Haider Ackermann x Canada Goose ปล่อยคอลเล็กชัน SS26 บางเบาราวขนนก เบาสบายเหมือนไม่แบกรับน้ำหนักโลก
บทสนทนาเอ็กซ์คลูซีฟกับดีไซเนอร์ผู้เปลี่ยนความ ‘หนักอึ้ง’ ของโลกยุคนี้ให้กลายเป็นความเบาบางเชิงกวีและเส้นสายเรขาคณิตสุดไฟฟ้า เพื่อต่อกรกับความตึงเครียดของโลกปัจจุบัน
อาศัยพลังของการเปลี่ยนผ่านตามฤดูกาลเป็นแรงส่ง Haider Ackermann และ Canada Goose กำลังตีความ “จิตวิทยา” ของอาวเตอร์แวร์ขึ้นใหม่ สำหรับแคปซูล Spring/Summer 2026 Snow Goose ครั้งนี้ Ackermann ตอบรับความ “หนักอึ้ง” และความปั่นป่วนของโลกยุคปัจจุบันอย่างตรงไปตรงมา ด้วยการออกแบบเสื้อผ้าที่วางรากฐานบนความเบาบางเป็นหลัก รีเฟรมความหมายของการปกป้องจากสภาพแวดล้อมเสียใหม่ คอลเล็กชันนี้มองอาวเตอร์แวร์ไม่ใช่เกราะป้องกันที่คับแคบแข็งทื่อ แต่คือผิวชั้นที่สองอันพลิ้วไหว ที่ทำให้ผู้สวมใส่หายใจได้โล่งเต็มปอด เคลื่อนไหวได้อิสระ และก้าวออกไปโอบรับโลกรอบตัวอย่างมั่นใจ
“มันคือบทสนทนาแผ่วเบาระหว่างการปกป้องและเสรีภาพ” Ackermann อธิบาย พร้อมย้ำถึงความต้องการ “การมีตัวตน” โดยไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดังหรือฟุ้งเกิน เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณอันพลุ่งพล่านและเป็นสัญชาตญาณนี้ แคมเปญภาพถ่ายโดย Tim Elkaïm ที่ได้ทีมนางแบบนายแบบสุดโดดเด่นอย่าง Aluel Keror, Saliou Diagne, Nyawurth Chuol และ Chubath Ngok มาร่วมถ่ายทอด เน้นให้เห็นว่าเสื้อผ้าตอบสนองต่อแสงสว่าง ท่วงท่า และพลังงานของร่างกายมนุษย์อย่างมีชีวิตชีวาอย่างไร ไลน์เสื้อผ้าที่หลากหลายเลือกใช้วินด์เบรกเกอร์น้ำหนักเบาในโทนคัลเลอร์บล็อก และเสื้อเจอร์ซียืดรัดรูปแนบผิว เพื่อคอมโพสซิลูเอตที่ไม่เหมือนใคร ก้าวข้ามจากมิติความปลอดภัยเชิงฟังก์ชันเพียงอย่างเดียว Ackermann เติมความเป็น “ไฟฟ้าเรขาคณิต” แบบโมเดิร์นผ่านดีเทลสะท้อนแสง เพิ่มจังหวะโครงสร้างที่มีกลิ่นอายเทคโนให้กับพาเลตสีสดที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ทั้ง Bright Pink, Dark Umber, Azurite Blue และ Bright Coral
การเลือกใช้วัสดุของคอลเล็กชันนี้เชื่อมโยงระหว่างความหรูหราเชิงกวีแบบ Ackermann เข้ากับ DNA สายลุยที่ผ่านการทดสอบภารกิจสำรวจของ Canada Goose ได้อย่างไร้รอยต่อ ไอเท็มเด่นอย่าง Celestia Jacket เสื้อตัวนอกบุนวมบางเบาราวขนนก เลือกใช้ผ้าไหมทอผสมแบบกันน้ำ—เท็กซ์ไทล์ที่ Ackermann ยกให้เป็นวัสดุที่ทั้งเป็นธรรมชาติ สง่างาม และแข็งแรงอย่างน่าทึ่ง ในดรอปนี้ยังมี Merge Jacket แจ๊กเก็ตผ้าไนลอนริปสต็อปสามเลเยอร์ ซีมซีลกันลม และยังดิ่งลึกลงไปในอาร์ไคฟ์ของแบรนด์ผ่านแจ๊กเก็ตเชิงเทคนิคอย่าง Mirage Jacket ปิดจบโซลูชันรับมือสภาพอากาศแปรปรวนด้วย