สรุป
-
การประมูลสด “Rare Watches” ของ Christie’s Geneva กวาดยอดรวมมหาศาล 33,054,441 ฟรังก์สวิส (ราว 42.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขึ้นแท่นผลลัพธ์สูงสุดตลอดกาลของการประมูลนาฬิกาจากเจ้าของหลากหลายรายของฮาวส์ประมูลแห่งนี้
-
Cartier “London Crash” ตัวเรือนทอง 18K ปี 1990 ที่หายากเป็นพิเศษ ทำลายสถิติการประมูลโลกทั้งในระดับรุ่นและระดับแบรนด์ ด้วยราคาปิดประมูลทะลุ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แซงหน้าสถิติเดิมของ Sotheby’s ที่เพิ่งถูกจารึกไว้ไม่กี่สัปดาห์ก่อนหน้า
-
ล็อตไฮไลต์ของงานคือ F.P. Journe Platinum Tourbillon Souverain (Ref. T) ที่เคาะราคาจบอย่างน่าทึ่งที่ 3.12 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงกว่าประเมินต่ำสุดถึงห้าเท่า
ตลาดนาฬิกาวินเทจยังคงพุ่งทะยานสู่ระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และ Christie’s ก็ได้ตอกย้ำสถานะผู้นำของตัวเองในคลื่นบูมครั้งนี้อย่างชัดเจน ในการประมูลสด “Rare Watches” ที่ Geneva ซึ่งถูกจับตามองเป็นพิเศษ ฮาวส์ประมูลกวาดยอดรวมได้สูงถึง 42,309,684 ดอลลาร์สหรัฐ—สถิติสูงสุดของการประมูลนาฬิกาจากเจ้าของหลากหลายรายของที่นี่ ไฮไลต์ไร้ข้อกังขาคือ Cartier “London Crash” ปี 1990 สุดไอคอนิก ที่ทำราคาทะลุการประเมินไปไกล ปิดประมูลเหนือ 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐอย่างงดงาม กลายเป็น Crash รุ่นที่มีราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา และคือนาฬิกา Cartier ที่แพงที่สุดเท่าที่เคยถูกขายในการประมูล
Cartier เรือนทำลายสถิติ ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมือทรงอสมมาตรตัวเรือนทอง 18K ที่หายากระดับมิวเซียม กลายเป็นจุดศูนย์กลางของสมรภูมิการเคาะราคาดุเดือด ด้วยความครบเครื่องทั้งบานพับ deployant ดั้งเดิมแบบ “Crash” ลายเซ็น Cartier London ครบชุด และสัญลักษณ์ “JC” ของ Jacques Cartier คู่กับตราประทับ London ปี 1990 ส่งผลให้เรือนนี้ปิดประมูลที่ 2,028,800 ดอลลาร์สหรัฐ (1,585,000 ฟรังก์สวิส) การขายครั้งประวัติศาสตร์นี้ทำราคาสูงกว่าประเมินต่ำสุดก่อนงานถึงสามเท่า พร้อมทวงสถิติโลกคืนจาก Sotheby’s ที่เพิ่งตั้งเพดานราคาให้รุ่นนี้ไว้ก่อนหน้าเพียงสองสัปดาห์
แม้ Cartier Crash จะเพิ่งเขียนหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ แต่ล็อตท็อปของงานกลับตกเป็นของมาสเตอร์พีซจากสายอิสระอย่าง F.P. Journe Platinum Tourbillon Souverain (Ref. T) สุดหายาก ซึ่งเจ้าของคนเดียวซื้อไว้ตั้งแต่คืนคริสต์มาสอีฟปี 2000 เรือนนี้จุดชนวนศึกชิงเคาะราคาจนดันตัวเลขสุดท้ายไปจบที่ 3,121,920 ดอลลาร์สหรัฐ (2,439,000 ฟรังก์สวิส)—สูงกว่าประเมินต่ำสุดถึงห้าเท่า ในงานเดียวกันนี้ยังมีการสร้างสถิติโลกครั้งสำคัญ เมื่อ Audemars Piguet โครโนกราฟวินเทจทำราคาทะยานไปถึง 2,747,696 ดอลลาร์สหรัฐ
และบรรดาเรือนใหญ่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น Patek Philippe Nautilus สี Tiffany Blue® (Ref. 5711/1A-018) ไอเท็มที่นักสะสมทั่วโลกหมายปอง หนึ่งในจำนวนผลิตเพียง 170 เรือนในปี 2021 ปิดประมูลที่ 1,625,600 ดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Patek Philippe อีกหนึ่งเรือน (Ref. 3970EP-047) ซึ่งนักสะสมชาวอเมริกันชื่อดัง Michael Steven Ovitz สั่งทำเป็นพิเศษด้วยหน้าปัดโมโนแกรมสีดำสุดเฉียบ ฟาดราคาไปที่ 1,300,480 ดอลลาร์สหรัฐ ด้านความต้องการในผลงานจากค่ายอิสระและแบรนด์เชิงช่างเฉพาะทางก็ยังคงดุเดือด A. Lange & Söhne Tourbillon Pour le Mérite ทำได้ 975,360 ดอลลาร์สหรัฐ Daniel Roth ทูร์บิญองสองด้าน ปี 1990 ปิดที่ 520,192 ดอลลาร์สหรัฐ และ Krayon รุ่นคอมพลิเคชันลิมิเต็ด เอดิชั่น ทำราคาได้ 203,200 ดอลลาร์สหรัฐ
“เป็นครั้งแรกที่ Christie’s Geneva จัดการประมูล Rare Watches ต่อเนื่องยาวถึงสองวันติดต่อกัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอันแข็งแกร่งที่ผู้ส่งมอบยังคงมีต่อทีมงานนาฬิการะดับโกลบอลของเรา” Remi Guillemin หัวหน้าฝ่ายนาฬิกา Christie’s ประจำยุโรปและอเมริกา กล่าว พร้อมชี้ถึงอัตราการขายสำเร็จสูงถึง 99% และคลื่นนักสะสมหน้าใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามา โดยเสริมว่า “ตลอดทั้งงาน เหล่านักสะสมแสดงให้เห็นถึงพลังความหลงใหลในระดับสุดยอด ตอกย้ำดีมานด์ระดับโลกที่มีต่อนาฬิกาเรือนพิเศษ และความแข็งแกร่งอันยืนยงของตลาดนาฬิกา”



