สรุป
- ภายในงาน Watches and Wonders 2026 แบรนด์ BVLGARI เปิดตัวไลน์ใหม่ Octo Finissimo ขนาด 37 มม. เคียงคู่เรือนเวลา Ultra Tourbillon Platinum ผู้ทำลายสถิติความบางอย่างเหนือความคาดหมาย
- Serpenti Tubogas Studs โฉมใหม่ ร่วมด้วย Serpenti Aeterna และเครื่องประดับ B.zero1 โดดเด่นด้วยสุนทรียะ Gold & Steel อันเฉียบคมและทรงพลัง
การหวนคืนสู่เจนีวาเพื่อร่วมงาน Watches and Wonders อย่างเป็นทางการเป็นครั้งที่สอง ตอกย้ำสถานะของ BVLGARI ในฐานะมาสเตอร์ผู้ถ่ายทอดศิลปะแห่งกาลเวลา นวัตกรรมล่าสุดของเมซงคือการเฉลิมฉลองแพชชันเชิงสร้างสรรค์ ที่หลอมรวมความชำนาญกลไกระดับสูงแบบสวิสเข้ากับความหมกมุ่นด้านความงามอันไร้เทียมทานแบบอิตาเลียน โดยมี “Art of Shape” เป็นแกนกลาง คอลเล็กชันนี้สำรวจความเป็นคู่ขั้วของทองคำและสตีล การย่อส่วนกลไกระดับไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์ และการแปรเปลี่ยนไม่รู้จบของไอคอนผู้เปี่ยมเสน่ห์ วิสัยทัศน์แบบอาวองการ์ดชวนดื่มด่ำนี้เปิดประตูสู่โลกที่เรขาคณิตในสถาปัตยกรรมโรมันโบราณมาบรรจบกับระบบนิเวศดิจิทัลแห่งอนาคต พร้อมผลักเพดานขีดจำกัดของวิศวกรรมศาสตร์เรือนเวลาให้ไกลยิ่งขึ้น
Serpenti Tubogas Studs Capsule
Serpenti Tubogas Studs Capsule คือการหวนคืนอย่างเปี่ยมคาแรกเตอร์สู่เรื่องราว Gold & Steel ที่นิยามยุค 1970s อันเปี่ยมวิสัยทัศน์ของ BVLGARI แคปซูลนี้พาโลกจิวเวลรี่มาปะทะกับดีไซน์เชิงอุตสาหกรรมในบทสนทนาอันเปี่ยมอารมณ์ ขับเน้นเส้นสายเย้ายวนชวนสะกดของอสรพิษด้วยเรขาคณิตคมกริบของหมุด “clou” เหลี่ยมมุมทรงพีระมิดเหล่านี้หยิบแรงบันดาลใจจากคลังจิวเวลรี่ของเมซง แปรขด Tubogas อันอ่อนช้อยให้กลายเป็นประติมากรรมชิ้นเอกที่โอบรัดข้อมืออย่างเป็นธรรมชาติ การผสานกันของสองขั้วตรงข้าม—ความสูงศักดิ์ของทองคำเคียงคู่พลังอุตสาหกรรมของสตีล—ตีความสัญลักษณ์อสรพิษให้กลายเป็นวัตถุแห่งแรงปรารถนาในแบบโมเดิร์นอย่างแท้จริง
คอลเล็กชันนี้เผยโฉมผ่านสี่รุ่นลิมิเต็ดที่มีคาแรกเตอร์ชัดเจน แต่ละเรือนถ่ายทอดจิตวิญญาณ “Master of Colors” อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยหน้าปัดหินแข็งสีสดและมุกน้ำทะเลเล่นประกาย หนึ่งเวอร์ชันจับคู่ทองคำสีเหลืองเจิดจ้ากับโทนแดงลึกของคาร์เนเลียน แต่งแต้มด้วยหมุดที่ประดับเพชรเจียระไนแบบ brilliant-cut 60 เม็ด ส่วนรุ่นอื่นๆ สำรวจความงามแบบทูโทน ด้วยขอบตัวเรือนและหมุดโทนทองเหลืองหรือทองชมพู ตัดกับสายข้อมือสตีลขัดเงาและหน้าปัดมาลาไคต์สีเขียว โซดาไลต์สีน้ำเงิน หรือมุกน้ำทะเลแวววาว เดินด้วยกลไกควอตซ์เที่ยงตรง เรือนเวลา 35 มม. เหล่านี้ปิดท้ายด้วยพลอย rubellite สีชมพูเจียระไนแบบ cabochon ประดับบนเม็ดมงกุฎ ถ่ายทอดจิตวิญญาณผู้บุกเบิกที่ส่งต่อมรดกสู่อนาคต
Octo Finissimo Ultra Tourbillon Platinum
