สรุป
- ในงาน Watches and Wonders 2026 Piaget เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ Polo Signature และ Polo 79 หน้าปัด sodalite
- รุ่นไฮไลต์ใหม่ยังรวมถึง Altiplano AUC Tiger Eye และรุ่น Sixtie on Strap ที่ได้แรงบันดาลใจจากโลกท้องทะเล
- ไลน์อัปประจำปีนี้ปิดจบอย่างสมบูรณ์ด้วยคอลเล็กชันสร้อยคอยาว Swinging Pebbles ที่งดงามดุจงานประติมากรรม
เฉลิมฉลองกว่า 150 ปีแห่งความหรูหรากล้าท้าทายและพลังสร้างสรรค์ Piaget ยังคงเชื่อมอดีตอันรุ่มรวยเรื่องราวเข้ากับจิตวิญญาณโมเดิร์นอย่างมั่นคง รุ่นใหม่ประจำงาน Watches and Wonders ปีนี้คือการคารวะต่อหมุดหมายสำคัญที่สถาปนาให้ Piaget เป็น “House of Gold” ทั้งการคิดค้นกลไกบางพิเศษ 9P ในปี 1957 และการตัดสินใจแต่งแต้มหน้าปัดด้วยหินประดับสีสันสดจัดในปี 1963 ตั้งแต่รุ่นไอคอนในวัฒนธรรมอย่าง Polo ไปจนถึงสร้อยคอยาวทรงประติมากรรม คอลเล็กชันใหม่นี้สะท้อนมรดกที่มองเวลาไม่ใช่แค่หน่วยนับ หากคือการเคลื่อนไหวของศิลปะอิสระไร้กรอบ
Piaget Polo Signature
คอลเล็กชัน Piaget Polo Signature ประจำปี 2026 ตอกย้ำศักยภาพของแบรนด์ในการพัฒนาไอคอนทางวัฒนธรรมให้ก้าวล้ำยุค แต่ยังซื่อสัตย์ต่อดีเอ็นเอสำคัญ จุดเด่นของการออกแบบใหม่คือลาย gadroons ร่องเส้นนูนอันเป็นซิกเนเจอร์ที่นิยามตัวตนของ Polo มาตั้งแต่ปี 1979 ซึ่งครั้งนี้ถูกยกระดับให้เด่นชัดเต็มพื้นที่หน้าปัดสีน้ำเงินทุกรุ่น โฉมใหม่นี้ช่วยขับเน้นการเล่นสัดส่วนอันลงตัว โดยเฉพาะตัวเรือนทรงกลมที่โอบรับหน้าปัดทรง cushion-cut รุ่น 42 มม. มีให้เลือกทั้งตัวเรือนสตีลและโรสโกลด์ จับคู่สายยางแบบถอดเปลี่ยนได้หรือสายสตีล ส่วนรุ่น 36 มม. สำหรับสุภาพสตรีมาในเวอร์ชันโรสโกลด์หรูหรา ประดับเพชรเจียระไนแบบ brilliant-cut จำนวน 96 เม็ด
คอลเล็กชันนี้ยังปลุกชีพธรรมเนียมอันเป็นที่รักของ Yves Piaget อย่าง “นาฬิคู่รัก” ให้กลับมาอีกครั้ง ดูโอเรือนเวลาสุดหรูนี้ผสานเสน่ห์สปอร์ตชีคของรุ่น Polo Date เข้ากับหน้าปัดสีเงินโทนอ่อนละมุน และสายยางถอดเปลี่ยนได้ในเฉดเบจและเขียวกากีร่วมสมัย ไม่ว่าจะประดับอัญมณีหรือเรียบหรูไร้เพชร ไลน์อัป Polo 2026 ก็ถ่ายทอดบุคลิกเหนือกาลเวลาด้วยความประณีตในแบบซิกเนเจอร์และอัตลักษณ์ casual-chic อย่างชัดเจน
Piaget Polo 79 พร้อมหน้าปัด sodalite
หาก Piaget Polo 79 รุ่นดั้งเดิมโดดเด่นในฐานะไอคอนสปอร์ตชีคตัวเรือนทองทั้งเรือนที่นิยามเสน่ห์หรูแห่งยุค 80 เวอร์ชันปี 2026 ก็เติมมุมมองใหม่ด้วยหินกึ่งอัญมณีล้ำค่า เป็นครั้งแรกในไลน์ร่วมสมัยที่ตัวเรือนไวท์โกลด์ 38 มม. จับคู่กับหน้าปัดหิน sodalite สีน้ำเงินเข้มตัดเฉดอย่างมีมิติ ช่วยขับลาย gadroons แกะสลักมือให้ยิ่งโดดเด่น ตอกย้ำแนวคิดที่ว่านี่คือนาฬิกาซึ่งเป็น “สร้อยข้อมือที่ซ่อนเรือนเวลาไว้ภายใน” มาสเตอร์พีซเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ 1200PI คงไว้ซึ่งโปรไฟล์บางเฉียบอันเป็นหัวใจของตัวตนด้านเทคนิคของ Maison
Altiplano AUC Tiger Eye
