นับตั้งแต่เปิดสตูดิโอเมื่อ 10 ปีก่อน สองผู้ก่อตั้ง 6:AM อย่าง Edoardo Pandolfo และ Francesco Palù ก็ทุ่มเททำงานกันอย่างจริงจังแบบไม่เคยผ่อนแรงเลยสักวัน
เริ่มจากการเลือกทำงานกับวัสดุที่ขึ้นชื่อทั้งเรื่องความยากและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง จากนั้นพวกเขาก็ตั้งปณิธานว่าจะไม่พูดคำว่า “ไม่” เลย แม้ในวันที่โปรเจ็กต์ดูแทบเป็นไปไม่ได้ก็ตาม
ที่งาน Salone del Mobile ปีนี้ คุณจะได้เห็นผลลัพธ์ของความทุ่มเททั้งหมดใน Over and Over and Over and Over นิทรรศการสุดทะเยอทะยานที่จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศขลังของ Piscina Romano งานโชว์ที่โฟกัสการทำงานกับกระจกและพลังของ “ความซ้ำ” แต่ไม่ใช่ในแบบที่คุณคาดเดาได้ง่ายๆ
“แนวคิดที่เราอยากเล่า คือการทำซ้ำขององค์ประกอบ” พวกเขาอธิบาย “เป็นวิธีพา ‘วัตถุ’ หรือเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่ง ไปอยู่ในสเกลอีกระดับหนึ่ง คล้ายชิ้นงานสถาปัตยกรรม”
ใจกลางนิทรรศการคืออินสตอลเลชั่นสูงตระหง่านที่สร้างจากลูกบาศก์กระจก Batch โมดูลาร์ซึ่งซ้อนเรียงกันเป็นกำแพงเรืองแสง เบลอเส้นแบ่งระหว่าง “วัตถุ” กับ “สถาปัตยกรรม” สำหรับที่นี่ “ความซ้ำ” ไม่ได้หมายถึงความเหมือนเดิมเป๊ะ ๆ แต่คือการสะท้อนกระบวนการทำงานต่างหาก
“เราเคยชินกับการวาดทับ วาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้โฟกัสกับมันได้จริงๆ” พวกเขาบอก “มันเหมือนมนตร์บทหนึ่งที่ท่องซ้ำไปเรื่อยๆ”
วิธีคิดแบบนั้นมาจากการทำงานกับกระจกโดยตรง ต่างจากไม้หรือโลหะ กระจกแทบไม่เปิดโอกาสให้ลังเลเลย เมื่อกระจกหลอมเหลว เวลาก็เริ่มนับถอยหลัง “คุณมีเวลาทำชิ้นงานแค่ราว 20 นาทีเท่านั้น” พวกเขาเล่า “พอเริ่มแล้ว คุณต้องรู้เลยว่าตัวเองจะทำอะไร อย่างไร”
ด้วยเหตุนี้ 6:AM จึงไม่เริ่มจาก “รูปทรง” แต่เริ่มจาก “กระบวนการ” ก่อน “ที่ฐานของทุกโปรดักต์คือกระบวนการ” พวกเขาว่า “เราออกแบบกระบวนการก่อน แล้วค่อยหาวิธีเดินไปสู่รูปทรงสุดท้าย”
วิธีนี้ต้องอาศัยทั้งวินัยและความพร้อมที่จะเปิดรับสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ ในการทำกระจก “ความซ้ำ” เป็นเงื่อนไขสำคัญ ทั้งในเชิงความคิดสร้างสรรค์และในเชิงปฏิบัติ “สองชิ้นแรก สามชิ้นแรก สิบชิ้นแรก คุณต้องทิ้งไปเลย” พวกเขาบอก “แล้วชิ้นที่สิบเอ็ดนั่นแหละ ถึงจะออกมาดี”
และต่อให้ถึงตอนนั้น ความสมบูรณ์แบบก็ยังเลือนรางอยู่ดี ความแปรผันเล็กๆ จะค่อยๆ โผล่ขึ้นมา ทั้งอาการเพี้ยนของเฉดสี การบิดเบี้ยวเพียงน้อยนิด หรือปฏิกิริยาไม่คาดคิดในตัววัสดุ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ “ความผิดพลาด” ที่ต้องลบออก แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทั้งหมด