Orren Jacket ที่ระบายอากาศได้ดีเยี่ยม Flux Shorts น้ำหนักเบา และ Apex Leggings ที่แนบผิวราวกับเป็นชั้นผิวที่สอง ท้ายที่สุด แคปซูล SS26 จึงกลายเป็นเวิร์ดโรวบร่วมสมัยที่ไม่ใช่แค่เพื่อเอาตัวรอดจากภูมิอากาศที่คาดเดาไม่ได้ แต่เพื่อคงความเคลื่อนไหวอย่างงดงามท่ามกลางสภาพอากาศเหล่านั้น ก่อนการเปิดตัวที่ใคร ๆ รอคอย เราได้พูดคุยกับดีไซเนอร์ถึงการนำแบรนด์เดินบนสมรภูมิระหว่างการแสดงออกเชิงไฮแฟชั่นและเสื้อผ้าสำหรับการเอาตัวรอดที่มาพร้อมสมรรถนะสูง เลื่อนลงไปอ่านต่อด้านล่าง
Hypebeast: ปกติแล้วเวลาออกแบบอาวเตอร์แวร์ คำว่า “การปกป้อง” มักแปลว่าต้องมีเกราะชั้นหนาหนัก แต่แคปซูลนี้กลับโฟกัสที่ความเบาและเสื้อผ้าที่ทำหน้าที่เหมือนผิวชั้นที่สอง คุณมอง “จิตวิทยา” ของเสื้อผ้ากันสภาพอากาศจากของที่ให้ความรู้สึกตั้งรับ ไปสู่ของที่กระตุ้นให้ร่างกายอยากขยับเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง?
Haider Ackermann: ผมไม่อยากแตะการเมืองเท่าไร แต่เรากำลังอยู่ในโลกที่ค่อนข้างรุนแรง ฮาร์ดคอร์ หนักหน่วง และน่าหวั่นไหวอย่างยิ่ง ชีวิตรอบตัวเรารู้สึกหนักอึ้งไปหมด แค่คุณเปิดข่าว ก็ต้องเผชิญหน้ากับมันแล้ว บางทีผมเองก็แค่ต้องการ “ความเบา” เล็กน้อย ซึ่งแปลว่าคุณอยากหายใจ อยากได้อากาศ อยากจะเคลื่อนไหว อยากยกแขนขึ้นกลางอากาศแล้วแค่…หายใจอย่างเรียบง่าย มันจึงเป็นเรื่องของความหนักอึ้งของสภาพโลกตอนนี้ และปฏิกิริยาของผมคือ ‘โอเค เราต้องเบาลง’ ผมต้องรู้สึกได้ว่าผมหายใจได้ เคลื่อนไหวได้ โดยไม่ถูกปิดกั้น
การเลือกใช้วัสดุในแคปซูลนี้มีความเป็นกวีอย่างคาดไม่ถึง โดยเฉพาะการใช้ผ้าไหมทอผสมกันน้ำกับ Celestia Jacket อะไรทำให้คุณอยากลองผสานเท็กซ์ไทล์สัมผัสบอบบางละเอียดอ่อนแบบนี้ เข้ากับ DNA อันดิบแกร่งและขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพของ Canada Goose?
ผ้าไหมคือหนึ่งในวัสดุที่เป็นธรรมชาติมากที่สุดในโลก และในขณะเดียวกันก็เป็นหนึ่งในวัสดุที่แข็งแรงที่สุดด้วย มันคือหนึ่งในวัสดุที่ยอดเยี่ยมมาก ๆ แต่ไม่ค่อยมีใครตระหนักถึง สำหรับคนที่มาจากฝั่งแฟชั่นอย่างผม มันคือวิธีที่จะยกระดับอาวเตอร์แวร์…พยายามพามันไปอยู่ในบริบทใหม่ และใส่โลกของผมเข้าไปในโลกใบนี้ ผมคิดว่านั่นแหละคือเสน่ห์ของงานเรา…การเปิดรับมุมมองใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดตั้งคำถาม ในขณะเดียวกันก็ยังรักษาขนบเดิมเอาไว้
คุณเคยบอกว่าสีต่าง ๆ อย่าง Azurite Blue และ Bright Coral จะมีชีวิตขึ้นมาจริง ๆ เมื่อร่างกายขยับ ในฐานะดีไซเนอร์ คุณใช้เทคนิคคัลเลอร์บล็อกและดีเทลสะท้อนแสงเพื่อจับ “จังหวะการเคลื่อนไหว” ของร่างกายมนุษย์อย่างไร แทนที่จะใช้มันแค่ในฐานะองค์ประกอบด้านความปลอดภัย?
