แรปสตาร์ชาวอาร์เจนตินาอย่าง Truenoกำลังดึงทุกคนให้ลุกขึ้นมาเทคโอเวอร์แดนซ์ฟลอร์ด้วยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สี่ของเขาอย่าง TURR4ZO. สด ๆ ร้อน ๆ หลังได้รับการยอมรับบนเวที Latin GRAMMY Awards ศิลปินคนนี้ยังคงเดินหน้าขยายอิทธิพลของตัวเอง ปักหมุดชื่อไว้ท่ามกลางแถวหน้าของฮิปฮอประดับโลกอย่างสง่างาม
ในแก่นแท้แล้ว TURR4ZOคือโปรเจ็กต์ที่เป็นเรื่องส่วนตัวอย่างลึกซึ้ง และเป็นการคารวะรากเหง้าของเขาใน Buenos Aires อัลบั้มนี้ผสมผสานอิทธิพลจากดนตรี urban เสียง Caribbean และกลิ่นอายร็อก เข้าไว้กับฮิปฮอปจังหวะจัดจ้าน สร้างซาวนด์ที่ทั้งโลคัลและสากลไปพร้อมกัน ผลงานชุดนี้ช่วยเขยิบกรอบของแนวเพลงให้ก้าวไปข้างหน้า โดยยังยืนพื้นบนรากดั้งเดิม แถมสอดแทรกความโหยหาอดีตผ่านซัมเปิลจาก Los Wachiturros เข้าไปอย่างมีชั้นเชิง
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของอัลบั้มคือการร่วมงานกับ Milo J และ Maria Becerra, ดึงซูเปอร์สตาร์แถวหน้าของอาร์เจนตินามาเจอกันในแทร็กแดนซ์ที่ฟังซ้ำได้ไม่รู้เบื่อ
ก่อนปล่อยอัลบั้มเต็ม Trueno ก็ส่งทีเซอร์ให้แฟน ๆ ด้วยเพลง “X UNAS LLANTAS” พร้อมดรอปสนีกเกอร์ Nike Shox R4 รุ่น “TR1” แบบหนึ่งเดียวในโลก ที่ออกแบบคัสตอมโดย Flash Design.
“[TURR4ZO] ดูเผิน ๆ เหมือนจะเป็นงานที่เต้นง่าย ฟังสบาย แต่จริง ๆ มันซ่อนข้อความบางอย่างเอาไว้ อาจจะในแบบเนียน ๆ ผ่านการเอาสองขั้วตรงข้ามมาปะทะกันและบอกให้รู้ว่าผมเป็นใคร ผมรักจังหวะและเพลงที่สนุก แต่รากของฮิปฮอปมาจากการต่อต้าน การส่งสาร การลุกขึ้นสู้ ผมเลยพยายามหลอมทั้งสองด้านเข้าไว้ด้วยกัน”
เลื่อนอ่านต่อเพื่อสัมภาษณ์แบบเต็ม ๆ กับ Trueno ในการถอดรหัสเบื้องหลังการสร้าง TURR4ZO และวิสัยทัศน์ที่อยู่เบื้องหลังอัลบั้มนี้กัน
ชื่อ TURR4ZO เกิดขึ้นได้อย่างไร?
“อัลบั้มนี้โคตรเดือด! [กับโปรเจ็กต์ก่อน ๆ] ชื่ออัลบั้มมักจะโผล่มาระหว่างทาง หรือบางทีก็เร็วกว่านั้น อย่างตอนทำ Atrevido ผมรู้ชื่ออัลบั้มตั้งแต่ก่อนเริ่มทำเพลงเลย แต่ครั้งนี้เราทำกันจนโปรเจ็กต์เกือบเสร็จทั้งชุดแล้วก็ยังไม่มีชื่อ เรานั่งมองหน้ากันว่า “เห้ย จะเรียกมันว่าอะไรดี?”
