แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายทศวรรษ Hiroshi Fujiwara ก็ยังคงเป็นตัวละครสำคัญของ Nike ไม่เปลี่ยน “Godfather of Streetwear” คนนี้กลับมาเปลี่ยนบทบาทจากผู้ขยายกระแสฮายป์ สู่สถาปนิกด้านนวัตกรรมอีกครั้ง ผ่านโปรเจ็กต์ Fragment Concept Testing ที่เพิ่งเปิดตัว โดย Fujiwara และ Nike ประกาศโปรเจ็กต์คอลแลบใหม่นี้ พร้อมเผยโฉมสีสันที่ออกแบบร่วมกันบน Mind 001, Mind 002 และ Air Liquid Max เป็นครั้งแรก
ก่อนที่ fragment design จะก่อตั้งในปี 2003 Fujiwara เคยเป็นหนึ่งในสามสมาชิกของ HTM กลุ่มดีไซน์ระดับตำนานของ Nike ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง ประกอบด้วยผู้นำด้านคัลเจอร์ Hiroshi Fujiwara, ดีไซเนอร์ Tinker Hatfield และอดีต CEO ของ Nike อย่าง Mark Parker โดย HTM คือสนามทดลองไอเดียล้ำยุค สมาชิกทั้งสามผลักขอบเขตงานออกแบบรองเท้า ตั้งแต่การยกระดับรองเท้าพื้นฐานอย่าง Air Force 1 ให้กลายเป็นไอเท็มลักชัวรี ไปจนถึงการทดลองกับทรงรองเท้าโปรเกรสซีฟอย่าง Sock Dart หลังบุกเบิกดีไซน์อย่าง Flyknit Racer และ Flyknit Trainer แล้ว กลุ่ม HTM ก็ปิดฉากด้วย Air Max แต่ละคู่ที่ออกแบบเฉพาะตัว วางจำหน่ายในวัน Air Max Day ปี 2016
ทุกครั้งที่รองเท้าคู่ไหนถูกนำเสนอภายใต้ชื่อ HTM เหล่า sneakerhead ต่างรู้ดีว่านั่นไม่ใช่แค่รองเท้าลิมิเต็ด แต่คือความล้ำหน้าของยุคสมัย ในเวลาเดียวกัน fragment design ของ Fujiwara และโลโก้สายฟ้าก็กลายเป็นเครื่องจักรสร้างฮายป์ทรงพลังให้ Nike ผลงานเด่นอย่าง Dunk High “City Pack” ของ fragment design ในปี 2010 และการคอลแลบ Air Jordan 1 ในปี 2014 ยังคงถูกยกให้เป็นสองงานเปิดตัวรองเท้าที่สำคัญที่สุดของทศวรรษ 2010s แทนที่จะสร้างทรงรองเท้าใหม่แบบฉีกทุกกฎ Fujiwara กลับคว้าความสำเร็จด้วยปรัชญา “less is more” ที่เรียบแต่เฉียบ นำไปใช้กับรองเท้าหลากหลายโมเดล
ตลอดปีนี้ Fujiwara แสดงให้เห็นชัดเจนว่า Nike ยังพึ่งพาเขาในฐานะแรงขับเคลื่อนทางคัลเจอร์เชิงกลยุทธ์ เขาเพิ่งกลับไปตีความ Air Jordan 1 อีกครั้ง ร่วมงานกับ Union LA และ Jordan Brand ออกสามคู่ที่ดึงสายตาทั้งโลกมาจดจ่อ ขณะเดียวกัน Fujiwara ยังร่วมงานกับ Devin Booker ในการเปิดตัว Nike Book 2 พร้อมใส่ซิกเนเจอร์แบบ fragment design ลงไปเต็ม ๆ
“ทั้ง Liquid Max และ Nike Mind ให้ความรู้สึกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ ‘Nike ตัวจริง’ อย่างมาก” – Hiroshi Fujiwara
ยังไม่หมดเท่านั้น Fujiwara ยังแง้มภาพคอลแลบกับรองเท้าทรงทดลองรุ่นใหม่ของ Nike อีกสามรุ่น ได้แก่ Mind 001, Mind 002 และ Air Liquid Max ซึ่งทั้งหมดเพิ่งถูกเผยโฉมอย่างเป็นทางการพร้อมกับการประกาศแพลตฟอร์ม Fragment Concept Testing ตัวใหม่ของเขา
“ผมสนใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ และนวัตกรรมมาตลอด พอมีโอกาสได้ดูตัวอย่างรองเท้า Nike รุ่นใหม่แบบเงียบ ๆ หลายรุ่น และได้ฟังคอนเซ็ปต์จากทีมโดยตรง Liquid Max กับตระกูล Mind ก็โดดเด่นออกมาทันที” Fujiwara เล่า “ตอนเริ่มทำงานกับ Nike ช่วงปลายยุค 90 ผมได้เรียนรู้ว่าแบรนด์นี้สร้างรองเท้ารุ่นใหม่ให้กับนักกีฬาตลอดเวลา โดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำที่สุด ทั้ง Liquid Max และ Nike Mind จึงให้ฟีลเป็น ‘Nike ตัวจริง’ ในแง่นั้นอย่างชัดเจน”