ถ้าคุณดูทั้งคอลเล็กชัน รวมถึงโทนสี จะเห็นว่าน้ำเงินเยอะ น้ำตาลก็เยอะ ซึ่งทั้งคู่สะท้อนภูมิทัศน์ทางอารมณ์บางอย่าง ผมชอบทำคัลเลอร์บล็อก เพราะมันให้อารมณ์โมเดิร์นแบบหนึ่ง เหมือนมีไฟฟ้ารูปทรงเรขาคณิตที่ทำให้เสื้อผ้าดูแอ็กทีฟขึ้นกว่าที่เคย คุณจะรู้สึกเหมือนอยากขยับตัวมากขึ้นด้วย
ผมชอบไอเดียที่ไม่มีอะไรนิ่งเฉยหรือเฉื่อยชาอยู่กับที่ ผมชอบความขี้เล่นแบบนั้น คุณรู้ไหม…ผมไม่ควรพูดเรื่องนี้เท่าไร แต่ผมก็มีงานอีกด้านหนึ่ง และเวลาออกแบบกราฟิกทั้งหมดให้ Canada Goose ผมจะจินตนาการว่า ‘โอเค ผมมีโค้ต cashmere อยู่ แต่ต่อให้ผมใส่สิ่งนี้ มันก็จะไม่ทำให้โค้ต cashmere ของผมดูเชย ตรงกันข้าม มันจะทำให้อาวเตอร์แวร์ของผมดูหรูขึ้นด้วยซ้ำ’ สำหรับผม การผสมผสานแบบนี้ทำให้ผมมีอิสระ และมีพื้นที่ให้เล่นกับดีเทลสะท้อนแสงเหล่านั้น ผมชอบที่มันไม่ได้มีไว้เพื่อการปกป้องอย่างเดียว แต่สำหรับผม มันให้โครงสร้างบางอย่าง เติมความเป็นเทคโนเข้าไปทั้งชุด
พอคุณถูกท้าทายให้สร้างสรรค์ชิ้นงานที่ต้องพร้อมรับมือสภาพอากาศสุดขั้ว และให้ความสำคัญกับสมรรถนะเชิงสปอร์ตเป็นหลัก “ภาษาความคิดสร้างสรรค์” ของคุณเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง? สำหรับคุณแล้ว การออกแบบเพื่อไฮแฟชั่นกับการออกแบบเพื่องานสมรรถนะเชิงแอธเลติกต่างกันมากแค่ไหน?
ต่างกันมากในแง่ที่ว่าที่ Canada Goose ผมได้คุยกับคนรุ่นใหม่แบบตรง ๆ ผมชอบคุยกับเยาวชน มันให้พลังบางอย่าง เวลาผมคิดถึงพวกเขา ฟังพวกเขา…แล้วพูดตามตรง มันช่วยให้ผมรู้สึกเด็กอยู่เสมอ ผมเคยเป็นดีไซเนอร์นิชมาก ๆ อยู่ในโลกเล็ก ๆ ของตัวเอง แต่มาทำงานกับ Canada Goose ผมมีทั้งภูมิทัศน์กว้างใหญ่ มีผู้คนเป็นพัน ๆ ให้แต่งตัวให้ และนั่นคือความสุข
โลกธรรมชาติส่งแรงบันดาลใจให้กับจินตนาการของคุณมากแค่ไหน และท้ายที่สุดมันเดินทางเข้าไปอยู่ในงานออกแบบของคุณอย่างไรบ้าง?
