Sony ยื่นจดสิทธิบัตรคอนโทรลเลอร์ PlayStation หน้าจอสัมผัสเต็มตัว ไร้ปุ่มกด
ดีไซน์ต้นแบบตัดปุ่มกดจริงออกไปทั้งหมด ใช้หน้าจออัจฉริยะที่คาดเดาการกดของผู้เล่นได้แทน
สรุป
- Sony ยื่นจดสิทธิบัตรคอนโทรลเลอร์ที่มาพร้อมอินเทอร์เฟซหน้าจอสัมผัสเต็มรูปแบบ
- ดีไซน์นี้ให้ผู้ใช้สามารถปรับขนาดและย้ายตำแหน่งปุ่มเสมือนบนหน้าจอได้อย่างอิสระ ตามสไตล์และความถนัดของตัวเอง
- ตัวเครื่องฝังเซ็นเซอร์ตรวจจับแรงกดและอุณหภูมิเพื่อช่วยลดการกดพลาดระหว่างเล่นเกม
Sony Interactive Entertainment ยังคงเดินหน้าผลักดันขีดจำกัดของฮาร์ดแวร์เกม ล่าสุดได้ยื่นจดสิทธิบัตรคอนโทรลเลอร์ PlayStation แบบหน้าจอสัมผัสเต็มพื้นที่ที่ตัดปุ่มกดแบบดั้งเดิมออกไปทั้งหมด โดยเอกสารซึ่งยื่นครั้งแรกในปี 2023 และถูกเปิดเผยสู่สาธารณะในช่วงต้นปี 2026 ฉายภาพอุปกรณ์ที่สามารถปรับเปลี่ยนอินเทอร์เฟซได้แบบไดนามิกให้สอดรับกับผู้เล่นแต่ละคนและสไตล์การเล่นที่หลากหลาย
แกนหลักของสิทธิบัตรฉบับนี้คือการรับมือกับข้อจำกัดของฮาร์ดแวร์แบบตายตัว โดยชี้ว่าคอนโทรลเลอร์มาตรฐานอาจไม่รองรับมือทุกขนาดได้อย่างสบาย เพื่อแก้โจทย์นี้ อุปกรณ์ต้นแบบจึงเปลี่ยนปุ่มทิศทาง ปุ่มหลักด้านหน้า และจอยสติ๊กทั้งหมดให้กลายเป็นพื้นผิวสัมผัสแผ่นเดียว ทำให้ผู้ใช้สามารถขยาย ย้ายตำแหน่ง หรือแม้แต่ลบปุ่มเสมือนบางส่วนออกไปได้เลย เช่น ขยายปุ่มแอ็กชันสำหรับเกมต่อสู้ หรือขยับตำแหน่ง D-pad ให้เหมาะกับสรีระการจับถื้อมากขึ้น
ก้าวไปไกลกว่าการปรับแต่งแบบพื้นฐาน เอกสารฉบับนี้ยังลงรายละเอียดเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ขั้นสูงที่ออกแบบมาให้ถ่ายทอดความมั่นใจแบบเดียวกับการกดปุ่มจริง แนวคิดดังกล่าวผสานเซ็นเซอร์วัดแรงกดและอุณหภูมิเพื่อแยกแยะระหว่างการกดที่ตั้งใจกับการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ ทำให้การวางนิ้วพักอยู่บนจอไม่กลายเป็นคำสั่งในเกมโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ระบบยังพูดถึงฟีเจอร์ระบุตัวตนผู้ใช้ที่กำลังถืออุปกรณ์ เพื่อโหลดเลย์เอาต์ปุ่มโปรดของแต่ละคนขึ้นมาทันทีโดยไม่ต้องปรับตั้งค่าด้วยตัวเองทุกครั้ง
แม้การมีสิทธิบัตรจะยังไม่ใช่หลักประกันว่าเราจะได้เห็นสินค้าตัวจริงวางจำหน่าย แต่เทคโนโลยีนี้ก็สะท้อนชัดว่า Sony กำลังมองหาทิศทางการดีไซน์ที่พลิกกรอบเดิมอย่างจริงจัง ซึ่งอาจปูทางไปสู่ยุคของ PlayStation 6 ก็เป็นได้
Sony has patented a touchscreen PlayStation controller that lets players reposition and resize the buttons to suit their needs.https://t.co/tn8hhuzP3i pic.twitter.com/cT0maYNqUN
— VGC (@VGC_News) January 31, 2026



















