สรุปภาพรวม
- Saks Global ได้ทำข้อตกลง Restructuring Support Agreement พร้อมได้รับคำมั่นการจัดหาเงินทุนเพื่อรองรับการก้าวออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ (exit financing) มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากผู้ถือหุ้นกู้มีประกันระดับอาวุโส
- หลังจากยื่นคำร้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายภายใต้ Chapter 11 เมื่อเดือนมกราคม 2026 บริษัทคาดว่าจะยื่นแผนฟื้นฟูกิจการ (Plan of Reorganization) อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ และตั้งเป้าที่จะสามารถออกจากภาวะล้มละลายได้อย่างเป็นทางการภายในช่วงฤดูร้อนปีนี้
- ผู้ค้าปลีกลักชัวรีรายนี้รายงานว่าการดำเนินงานกลับเข้าสู่ภาวะเสถียรอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากแบรนด์พาร์ตเนอร์กว่า 650 รายที่กลับมาส่งมอบสินค้าอีกครั้ง และอัตราการเปลี่ยนเป็นยอดซื้อจริงบนช่องทางออนไลน์ที่เติบโตแบบปีต่อปีในระดับเลขสองหลัก
Saks Global กำลังก้าวเดินด้วยมาตรการเด็ดขาดเพื่อวางรากฐานอนาคตระยะยาว หลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ในอุตสาหกรรมลักชัวรีรีเทลเมื่อต้นปีที่ผ่านมา บริษัทโฮลดิ้งซึ่งเป็นเจ้าของ Saks Fifth Avenue, Neiman Marcus และ Bergdorf Goodman แห่งนี้ ได้ลงนามข้อตกลง Restructuring Support Agreement อย่างเป็นทางการกับกลุ่มผู้ถือหุ้นกู้มีประกันระดับอาวุโส โดยข้อตกลงฉบับนี้ให้คำมั่นจัดหาเงินทุนเพื่อการออกจากกระบวนการฟื้นฟูกิจการ (exit financing) มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะสามารถนำมาใช้ได้ทันทีที่ยักษ์ใหญ่สายรีเทลรายนี้ออกจากกระบวนการล้มละลายภายใต้ Chapter 11 ได้อย่างเป็นทางการ—หมุดหมายสำคัญที่คาดว่าจะบรรลุได้ภายในฤดูร้อนปีนี้
เม็ดเงินก้อนมหาศาลจากดีลเงินทุนครั้งนี้มาพร้อมสัญญาณบวกด้านการดำเนินงานหลายด้านที่สะท้อนว่าโมเดลธุรกิจกำลังกลับมามั่นคง นับตั้งแต่ยื่นขอความคุ้มครองการล้มละลายในเดือนมกราคม 2026 Saks Global เดินหน้าฟื้นฟูและเสริมความแข็งแกร่งให้กับความสัมพันธ์กับซัพพลายเออร์รายสำคัญอย่างจริงจัง ปัจจุบันมีแบรนด์พาร์ตเนอร์มากกว่า 650 รายที่กลับมาส่งสินค้าอีกครั้ง ดันมูลค่าใบเสร็จขายปลีกขึ้นไปแตะ 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สินค้าล็อตใหม่นี้คิดเป็นกว่า 90% ของสต๊อกที่ผู้ค้าปลีกคาดการณ์ไว้สำหรับไตรมาสแรกปีงบประมาณ 2026 และยังสะท้อนการเพิ่มขึ้นของยอดรับสินค้าเข้าคลังในเดือนมีนาคมแบบปีต่อปีถึง 18%
ตัวชี้วัดผลงานของแบรนด์ลักชัวรีเรือธงภายใต้เครือก็ส่งสัญญาณฟื้นตัวที่น่าจับตาเช่นกัน Saks Global รายงานล่าสุดว่าลูกค้าใช้จ่ายต่อการเข้าช้อปหนึ่งครั้งในร้านเพิ่มขึ้น 6% ขณะที่อัตราการเปลี่ยนเป็นยอดซื้อจริงบนช่องทางออนไลน์ของ Saks Fifth Avenue, Neiman Marcus และ Bergdorf Goodman เพิ่มขึ้นถึง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
“ในระยะเวลาอันสั้น เราได้ลงมืออย่างเด็ดขาดและสร้างความก้าวหน้าที่จับต้องได้ ทั้งในการทำให้ธุรกิจกลับมามั่นคงและในการกระชับความสัมพันธ์กับแบรนด์พาร์ตเนอร์ของเรา” Geoffroy van Raemdonck ซีอีโอของ Saks Global กล่าว “แม้จะต้องใช้เวลาอีกสักระยะกว่าที่เราจะเก็บเกี่ยวประโยชน์จากความคืบหน้านี้ได้อย่างเต็มที่ แต่ยอดขายและตัวเลขสต๊อกของเรายังคงทำได้ดีกว่าแผนภายในอย่างต่อเนื่อง เมื่อผนวกกับเงินทุนที่เราได้รับการการันตี ก็ทำให้เรามีสภาพคล่องเพียงพอที่จะปิดดีลปรับโครงสร้างธุรกิจให้สำเร็จ และเดินหน้าทรานส์ฟอร์มองค์กรต่อไป เพื่อวางอนาคตที่แข็งแรงให้กับ Saks Global”
ในฐานะส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาว Saks Global เตรียมเดินหน้าโมเดลรีเทลแบบบูรณาการ วิสัยทัศน์เชิงรุกนี้มุ่งเน้นการรักษาเครือข่ายหน้าร้านในทำเลลักชัวรีหนาแน่นให้อยู่ในขนาดที่เหมาะสม—โดยก่อนหน้านี้ได้ประกาศปิด Saks Fifth Avenue สาขาที่ทำผลงานไม่เข้าเป้าไปแล้ว 20 แห่ง และสาขาของ Neiman Marcus อีก 4 แห่ง—ควบคู่ไปกับการพัฒนาแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีเอกลักษณ์และการปรับประสบการณ์ช้อปปิงแบบเฉพาะบุคคลขั้นสูง รวมถึงบริการขายจากระยะไกล
เมื่อได้รับหลักประกันทางการเงินชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว Saks Global กำลังเตรียมยื่นแผนฟื้นฟูกิจการฉบับสมบูรณ์ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ปูทางสู่การรีเซ็ตการดำเนินงานครั้งใหญ่ให้พร้อมสมบูรณ์ภายในฤดูร้อนปี 2026



