สรุป
- ฉบับรีเมก THE ONE PIECE ของ WIT Studio มีเป้าหมายปรับจังหวะการเล่าเรื่องและงานภาพให้ทันสมัยขึ้น
- ประธาน George Wada ยืนยันว่าโปรเจกต์นี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบรับความกังวลของ Eiichiro Oda ต่อแอนิเมชันที่ดูเชยไปแล้ว
- อนิเมะรีเมกเวอร์ชันใหม่นี้จะเปิดตัวด้วย East Blue Saga ที่ถูกขัดเกลาอย่างประณีต
George Wada ประธานและซีอีโอของ WIT Studio เพิ่งออกมาอัปเดตความคืบหน้าสำคัญของโปรเจกต์อนิเมะรีเมกบน Netflix ที่แฟน ๆ ทั่วโลกจับตามอง ในนามว่า THE ONE PIECE. ระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ The Ai Show, Wada อธิบายว่าโปรเจกต์นี้จุดประกายจากความกังวลของผู้สร้างต้นฉบับอย่าง Eiichiro Oda เป็นหลัก ว่าอนิเมะเวอร์ชันปี 1999 ของ Toei Animation อาจไม่เชื่อมโยงกับคนดูรุ่นใหม่ เพราะใช้สัดส่วนจอ 4:3 แบบเก่าและมีจังหวะการเล่าที่ค่อนข้างเนิบช้า เวอร์ชันดัดแปลงใหม่นี้จึงมุ่ง “ปลดล็อก” ข้อจำกัดเหล่านั้น ด้วยเทคนิคแอนิเมชันสมัยใหม่และโครงสร้างการเล่าเรื่องที่กระชับกว่าที่เคย เพื่อให้เรื่องราวยังดูร่วมสมัยและเข้าถึงผู้ชมได้อีกหลายทศวรรษข้างหน้า
ฉบับรีเมกนี้จะก้าวออกจากบรรยากาศแบบ “การ์ตูนช่วงเด็กดูทีวี” ในเวอร์ชันดั้งเดิม โดย WIT Studio ตั้งเป้าสร้างงานที่ทั้งคุณภาพสูงและมีพลังทางภาพแบบผู้ใหญ่มากขึ้น ในระดับเดียวกับผลงานเด่นก่อนหน้าอย่าง Attack on Titan และ Vinland Saga. Wada เน้นย้ำว่า แม้สตูดิโอจะให้ความเคารพต่อมรดกของ Toei Animation อย่างเต็มที่ แต่พวกเขาก็ตั้งใจจะส่งมอบเวอร์ชันที่ “ทลาย” ทุกความคาดหวังของแฟน ๆ ด้วยภาพลื่นไหล ทันสมัย และสไตล์การเล่าเรื่องที่เข้มข้นกว่าเดิม โปรเจกต์นี้ยังได้แรงหนุนจากงบประมาณก้อนโตของ Netflix ทำให้ทีมสร้างสรรค์—including ผู้กำกับ Masashi Koizuka—สามารถโฟกัสกับคุณภาพงานได้เต็มที่ โดยไม่ต้องติดข้อจำกัดแบบการผลิตอนิเมะออกอากาศรายสัปดาห์เหมือนก่อน
แม้จะยังไม่ประกาศวันฉายอย่างเป็นทางการ แต่ Wada ระบุว่าตอนนี้กระบวนการผลิตกำลังเดินหน้าเต็มสูบ และมุ่งเป้าเข้าหาผู้ชมทั่วโลก เพื่อแข่งขันกับยักษ์ใหญ่วงการบันเทิงฝั่งตะวันตกอย่าง Hollywood และ Disney โดยตัวซีรีส์คาดว่าจะเปิดฉากด้วย East Blue Saga ก่อน และมีการพูดเป็นนัยแล้วว่าอาจขยายความต่อไปให้ครอบคลุมเส้นทางการผจญภัยอีกไกลในอนาคต



