ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แบรนด์ต่าง ๆ ล้วนมีมาตรฐานบางอย่างที่ตั้งไว้และรักษาไว้ตามระดับราคาของตัวรถ ทว่า Lexus กลับดูเหมือนจะฉีกกรอบเดิม ๆ ด้วย ES ซีดานรุ่นใหม่ ที่ใส่ดีเทลหรูหราน่าเซอร์ไพรส์มาให้เพียบ ในราคาที่เบากว่ามาตรฐานตลาดไปหลายเท่าตัว
Lexus เชิญเราไปที่ San Diego เพื่อสัมผัส ES รุ่นใหม่ ครบทั้งรุ่น 350e, 350h และ 500e ในแง่รูปลักษณ์ ซีดานคันนี้คมกริบภายนอก จับคู่กับห้องโดยสารมินิมัลที่โฟกัสเทคโนโลยี เป็นแนวทางที่เราอิน เพราะตัวรถไม่ได้ฉูดฉาดบนท้องถนน แต่กลับโดดเด่นในหมู่คนที่ “IYKYK” และรู้จริงเรื่องดีเทล เรายังยืนยันอยู่ทีมซีดาน > SUV และพักหลังนี้ก็เห็นหลายค่ายเริ่มหันกลับมาปล่อยซีดานกันมากขึ้น การได้เห็น ES กลับมาเป็นเจเนอเรชันที่แปดจึงยิ่งรู้สึกสดใหม่เป็นพิเศษ
ภายในห้องโดยสารของ ES 350e Luxury โทนบรรยากาศชูงานคราฟต์แบบสั่งทำพิเศษ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เบาะหนัง Semi-aniline จับคู่กับระบบไฟ Thematic Ambient Illumination และดีไซน์ Bamboo Layering สุดล้ำ ที่กรุแผ่นไม้ไผ่ซ้อนชั้นพร้อมไฟ LED ด้านหลังตลอดแนวแผงประตูและคอนโซลกลาง ประสบการณ์ด้านเสียงก็หรูหราไม่แพ้กัน ด้วยชุด Mark Levinson PurePlay Surround Sound System กำลังขับ 1,800 วัตต์ พร้อมลำโพง 17 ตำแหน่ง เสียงเบสแน่นลึก โทนกลางอิ่มเต็ม โอบล้อมทั่วห้องโดยสารอย่างง่ายดาย
แต่ไฮไลต์แบบไม่ต้องถกเถียงกัน คือ Executive Package ตัวเลือกเสริมที่เปลี่ยนห้องโดยสารตอนหลังให้กลายเป็นค็อกคูนหรูระดับเวิลด์คลาส ตรงนี้แหละที่ทำให้ Lexus ES ดูเกินชั้นกว่าที่คิด ด้วยเบาะผู้โดยสารด้านหลังฝั่งขวาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชันเอนนอนและที่วางขาแบบ ottoman พับเก็บได้ เราได้ลองนั่งจริงแล้วต้องบอกว่า ทั้งน่าประทับใจและลงตัวกับสัดส่วนซีดานขนาดกลางอย่างมาก ชุดปุ่มควบคุมไฟฟ้าครบเซตฝังอยู่ในที่วางแขน แถมยังสั่งเลื่อนเบาะผู้โดยสารตอนหน้าให้ถอยไปข้างหน้าได้ รวมถึงสั่งปรับลดหมอนรองศีรษะได้อีกด้วย ตำแหน่งนั่งด้านหลังฝั่งซ้ายและขวานอกยังได้ฟังก์ชันอุ่น/ระบายอากาศ หมอนรองศีรษะนุ่มฟู และระบบนวดส่วนตัวของใครของมัน ไม่ได้ให้สิทธิพิเศษเฉพาะผู้โดยสารฝั่งขวาเท่านั้น
Lexus ES 350e Luxury รุ่นปี 2026 คันที่เราได้ทดสอบ มาพร้อม Executive Package เคาะราคาอยู่ที่ 63,770 ดอลลาร์สหรัฐ เราเคยลองรถที่ให้ประสบการณ์หรูหราในระดับนี้จากหลายค่ายแล้ว โดยเฉพาะ Rolls-Royce ซึ่งแน่นอนว่า การเอาบริษัท รถ และคลาสที่ต่างกันขนาดนี้มาเทียบกันอาจดูไม่ยุติธรรมสักเท่าไร และ RR เองก็ยังอัดฟีเจอร์หรูกว่า ES อยู่เป็นชุดใหญ่ แต่เมื่อ Lexus ให้ประสบการณ์เบาะผู้โดยสารฝั่งขวาที่ชวนทึ่งได้ ในราคาเพียงหนึ่งในสิบของ Rolls-Royce Phantom ที่แตะ 650,000 ดอลลาร์สหรัฐ เราก็อดประทับใจในความคุ้มค่านี้ไม่ได้จริง ๆ