ในปี 2025 BVLGARI สะกดทุกสายตาในโลกนาฬิกาด้วยการทำสถิติโลกด้านความบางเป็นครั้งที่ 10 กับรุ่นไทเทเนียม Octo Finissimo Ultra Tourbillon ปีนี้เรื่องราวก้าวสู่บทอันเอ็กซ์คลูซีฟยิ่งขึ้นกับการเปิดตัว Octo Finissimo Ultra Tourbillon Platinum ผลงานชิ้นเอกที่มีความหนารวมเพียง 1.85 มม. จนแทบเหลือเชื่อ แม้มิติระดับสถิติโลกยังคงเดิม แต่การเปลี่ยนสู่วัสดุแพลทินัม—โลหะทรงคุณค่าที่ได้รับการเทิดทูนด้านความหนาแน่นและความสูงศักดิ์มาตั้งแต่ยุคกษัตริย์หลุยส์ที่ 16—ได้ตีความเรือนเวลาใหม่นี้ให้มีมิติที่ลึกซึ้งและหนักแน่นยิ่งขึ้น การขึ้นรูปแพลทินัมในสเกลสุดขั้วเช่นนี้คือความท้าทายเชิงเทคนิคอย่างแท้จริง ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเพื่อคงไว้ซึ่งความงามล้ำสมัยถึงขีดสุดของคอลเล็กชัน ภายใต้โครงสร้างที่แข็งแกร่งแต่ยืดหยุ่นได้
เรือนเวลานี้โดดเด่นด้วยการเคลือบ PVD สีน้ำเงินสดบนหน้าปัดย่อยบอกชั่วโมงและนาทีแบบเปลือยกลไก ลายเซ็นสีสันจัดจ้านที่ตัดกับประกายโมโนโครมของแพลทินัมบนตัวเรือนและสายแบบอินทิเกรเต็ดอย่างเฉียบคม ภายในกรอบขนาด 40 มม. คือกลไกจักรกลไขลานด้วยมือ แคลิเบอร์ BVF 900 แบบ flying tourbillon ทำงานที่ความถี่ 4 Hz พร้อมพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง ทุกมิลลิเมตรของกลไกคือผืนผ้าใบแห่งนวัตกรรม ตั้งแต่การเคลือบ galvanic แบบออริจินัลบนเมนเพลต ไปจนถึงล้อเฟือง ratchet เหล็กสลักลายเรขาคณิต ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือนสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ผลงานนี้จึงทำหน้าที่เป็นหมุดหมายสำคัญของศิลปะแห่งโฮโรโลจีร่วมสมัยระดับไฮเอนด์
Serpenti Aeterna
Serpenti Aeterna ประกาศการแปรเปลี่ยนสู่การเป็นสัญลักษณ์แห่ง “รูปทรงบริสุทธิ์” อย่างเต็มตัว คือการยกระดับสัญญะที่ทรงแรงดึงดูดที่สุดของ BVLGARI ให้ละเอียดล้ำยิ่งกว่าเดิม เมื่อหลุดพ้นจากการตีความเชิงรูปธรรม ไอคอนตัวนี้จึงถูกกลั่นแก่นให้เหลือเพียงแรงตึงระหว่างอัญมณีเปล่งประกายและทองคำสีเหลืองโทนสุริยัน ทำหน้าที่เสมือนแถลงการณ์เรื่องความงามเชิงรูปทรงที่ทอดตัวสู่อนาคต เวอร์ชันไฮจิวเวลรี่คือผลงานช่างทองที่ชวนให้ลมหายใจสะดุด ห่อหุ้มด้วยอัญมณีหายากสีสันจัดจ้าน 122 เม็ด ทั้ง rubellite, amethyst, emerald และ Paraíba tourmaline พาเลตต์เปี่ยมชีวิตชีวานี้ผ่านการรังสรรค์อย่างพิถีพิถันยาวนาน 225 ชั่วโมง ถักทอความระยิบระยับของเม็ดสีไว้ด้วยแนวเพชรขาวเจิดจรัสที่ทอดตัวตามเค้าโครงของอสรพิษอย่างงดงาม
ในอีกบทที่ละเมียดหรูไม่แพ้กัน BVLGARI ยังเผยโฉม Serpenti Aeterna ในเวอร์ชันทองคำสีเหลืองล้วนเป็นครั้งแรก โลหะสีสุริยันที่ยิ่งขับเน้นเส้นสายประติมากรรมซึ่งทั้งตึงและโค้งโอบของเรือนเวลาให้งดงามยิ่งขึ้น รุ่นนี้วางสมดุลระหว่างความล้ำค่าและความง่ายต่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ด้วยหน้าปัดมุกสีขาวและเพชรประดับช่วงหัวและหางที่สะท้อนเส้นโค้งพลิ้วไหวของสายนาฬิกา ทั้งสองเวอร์ชันของเรือนควอตซ์ขนาด 24 มม. นี้ใช้ดีไซน์ส่วนหัวอสรพิษที่ถูกลดทอนเส้นสายอย่างถึงที่สุด และสเกลทรงหกเหลี่ยมแบบโปร่งบนสายนาฬิกาเพื่อเปิดรับแสงให้รดอาบอัญมณี กลายเป็นจิวเวลรี่ชิ้นมหัศจรรย์ที่เฉลิมฉลองทั้งการเคลื่อนไหวและความรื่นรมย์ของสีสันอย่างแท้จริง