บางครั้ง โมเมนต์เหล่านี้เองที่กลายมาเป็นตัวนิยามงานชิ้นสุดท้าย
สตูดิโอย้อนเล่าถึงโคมแชนเดอเลียร์ยุคแรกที่ทำจากลูกบาศก์กระจก ซึ่งเกิดปฏิกิริยากับแม่พิมพ์เหล็กจนกลายเป็นสีเขียว ผลลัพธ์ที่ตอนแรกเหมือนจะเป็นความล้มเหลว “เราบอกกันว่า เอาน่า แขวนมันขึ้นไปแบบนั้นแหละ” พวกเขาจำได้ “สิ่งที่เราไม่รู้เลยก็คือ ทุกคนดันหลงรักมันเข้าเต็มๆ”
ความเปิดรับสิ่งเหนือความคาดหมายแบบนี้แทรกอยู่ทั่วทั้งนิทรรศการใน Milan เคียงข้างอินสตอลเลชั่นหลักคือซีรีส์ใหม่ของงานโคมไฟและเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงงานทดลองจัดเต็มอย่างผนังโมดูลาร์ที่ทำจากวัสดุเหลือใช้ และชิ้นงานกระจกเชิงประติมากรรมที่ก้าวข้ามความงามแบบ Murano ดั้งเดิมออกไปไกล
หนึ่งในเป้าหมายหลักคือการท้าทายมุมมองต่อกระจก “เราอยากทำให้คนเห็นกระจกในแบบอื่น ที่ไม่ใช่แค่ต้นแบบของแชนเดอเลียร์” พวกเขาว่า “แต่อย่างสิ่งที่คุณสามารถใช้สร้างสถาปัตยกรรมภายในสเปซได้จริงๆ”
ตัวสถานที่เองก็มีบทบาทสำคัญ Piscina Romano สระว่ายน้ำสาธารณะกึ่งร้าง มอบทั้งสเกลและบรรยากาศให้ 6:AM ขยายงานของตัวเองไปสู่ประสบการณ์ที่ดื่มด่ำกว่าเดิม นิทรรศการนี้ต่อยอดมาจากงานใน Salone ปีที่แล้ว “วันสุดท้ายของงาน เราบอกกันว่า โอเค ปีหน้าเราลองทำอะไรที่ทะเยอทะยานกว่านี้กันเถอะ” พวกเขาเล่า
ความทะเยอทะยานนี้ไม่ได้หยุดแค่ตัววัตถุ ภายนอกอาคาร ท่ามกลางสวนโดยรอบ สตูดิโอยังครีเอต Bar Pieno บาร์ชั่วคราวที่เปิดตลอดสัปดาห์ ต้อนรับเชฟ ดีเจ และโปรแกรมอีเวนต์แบบเปิดปลาย ออกแบบให้เป็นที่ที่คุณมานั่งใช้เวลา ไม่ใช่แค่เดินผ่านแล้วจบ
การเพิ่มพื้นที่สำหรับพบปะสังสรรค์สะท้อนถึงการขยับมุมมองที่กว้างขึ้นของ 6:AM ต่อการทำงานของตัวเอง สิ่งที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงคอมมิชชันสุดหิน “โปรเจ็กต์บ้าบอที่ไม่มีใครอยากรับทำ” วันนี้กลายเป็นแนวปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้น วางตัวอยู่กึ่งกลางระหว่างดีไซน์ สถาปัตยกรรม และงานอินสตอลเลชั่น
แต่แก่นของการทำงานยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน นั่นคือการทำซ้ำ การลองปรับต่อยอด และความตั้งใจที่จะสร้างสรรค์ภายใต้ข้อจำกัด
“ความซ้ำคือสิ่งที่สร้างโครงสร้าง” พวกเขาว่า “และภายในโครงสร้างนั้นแหละ ที่คุณสามารถออกสำรวจได้อย่างเต็มที่”
นิทรรศการของ 6:AM จัดแสดงถึงวันที่ 26 เมษายน ที่ Via Ampère 24, 20133, Milano.