ในช่วงท้ายของการทำงาน เราเอาเพลงของ Los Wachiturros มาซัมเปิล เพราะอัลบั้มนี้มันอาร์เจนตินาจัด ๆ และผูกโยงกับตัวตนของผมมาก เราเลยอยากให้มันแทนตัวตนนั้น เราเลยมองหาคำที่ฟังแล้วอาร์เจนตินาแท้ ๆ พอเพลง “TURRAZO” ดังขึ้นมาในสตูดิโอ เราก็คิดกันว่า “เออ ชื่อนี้แหละเวิร์ก” จากนั้นเราก็บอกกันว่า “โอเค งั้นชื่ออัลบั้มก็คือ TURR4ZO” มันรู้สึกใช่ทุกอย่าง มันแทนทุกอย่างได้หมด: ตั้งแต่ตัวตนของผม ด้านที่เป็นเรื่องส่วนตัวของโปรเจ็กต์นี้ อัตลักษณ์ความเป็นอาร์เจนตินา ไปจนถึงชีวิตใน barrio ทั้งหมดมันลงล็อกกับคอนเซ็ปต์ใหญ่ของอัลบั้ม”
อะไรทำให้ TURR4ZO แตกต่างจากโปรเจ็กต์ก่อน ๆ ของคุณ?
“มันมีทั้งสิ่งที่ทำให้แตกต่าง และสิ่งที่เชื่อมโยงกับงานก่อนหน้า การเติบโต การค้นหา และข้อความที่อยากสื่อ ทุกอย่างล้วนใหม่หมด อัลบั้มนี้คือของใหม่ แต่ในขณะเดียวกันมันก็รวบเส้นทางทั้งหมดของผมเอาไว้ ตั้งแต่รากของ barrio ใน Atrevido, ไปจนถึงความภาคภูมิใจในชาติใน BIEN O MAL, ต่อเนื่องด้วยการซัมเปิล การส่งสาร และอัตลักษณ์ฮิปฮอปใน EL ÚLTIMO BAILE. แล้วอัลบั้มนี้ก็นำทุกอย่างมาหลอมรวมกลายเป็นสิ่งใหม่ ผมรู้สึกว่าทุกก้าวที่ทำมาก่อนหน้านี้มันพาผมมาถึงการสร้าง TURR4ZO นี่แหละ”
คุณทดลองเรื่องซาวนด์ในอัลบั้มนี้อย่างไรบ้าง?
“มันเป็นกระบวนการที่ทั้งสวยงามและเข้มข้น ทุกซัมเปิลถูกเลือกมาอย่างตั้งใจ ไม่มีอะไรถูกหยิบมาแบบสุ่ม ๆ แต่ละชิ้นเชื่อมโยงกับเนื้อร้องหรือจังหวะบางช่วงของบีตอย่างเฉพาะเจาะจง มันเป็นงานที่ลงลึกจริง ๆ ในฮิปฮอป การนำดนตรีกลับมาใช้ใหม่ผ่านการซัมเปิลเป็นอะไรที่สวยงามมาก แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีความท้าทายเรื่องการเคลียร์ลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมายด้วย
เราทำงานกันอย่างหนักกับ Sony โปรดิวเซอร์ของผม และทุกคนที่เกี่ยวข้อง เราสู้เพื่อทุกซัมเปิล เพราะมันสำคัญกับเราจริง ๆ เราอยากให้เกียรติศิลปินและแนวเพลงทุกแนวที่เราอ้างอิงถึง มันยาก แต่เราพอใจกับผลลัพธ์มาก”
คุณอยากให้แฟน ๆ รับสารแบบไหนเมื่อได้ฟัง TURR4ZO ครั้งแรก?
“สำหรับคนที่รู้จักผมอยู่แล้ว มันจะให้ความรู้สึกเหมือนวิวัฒนาการของทุกอย่างที่ผมเคยทำ และการดึงเอาคอนเซ็ปต์ทั้งหมดที่เคยลองเล่นกลับมารวมกัน ส่วนสำหรับคนที่เพิ่งรู้จัก มันคืออินโทรดักชัน แนะนำตัวผมเองผ่านการผสมผสานของฮิปฮอป อัตลักษณ์ความเป็นอาร์เจนตินา ดนตรี urban ร็อก และอิทธิพลจาก Caribbean เข้าด้วยกัน มันเหมือนบทนำสู่ตัวตนของผมเลย
เรายังแซวกันเลยว่าอัลบั้มนี้น่าจะใช้ชื่อ Mateo (ชื่อจริงของผม) ด้วยซ้ำ เพราะมันส่วนตัวขนาดนั้น แต่ TURR4ZO ฟังแล้วใช่กว่า มันคือการแนะนำตัวผมให้โลกได้รู้จัก”
คุณเปิดตัวอัลบั้มด้วยวิดีโอเพลง “Tírate un Paso” อัลบั้มนี้ตั้งใจให้ฟังแล้วต้องลุกขึ้นมาเต้นหรือเปล่า?