ที่ Canada Goose เราได้ออกทริปสำรวจจริง ๆ เราเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ทั่วโลก ที่ซึ่งคุณจะรู้สึกได้ถึงพลังของธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ท่วมท้น จนคุณรู้สึกตัวเล็กมากเมื่อเทียบกับโลก ต่อให้มีใครอยู่รอบตัวผม—ไม่ว่าจะเป็นแขก หรือทีมงานที่ทำงานด้วยกัน—ก็ยังมีความรู้สึกโดดเดี่ยวแบบหนึ่งที่งดงามมาก ๆ อยู่ดี
คอลเล็กชันนี้คือบทสนทนาระหว่างการปกป้องและการเปิดเผย คุณช่วยเล่าเพิ่มได้ไหมว่าแนวคิดนี้ถูกถ่ายทอดลงไปในเสื้อผ้าของฤดูกาลนี้อย่างไรบ้าง?
มันคือความเปราะบางที่อยู่ระหว่างสองสิ่งนี้ บทสนทนาระหว่างการปกป้องและการเปิดเผยคือการขยายความเป็น “เกราะ” ของตัวคุณเองออกไป คุณไม่ได้อยากหลบซ่อน มันคือการปะทะกันของสองโลก—โลกของสิ่งที่คุณอยากเป็น และสิ่งที่คุณไม่อยากเป็น แต่ท้ายที่สุดแล้ว มันคือการอยาก “อยู่ตรงนั้น” โดยไม่ต้องส่งเสียงดัง ผมคิดว่าโลกทุกวันนี้เสียงดังพอแล้ว และในความเงียบของเราเองนั่นแหละ มีพลังของการดำรงอยู่ซ่อนอยู่
เมื่อมองไปยังอนาคตของไลน์ Snow Goose คุณมองเห็นการขยับเพดานระหว่างเสื้อผ้าสำหรับการเอาตัวรอดที่มาพร้อมสมรรถนะสูงกับการแสดงออกเชิงไฮแฟชั่นไปได้ไกลกว่านี้อย่างไรบ้าง?
ผมไม่อยากให้ Canada Goose กลายเป็นแฟชั่นแบรนด์จ๋า ๆ นั่นไม่ใช่จุดประสงค์ของผม ไม่ใช่สิ่งที่ผมสนใจ สิ่งที่ผมสนใจคือทำให้มัน “ร่วมสมัย” และ “อยู่ในปัจจุบัน” จริง ๆ การจะทำให้คอลเล็กชันดูร่วมสมัยได้ คุณต้องสะท้อนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบนโลก และต้องเปิดใจมองดูมัน…ต้องอยู่กับปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมเลยไม่ได้มีแผนกลยุทธ์ชัดเจนสำหรับอนาคต—ก็ในเมื่อเราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมคิดว่าทุกวันนี้ โดยเฉพาะในโลกของเรา เราใช้ชีวิตกันแบบวันต่อวัน และเดินหน้าต่อด้วยทุกสิ่งที่เรามี ด้วยสัมภาระทั้งหมดที่เราหอบมาด้วย นั่นแหละคือพลังของเรา แล้วค่อยดูว่ามันจะพาเราไปไหน เพราะงั้นผมมองตัวเองในอีก 10 ปีข้างหน้าไหม? ไม่เลย แต่ผมรู้ว่าบ่าของผมแข็งแรงพอ และชีวิตของผมก็แข็งแรงพอที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า
โลกใบนี้มีความหนักอึ้งอยู่มากมาย พอมีภาวะโลกร้อน เสื้อผ้าก็ต้องเบาลง และต้องไม่อุ่นเท่าเดิม เราไม่รู้เลยว่าสิ่งแวดล้อมกำลังบอกอะไรเราทุกวัน เพราะแต่ละวันไม่เหมือนกัน จะต้องมีเสื้อผ้าอีกมากที่ถูกออกแบบให้รองรับสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศที่หลากหลาย และผมว่ามันน่าสนใจ เราสามารถเปิดรับ และยอมให้สภาพอากาศเป็นตัวท้าทายเราได้
คอลเล็กชัน Spring/Summer 2026 Snow Goose by Canada Goose จะวางจำหน่ายแบบเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะทางออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2026 เป็นต้นไป ถัดจากการเปิดตัวแบบดิจิทัล แคปซูลนี้จะวางขายต่อในหน้าร้าน Canada Goose สาขาคัดสรรในวันอังคารที่ 14 เมษายน



















