สรุปภาพรวม
- ยอดขายงานศิลปะชั้นเยี่ยมแบบออนไลน์ล้วนของบรรดาบ้านประมูลรายใหญ่ทะยานแตะ 423.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 เพิ่มขึ้น 8% แบบปีต่อปี
- Phillips ขึ้นแท่นผู้นำกระแสดิจิทัล โชว์ตัวเลขยอดขายรวมพุ่งแรง 10% แตะ 927 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พร้อมดึงการมีส่วนร่วมจากกลุ่ม Gen Z และ Millennial อย่างหนาแน่น
- ราคาเฉลี่ยของงานศิลปะที่ขายผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลพุ่งขึ้นสู่ระดับ 14,309 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 270% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการแพร่ระบาด
โลกการประมูลงานศิลปะชั้นเยี่ยมกำลังยืนยันตัวตนบนสมรภูมิดิจิทัลอย่างชัดเจน ยอดขายแบบออนไลน์ล้วนยังคงไต่ระดับขึ้นเรื่อย ๆ ตอกย้ำว่าการหันสู่ e-commerce ในยุคโควิดไม่ใช่แค่กลยุทธ์เอาตัวรอดชั่วคราว โดยจากข้อมูลอุตสาหกรรมล่าสุดของ Artnet Intelligence Report: Year Ahead 2026, รายได้จากการประมูลบนเว็บของยักษ์ใหญ่อย่าง Christie’s, Sotheby’s, Phillips, Bonhams และ Artnet Auctions กวาดไป 423.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 แม้จำนวนดีลจะทรงตัวอยู่ราว 30,000 รายการ แต่ราคาเฉลี่ยต่อหนึ่งล็อตกลับดีดตัวขึ้นอีก 8.6% แตะ 14,309 ดอลลาร์สหรัฐ ตัวเลขนี้คือการทะยานขึ้นถึง 270% เมื่อเทียบกับปี 2019 สะท้อนความเชื่อมั่นระลอกใหม่ของนักสะสมกระเป๋าหนักที่พร้อมลงเงินก้อนโตโดยไม่จำเป็นต้องเห็นผลงานจริงต่อหน้า
เทรนด์ใหม่นี้กำลังเขียนกติกาการหาลูกค้าใหม่เสียใหม่ โดยพอร์ทัลดิจิทัลกลายเป็นประตูหลักสำหรับเจเนอเรชันนักประมูลคลื่นลูกใหม่ Christie’s พบว่าลูกค้าใหม่มากถึง 63% เข้าสู่จักรวาลของแบรนด์ผ่านการขายออนไลน์ ขณะที่ Phillips ทะลุกรอบไปไกลกว่า บ้านประมูลรายนี้ปิดปี 2025 ด้วยยอดขายทั่วโลก 927 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 10% และระบุว่าเกือบ 70% ของผลงานทั้งหมดถูกซื้อขายผ่านช่องทางดิจิทัล ความกล้าลองสิ่งใหม่เห็นผลชัดเจน Phillips เปิดตัวระบบ Priority Bidding เป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน โดยให้รางวัลกับผู้ลงสนามเร็วด้วยการลดค่า buyer’s premium กลยุทธ์นี้ส่งให้การประมูลล่วงหน้าพุ่งขึ้นถึง 275% ตอกย้ำว่าการใช้เทคโนโลยีเป็นแรงจูงใจสามารถเขย่ากติกาการประมูลแบบดั้งเดิมได้อย่างสิ้นเชิง
นอกเหนือจากการทำให้ขั้นตอนซื้อขายลื่นไหลกว่าที่เคย บ้านประมูลยังลงสนามเล่นกับกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัยโดยตรงเพื่อคว้าหัวใจคนรุ่นใหม่ แพลตฟอร์ม e-commerce แบบ direct-to-consumer ของ Phillips ในนาม Dropshop ฉลองครบรอบ 2 ปีในปี 2025 ด้วยดรอปสุดฮอต 14 โปรเจ็กต์ รวมถึงคอลแลบกับ disruptor สายร่วมสมัยอย่าง Cj Hendry และ Tom of Finland Foundation สูตรนี้เวิร์กแบบไร้ที่ติ กว่า 60% ของผู้ซื้อผ่าน Dropshop ไม่เคยช้อปผ่าน Phillips มาก่อน และเกือบ 40% ของฐานลูกค้ากลุ่มนี้คือชาว Millennial และ Gen Z การสลัดภาพบรรยากาศห้องประมูลแบบค้อนเคาะ–โพเดียมสุดขรึม แล้วหันมาเล่นเกมดรอปสุดฮือฮา ทำให้สถาบันศิลปะสายคลาสสิกเหล่านี้สามารถล็อกความเป็นผู้นำในอนาคตได้อย่างแน่นหนา