“[TURR4ZO] เหมือนถูกห่อหุ้มให้ดูเป็นเพลงเต้นมัน ๆ ฟังง่าย แต่จริง ๆ แล้วมันซ่อนสารบางอย่างไว้ — อาจจะในแบบแยบยล ผ่านการจับสองขั้วตรงข้ามมาชนกันและถ่ายทอดว่าผมคือใคร ผมชอบจังหวะและเพลงที่สนุก แต่ฮิปฮอปเกิดจากการประท้วง การพูดสาร และการลุกขึ้นต่อต้าน ผมเลยพยายามผสมทั้งสองด้านเข้าด้วยกัน”
อะไรที่ทำให้คุณตื่นเต้นที่สุดกับการปล่อยสตูดิโออัลบั้มลำดับที่สี่?
“ผมรักเพลงทุกเพลง ผมเคยพูดไปแล้วว่ามันเหมือนลูก ๆ ของผม ผมเลือกเพลงโปรดเพลงเดียวไม่ได้หรอก เพราะเพลงอื่นคงน้อยใจ แต่สำหรับคนที่รู้จักผม การได้ฟังอัลบั้มนี้สำคัญมาก มันแทนความหมายบางอย่างที่ลึกซึ้ง ทุกแทร็ก ตั้งแต่ “RAIN IV” ที่ผมอุทิศให้พ่อแม่ “PUMA” ที่อุทิศให้ประเทศของผม “ESTILO SUDAKA” ที่ทำเพื่อ South America แทร็กกับ Pity [“PITY IN THE SKY”] แทร็กกับ [Andrés] Calamaro [“1000 HORAS”] ไปจนถึง “URUGUAY” ที่ได้แรงบันดาลใจจากครอบครัวชาวอุรุกวัยของผม
มันเป็นอัลบั้มที่ยิ่งฟังยิ่งเจออะไรใหม่ ทุกครั้งที่กดเล่น สิ่งที่ผมอยากได้คือให้ผู้ฟังได้รู้จักผมจริง ๆ ผมอยากโปร่งใส อยากให้คนเข้าใจว่าสิ่งที่ผมเขียนมาจากความจริงใจและอารมณ์ล้วน ๆ และผมพยายามเททุกอย่างนั้นลงไปในโปรเจ็กต์นี้
มันยังมีข้อความแฝงอีกเยอะที่ผมหวังว่าคนฟังจะค่อย ๆ เจอเอาเองในรอบที่สองหรือสาม แล้วเข้าใจมันได้ลึกขึ้น แต่ ณ จุดนี้ผมรู้สึกอิ่มเอมมาก ที่ได้พูดทุกอย่างที่อยากพูด และได้คารวะทุกสิ่งที่อยากให้เกียรติ”
หลังจาก TURR4ZO แล้ว อะไรคือก้าวต่อไปของคุณ?
“มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจุดเปลี่ยน ผมได้อุทิศงานให้กับ barrio บ้านเกิด ประเทศ วัฒนธรรม และตัวเองไปแล้ว ต่อจากนี้คือการออกไปสำรวจ สนุกกับมัน และมองหาขอบฟ้าใหม่ ๆ ผมผลักตัวเองเสมอให้ลองสิ่งใหม่ ๆ พาแรปไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย เรียนรู้จากแนวเพลงอื่น ๆ ภารกิจตอนนี้คือการพัฒนาและขยายขอบเขตต่อไป พาฮิปฮอปไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ และค้นหาตัวเอง เหมือนที่ผมทำกับทุกอัลบั้ม”