ความตื่นเต้นของ Fujiwara ต่อดีไซน์ล้ำยุคชุดนี้เริ่มต้นที่ Mind 001 ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องราว “แจ้งเกิด” ของปี รองเท้าคู่นี้เปิดตัวเคียงข้าง Mind 002 ในฐานะรองเท้า Nike รุ่นแรกที่ออกแบบโดยอ้างอิงองค์ความรู้ด้านประสาทวิทยาศาสตร์ ทำให้คนรักสนีกเกอร์ต่างจับตามอง สำหรับทรงรองเท้าแบบสลิปออน มีซิกเนเจอร์โทนสีดำ-น้ำเงินของ Fujiwara กลับมาชัดเจน สีดำปกคลุมตัวรองเท้าโทนสเตลธ์ ตัดด้วยสีน้ำเงินที่ 22 แผ่นโฟมอิสระ ออกแบบมาเพื่อ “ล็อกกรอบความคิดก่อนและหลังการแข่งขัน” นอกจากโทนสีที่คุ้นตา ปลายรองเท้ายังประดับโลโก้สายฟ้าไอคอนิก และมีตัวอักษร “Fragment Concept Testing” ที่ด้านข้าง ชัดเจนว่าเป็นงานของ Fujiwara
ส่วน Mind 002 อิทธิพลของ Fragment Concept Testing ไปไกลกว่าการแค่ใส่โลโก้การันตี ตัวอัปเปอร์ผ้าตาข่ายเรียบง่ายถูกแทนที่ด้วยงาน Flyknit แบบซับซ้อน สไตล์ดีคอนสตรักต์ การเปลี่ยนภาษาดีไซน์แบบพลิกโฉมครั้งนี้ยกระดับรองเท้าคู่นี้จากการเป็นเพียงเวอร์ชันสนีกเกอร์ของ Mind 001 ให้กลายเป็นทรงรองเท้าที่ถูกคิดมาครบถ้วนในตัวเอง
“ผมมอง Nike Mind 002 ในมุมของการทดลองล้วน ๆ ว่าถ้าเราลองจับมันมาผสมกับวัสดุที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง เปลี่ยนอัปเปอร์เดิมเป็นอย่างอื่นทั้งหมดจะเกิดอะไรขึ้น” Fujiwara เล่า “ผลลัพธ์ที่ได้คือรองเท้าที่แทบจะกลายเป็นคนละผลิตภัณฑ์เลย และมันคือสนีกเกอร์ที่ผมอยากใส่หน้าร้อนจริง ๆ”
การเลือกใช้ Flyknit วัสดุปฏิวัติวงการที่ Fujiwara เคยมีส่วนช่วยเปิดตัวผ่าน HTM ในปี 2012 ทำให้อัปเปอร์ของรองเท้าเต็มไปด้วยเท็กซ์เจอร์ที่น่าสัมผัส นอกจากโทนดำ-น้ำเงินแล้ว ยังมีเวอร์ชัน “Particle Grey” ที่เติมดีเทลสีน้ำเงินบริเวณจุดโฟมด้วย ระบบดึงส้นเท้าที่ประทับโลโก้สายฟ้าช่วยล็อกเท้าให้กระชับ พร้อมเพิ่มมิติให้ตัวรองเท้ามากขึ้น และเช่นเดียวกับ Mind 001 ทั้งสองสีจะมีข้อความโปรเจ็กต์พิมพ์อยู่ที่ด้านข้างของมิดโซล
“ผมมอง Nike Mind 002 จากมุมของการทดลอง ว่าถ้าเรานำมันไปจับคู่กับวัสดุที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงจะเกิดอะไรขึ้น” – Hiroshi Fujiwara
Air Liquid Max ซึ่งเป็นหนึ่งในไฮไลต์ Air Max Day ที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี คือผืนผ้าใบคู่สุดท้ายสำหรับการเปิดตัว Fragment Concept Testing แทนที่จะใส่สีสันจัดจ้านลงไป Fujiwara เลือกเปลือยโมเดลนี้ให้เหลือเพียงดีเอ็นเอแห่งอนาคต ด้วยการคลุมทั้งคู่ด้วยสีดำสนิท ยูนิต Air แบบขึ้นรูปช่วยสร้างทรงรองเท้าที่โดดเด่นสะดุดตา พร้อมมอบสัมผัสการรองรับที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนลายพิมพ์สามเลเยอร์บนอัปเปอร์ที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้รองเท้า ก็สกรีนคำว่า “Fragment Concept Testing” ควบคู่กับโลโก้สายฟ้าที่ลิ้นรองเท้า
สิบปีหลังจากบทส่งท้ายของ HTM โปรเจ็กต์ Fragment Concept Testing กำลังพาเรากลับไปสัมผัสความรู้สึกนั้นอีกครั้ง แม้รูปแบบจะต่างจากยุคก่อน แต่หัวใจยังคงยึดกับมายด์เซ็ตแห่งการทดลองและการสำรวจ ที่พา Swoosh มาถึงวันนี้ — โดยมี Fujiwara กลับมามีบทบาทสำคัญในการวาดเส้นทางอนาคตอีกครั้ง
รองเท้า Fragment Concept Testing รุ่น Mind 001 และ Mind 002 จะวางขายผ่านช่องทางของ fragment ในวันที่ 14 มีนาคม ก่อนจะปล่อยสู่ตลาดทั่วโลกในวันที่ 19 มีนาคม จากนั้น Air Liquid Max จะวางจำหน่ายผ่าน fragment ในวันที่ 31 มีนาคม ก่อนเปิดขายอย่างเป็นทางการทั่วโลกในวันที่ 3 เมษายน



