้องหนังลูกวัว ส่วนสองรุ่น Savonnette อย่าง LAN BA และ OTG ROZ มอบมิติภาพที่ซับซ้อนที่สุด โดยเฉพาะรุ่นหลังที่ผสมโทนเขียวอมฟ้า ชมพู และเหลือง เข้ากับโทนสีของกลไกที่ออกแบบเฉพาะให้มองเห็นผ่านฝาหลังใส
ภายใต้ตัวเรือน Bioceramic สีจัดจ้าน ซ่อนขุมพลังวิศวกรรมร่วมสมัยเอาไว้ด้วยกลไกขึ้นลานด้วยมือเวอร์ชั่นใหม่ของ SISTEM51 ระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบจาก Swatch ที่ได้รับการคุ้มครองด้วยสิทธิบัตรใช้งานกว่า 15 ฉบับ มาพร้อมกำลังลานสำรองยาวนาน 90 ชั่วโมง และใช้สปริงบาลานซ์ Nivachron™ ต้านสนามแม่เหล็ก ซึ่งพัฒนาร่วมกับ Audemars Piguet ตั้งแต่แรก กลไกภายในเผยให้เห็นบางส่วนผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ โดยไฮไลต์อยู่ที่บาร์เรลดรัมจดสิทธิบัตร ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวบอกพลังงานสำรองในเชิงภาพให้ชมกันชัด ๆ
คอลเล็กชั่น Audemars Piguet x Swatch Royal Pop จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่สาขา Swatch ที่คัดสรรเป็นพิเศษเท่านั้นตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม 2026 เป็นต้นไป และเพื่อบริหารความต้องการที่คาดว่าจะล้นหลาม การซื้อจะถูกจำกัดอย่างเคร่งครัดที่หนึ่งเรือนต่อคนต่อวัน รายได้ส่วนของ Audemars Piguet จากความร่วมมือครั้งนี้ทั้งหมด 100% จะถูกนำไปสนับสนุนโครงการเฉพาะกิจ เพื่ออนุรักษ์ทักษะหัตถศิลป์การทำนาฬิกาหายาก และบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่วงการนาฬิกาชั้นสูง



