ยังหวีดดัง: 35 ปีแห่งความสะพรึงของ The Silence of the Lambs
ผ่านไปกว่าสามทศวรรษ ผลงานระทึกขวัญของ Jonathan Demme เรื่องนี้ยังคงเป็นมาสเตอร์พีซแห่งโลกภาพยนตร์ โดดเด่นด้วยการแสดงอันหลอนติดตาและการขุดลึกสู่ด้านมืดของจิตวิทยามนุษย์
ย้อนไปเมื่อ 35 ปีก่อน ผลงานของ Jonathan Demme เรื่องThe Silence of the Lambsทำในสิ่งที่แทบเป็นไปไม่ได้ ด้วยการยกระดับหนังสยองขวัญเชือดฆ่าให้กลายเป็นงานศิลปะชั้นสูง การกวาดรางวัลใหญ่ทั้งห้าสาขาในงาน Academy Awards ปี 1992 เปรียบเสมือนการสถาปนาบัลลังก์ให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ในฐานะแบบฉบับของแนวทางนี้ และตอกย้ำสถานะให้กลายเป็นมาตรฐานทองคำของภาพยนตร์เขย่าขวัญเชิงจิตวิทยาไปตลอดกาล
ในยุคที่วงการภาพยนตร์พึ่งพา VFX และ CG มากขึ้นเรื่อย ๆ การย้อนกลับไปยังชั้นใต้ดินอับชื้นใน Baltimore คือการทบทวนให้เห็นชัดว่าทำไมหนังเรื่องนี้ถึงเป็นบทเรียนระดับมาสเตอร์คลาสเรื่องสายตา เพศภาวะ และความงามอันน่าขนลุกของจิตมนุษย์ มันไม่ใช่แค่ความรุนแรงเลือดสาด แต่ยังอัดแน่นไปด้วยความใกล้ชิดทางอารมณ์The Silence of the Lambsถูกออกแบบด้วยชุดช็อตโคลสอัประยะประชิดสุดขีดต่อเนื่องกัน (ลายเซ็นประจำตัวของ Demme) ที่บีบให้ผู้ชมต้องเผชิญหน้าตรง ๆ แบบไม่กะพริบตากับ Dr. Hannibal Lecter แม้ Anthony Hopkins จะปรากฏตัวบนจอรวมกันไม่ถึง 20 นาที เขาก็สรรค์สร้างปีศาจขนาดโศกนาฏกรรมเชกสเปียร์ขึ้นมาได้สำเร็จ ซึ่งตรงกันข้ามกับภาพจำของคำว่า “ปีศาจ” โดยสิ้นเชิง Lecter ของเขากลับทั้งละเมียด สุภาพ และล่าเหยื่ออย่างเลือดเย็น เปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นการผ่าตัดควักล้วงจิตใจอย่างเฉียบคม
ขนาบข้างเขา Clarice Starling ของ Jodie Foster ยังคงเป็นหนึ่งในตัวเอกที่ล้ำหน้าที่สุดในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ แทนที่จะถูกปั้นให้กลายเป็นนางเอกสายบู๊โอเวอร์เบอร์ เธอกลับถูกเล่าในฐานะ “ผู้หญิงคนหนึ่ง” อย่างแท้จริง Clarice คือผู้หญิงที่ต้องฝ่าด่านวัฒนธรรม “boys’ club” ที่อึดอัดใน FBI และแทนที่จะพึ่งพาปืนในซอง เธอเลือกใช้สติปัญญาและความเปราะบางของตัวเองเป็นอาวุธหลัก พลังของเธออยู่ที่ความสามารถในการทนรับสายตาจับจ้องของผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นแววตาลวนลามจากเพื่อนร่วมงาน หรือสายตาวิเคราะห์เย็นชาของฆาตกรกินคน
เหนือไปกว่ามุก “fava beans” กับ “nice Chianti” มรดกที่แท้จริงของหนังเรื่องนี้คือความประณีตในงานสร้าง ดนตรีออร์เคสตร้าบรรยากาศหม่นของ Howard Shore และงานภาพแน่นอึดอัดของ Tak Fujimoto ร่วมกันสร้างบรรยากาศหวาดผวาแผ่ซ่านที่ยังคงหลอกหลอนมาจนถึงทุกวันนี้ มันให้กำเนิดสูตรสำเร็จแนวสืบสวนตามมาอีกนับไม่ถ้วน แต่ยังไม่มีเรื่องไหนแตะระดับความซับซ้อนที่แทงลึกถึงกระดูกแบบนี้ได้เลย
ในโอกาสที่เราฉลองครบรอบ 35 ปีของภาพยนตร์เรื่องนี้The Silence of the Lambsยังคงยืนหยัดเตือนเราว่า ปีศาจที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่เงาดำที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด แต่ยิ่งในทุกวันนี้มากเท่าไร ปีศาจเหล่านั้นกลับคือคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบนโต๊ะ ยกแก้วไวน์ให้เรา และสะท้อนภาพตัวตนแท้จริงของเราเองให้เห็น พวกเขาดูไม่ต่างอะไรจากคุณและฉันเลย
The Silence of the Lambs สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ผ่านระบบความบันเทิงบนเครื่องบินที่คว้ารางวัลมาแล้วของสายการบิน Cathay Pacific.



















