สรุป
- แบรนด์ไลฟ์สไตล์สาย Korean American อย่าง Sundae School เตรียมเปิดหน้าร้านออฟไลน์ถาวรสาขาแรกในเดือนพฤษภาคม 2026 ที่เลขที่ 117 Hester Street ย่าน Chinatown ใจกลางแมนฮัตตัน
- พื้นที่ขนาด 500 ตารางฟุตซึ่งออกแบบโดย Nohar Agadi และ Andy Kim ได้แรงบันดาลใจจากวัดพุทธเกาหลีแบบดั้งเดิม ใช้เสาโลหะ ซุ้มประตู และผ้าม่าน เพื่อค่อย ๆเรียงร้อยประสบการณ์ให้ผู้มาเยือนจูนเข้าสู่โหมดพักผ่อนอันเงียบสงบ
- แฟลกชิปสโตร์แห่งนี้จะนำเสนอคอลเล็กชั่นเสื้อผ้าล่าสุดของแบรนด์และไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะหน้าร้าน พร้อมทำหน้าที่เป็นคอมมูนิตี้ฮับสำหรับแบรนด์อินดี้ ป๊อปอัพ และครีเอเตอร์จากหลากหลายแวดวง
แปดปีหลังจากเริ่มต้นจากไอเดียทดลองในอพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในนิวยอร์ก แบรนด์ “smokewear” สาย Korean American อย่าง Sundae School ก็กำลังจะได้กลับสู่บ้านเกิดทางจิตวิญญาณอีกครั้ง การมีหน้าร้านจริงเป็นครั้งแรกถือเป็นการปักหมุดรากฐานให้แบรนด์เคาน์เตอร์คัลเจอร์แบรนด์นี้อย่างแท้จริง ด้วยการเปิดแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคมนี้ที่ย่าน Chinatown, Manhattan ณ เลขที่ 117 Hester Street—ห่างเพียงสามบล็อกจากอพาร์ตเมนต์ที่ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ Dae Lim เคยนั่งฝันร่างคอนเซ็ปต์ไว้ครั้งแรก—โลเคชั่นใหม่นี้จึงกลายเป็นโมเมนต์ “full circle” ครั้งใหญ่ของแบรนด์สายคอมมูนิตี้ที่ไม่เคยหยุดเบลอเส้นแบ่งระหว่างสตรีตแวร์ รากวัฒนธรรม และคัลเจอร์กัญชา
แทนที่จะยึดตามเลย์เอาต์ร้านค้าทั่วไป พื้นที่ใหม่ของ Sundae School ถูกดีไซน์ให้เป็นสเปซสถาปัตยกรรมในบรรยากาศศาลาศักดิ์สิทธิ์ ผลงานของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และสถาปนิกหลัก Nohar Agadi (อดีตทีม Foster + Partners) ร่วมกับสถาปนิกและประติมากรคู่คิด Andy Kim ทำให้สำนักงานบัญชีเดิมถูกแปลงโฉมอย่างสิ้นเชิง สโตร์ขนาด 500 ตารางฟุตนี้ใช้ตรรกะการจัดวางพื้นที่ของวัดพุทธเกาหลีแบบดั้งเดิม เพื่อค่อย ๆ ลอกเลเยอร์ความวุ่นวายจากโลกภายนอกออกไป ผ่านผ้าม่านสูงจรดเพดาน เสาโลหะ และซุ้มประตูที่จัดวางให้เกิดคอร์ทยาร์ดเปลี่ยนผ่านหลายชั้น แขกจะเดินผ่านธรณีประตูที่ตั้งใจออกแบบเหล่านี้ไปจนถึง Daeungjeon (แท่นบูชาหลัก) ด้านในสุด ซึ่งโต๊ะบัญชีดั้งเดิมที่ประดับเครื่องรางจีนได้กลายเป็นพื้นที่เฮดควอเทอร์ของแบรนด์
เพื่อเติมเลเยอร์การคารวะวัฒนธรรมให้ลึกยิ่งขึ้น อินทีเรียยังโดดเด่นด้วยผลงานศิลปะของ Honey Kim ศิลปินชาวเกาหลีใต้ซึ่งอ้างอิงจากสิ่งทอป่านเกาหลีแบบดั้งเดิม แล้วตีความใหม่ผ่านวัสดุอะคริลิกและอะลูมิเนียมร่วมสมัย แม้ Sundae School จะเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์สาย hemp แต่ Lim ก็ย้ำชัดว่าสาขา Hester Street แห่งนี้ไม่ใช่ร้านจำหน่ายกัญชาหรือสมุนไพร และจะไม่ขายผลิตภัณฑ์จากแบรนด์เวลเนสคู่แฝด Sundae Flowers เป้าหมายแท้จริงคือการทำให้แฟลกชิปแห่งนี้เป็นพื้นที่เงียบสงบสำหรับการพักใจและการเชื่อมต่อกันอย่างจริงแท้
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าแบรนด์ที่เริ่มจากการทดลองในหัวจะกลายเป็นการเดินทาง 8 ปี ที่พาผมมาเปิดหน้าร้านจริงตรงข้ามอพาร์ตเมนต์ใน Chinatown ที่เคยเริ่มทุกอย่างไว้” Lim เล่า “เรารู้ดีว่าที่มาถึงจุดนี้ได้ก็เพราะคอมมูนิตี้ของเรา เราตื่นเต้นมากที่จะมีสเปซจริง ๆ ไว้เจอทุกคนแบบตัวเป็น ๆ” แฟลกชิปสโตร์ที่ Chinatown ซึ่งเปิดต้อนรับเมื่อต้นเดือนนี้ มอบโอกาสให้แฟน ๆ ได้มาช้อปคอลเล็กชั่นล่าสุดและไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะหน้าร้านของ Sundae School ด้วยตัวเอง นอกเหนือจากการเป็นเดสติเนชั่นสายช้อปแล้ว ศาลาพักใจที่ออกแบบอย่างตั้งใจแห่งนี้ยังถูกวางให้เป็นเวทีจัดคอลลาบอเรชั่นและอีเวนต์ต่าง ๆ ต่อเนื่องกับพันธกิจของแบรนด์ในการเฉลิมฉลองความหลากหลาย ความคิดสร้างสรรค์ และการลุกขึ้นต่อต้านอย่างมีสติ
Sundae School
117 Hester Street
Manhattan, New York City