Maison Piaget ยังคงผลักเพดานวงการ High Watchmaking ให้ไปไกลยิ่งขึ้นด้วย Altiplano Ultimate Concept (AUC) Tourbillon ซึ่งครั้งนี้ผสานหินประดับเข้ากับเรือนเวลาบางทำลายสถิติระดับ 2 มม. อย่างแยบยล หิน tiger’s eye โทนน้ำผึ้งถูกติดตั้งลงบนชิ้นส่วนกลไกหลักโดยตรง งานระดับนี้ต้องอาศัยความประณีตขั้นสุด เพราะต้องใช้เข็มขนาด 0.15 มม. ซึ่งเล็กที่สุดที่แบรนด์ใช้ ในการทำความสะอาดหินเพื่อขจัดคราบตกค้างโดยไม่ให้เกิดความเสียหาย สานต่อบริการสั่งทำเฉพาะบุคคลยุค 1960s Style Selector ทาง Maison จึงนำเสนอสีตัวเรือน 4 เฉด และตัวเลือกหินประดับสี่ชนิด ได้แก่ tiger’s eye, blue sodalite, jade และ onyx
Sixtie
เปิดตัวครั้งแรกในปี 2025 ในฐานะนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมคางหมูสัดส่วนใจกว้างที่อุทิศให้กับยุค Swinging Sixties คอลเล็กชัน Sixtie ก้าวสู่บทใหม่ในปี 2026 ด้วยภาพลักษณ์ต่างไปจากเดิม จากเดิมที่จับคู่สายโลหะมีค่า เวอร์ชันใหม่หันมาใช้สายหนังจระเข้สีน้ำเงินเข้ม ขับให้ลาย gadroons บนขอบตัวเรือนสี pink gold ที่สลักทีละชิ้นยิ่งสะดุดตา คอลเล็กชันนี้มีหน้าปัดให้เลือกสองแบบ คือหน้าปัดสีเงินเคลือบซาตินลายแสงอาทิตย์ แต่งตัวเลขโรมันสีทองโปรยทั่ว และหน้าปัดหิน blue quartz สีกรมเนื้อแน่นพร้อมลายเส้นหินหรู โดยเลือกใช้ blue quartz เพราะความแข็งแกร่งเป็นพิเศษและลายเส้นธรรมชาติอันโดดเด่น ซึ่งสะท้อนรับกับหน้าปัด turquoise ที่เผยโฉมไปแล้วในฤดูกาลก่อน
Swinging Pebbles
ถ่ายทอดพลังสร้างสรรค์เปี่ยมความสุขจากคอลเล็กชัน 21st Century Collection ปี 1969 Piaget เผยโฉม Swinging Pebbles เจเนอเรชันใหม่ของ Swinging Sautoirs ในโทนโมเดิร์น แต่ละเรือนคือจี้นาฬิกาที่แกะสลักจากแผ่นหินประดับชิ้นเดียวอย่างไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็น tiger’s eye, verdite หรือ pietersite ก่อนจะคว้านภายในเพื่อบรรจุกลไก Manufacture “ก้อนหิน” รูปทรงประติมากรรมและไม่สมมาตรเหล่านี้ห้อยกับสร้อยคอทองบิดเกลียวเส้นโค้งสลวยทำมือทั้งเส้น เป็นการคารวะต่อความเชี่ยวชาญด้านการทำสายโซ่ของแบรนด์ เมื่อเส้นแบ่งระหว่างจิเวลรี่และงานทำนาฬิกาถูกลบเลือน สร้อยคอเหล่านี้จึงแปรเปลี่ยนเวลาให้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าที่ออกแบบมาเพื่อให้สัมผัสและเล่นกับมันอย่างแท้จริง
New Ornamental Stones Story
Piaget เจาะลึกยิ่งขึ้นสู่มรดกแห่งการใช้หินประดับหลากชนิดที่ชวนหลงใหล เรื่องเล่าบทใหม่นี้คือการยกย่องความชำนาญของแบรนด์ในการรังสรรค์วัสดุอย่าง lapis lazuli, turquoise, malachite และ jade ซึ่งถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นผลงานมาสเตอร์พีซสไตล์ pop art มาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 การตัดเจียรหินเหล่านี้ต้องอาศัยทักษะเหนือชั้น เพราะต้องฝานให้บางเพียง 0.4 มม. ควบคู่กับการลดความเสี่ยงต่อการแตกร้าวให้น้อยที่สุด คอลเล็กชันปีนี้ใช้หินเหล่านี้เพื่อมอบ “ความแปลกใหม่ที่สะกิดอารมณ์” เปลี่ยนทุกหน้าปัดให้กลายเป็นงานศิลปะร่วมสมัยและไอคอนทางวัฒนธรรมใบใหม่อย่างแท้จริง



