Louis Vuitton ยุค Pharrell คือการเขย่ากรอบท่ามกลางบริบทของประเพณี แหกกฎไปพร้อมกับเคารพโค้ดสไตล์และประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ โปรเจ็กต์ล่าสุดของไลน์รองเท้า Louis Vuitton ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ยังคอนเซ็ปต์แน่นกับสิ่งที่ Thibo Denis เรียกว่า “disturbing the rules” อย่างเต็มตัว
Denis และ Mathias Patillon มานั่งคุยกับ Hypebeast เล่าแบบละเอียดทุกสเต็ปของกระบวนการออกแบบ ทั้งความท้าทาย แรงบันดาลใจ ฟีดแบ็กจาก Pharrell และทุกดีเทลเบื้องหลัง
ดูโพสต์นี้บน Instagram
กระบวนการออกแบบเริ่มต้นจากตรงไหน?
Thibo Denis:เราเริ่มออกแบบคู่นี้ไว้ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเข้าร่วมทีมด้วยซ้ำ เป็นไอเดียรองเท้าสเกตที่ใช้ cup sole จุดเริ่มคือช่วงที่ P เข้ามาที่ LV ในโชว์เมื่อปีที่แล้ว “มิตรภาพ” เป็นธีมใหญ่ของ P และ NIGO เราเอาหลายไอเดียมาวางบนโต๊ะ แล้ว P ก็มีภาพในหัวที่ชัดมากเกี่ยวกับรองเท้าคู่นี้ ตรงนั้นแหละคือจุดสตาร์ตของโปรเจ็กต์
Mathias Patillon:จากตรงนั้น ไอเดียหลักก็คือ “Skateboard P” ซึ่งสำคัญกับเขามาก เขาอยากได้รองเท้าทรงนี้พอดี เราเองก็กำลังมองหาหมวดหมู่ใหม่ ๆ ให้แบรนด์ด้วย และรองเท้าคู่นี้น่าสนใจมากในแง่สัดส่วนและดีเทล เราใส่ DNA ของ LV ได้ครบ ทั้งยุคคลาสสิกและมุมมองของ Pharrell เอง โดยคอนเซ็ปต์คือทำให้สนุก เล่นสนุกกว่ารุ่นก่อน ๆ ที่โฟกัสความเทคนิคัล
Denis:Pharrell อยากได้อะไรที่สะท้อนทั้งรสนิยมของเขาเองและของ LV ไปพร้อมกัน มีไอเดียว่า “ซ้ายคือขวา ขวาคือซ้าย” เวลาใส่แล้วจะไม่เห็นรูปทรงเท้าขวาเท้าซ้ายชัด ๆ จากจุดนี้เขาก็มีภาพชัดแล้วว่ารองเท้าต้องใหญ่กว่ารองเท้า cap sole แบบคลาสสิกเล็กน้อย ทุกดีเทลสำคัญหมด ทุกอย่างยึดกับโค้ดของแบรนด์ ว่าเราจะเขียน LV แบบไหน? ใช้โมโนแกรมลายอะไร? เรานั่งระดมไอเดียจากความทรงจำแรก ๆ ต่อ LV sneakers อย่างยุค Marc Jacobs เป็นต้น
Patillon:ย้อนไปยุคเก้าศูนย์ ตอนที่เราเล่นสเกตกันเอง นั่นแหละจุดที่น่าสนใจ เราอยากยกระดับความรู้สึกนั้นด้วยหนังและหนังกลับคุณภาพดี ซึ่งเป็นรีเควสต์เฉพาะจาก Pharrell ด้วย
สเต็ปแรกในการทำให้รองเท้าดูสนุก เล่นสนุกบนดีไซน์ คืออะไร?
Denis:สำหรับผม ทุกอย่างเริ่มที่สัดส่วนเสมอ พอเริ่มโปรเจ็กต์ใหม่ ซึ่งเป็นแนวคิดร่วมของทั้งทีมออกแบบรองเท้า เราต้องถามตัวเองก่อนว่า ทรงมันจะโค้งมนไหม? จะเรียวแหลมไหม? พื้นจะครอบตัวรองเท้าทั้งหมดหรือเปล่า? เราคุยกันเยอะมากเรื่องสัดส่วน พอพูดถึง cup sole ภาพในหัวมักเป็นอะไรที่ตรงและแบน เราเลยลองคิดว่า ถ้าเติมมุมให้โค้งมนขึ้นล่ะ? ทั้งหมดคือการ “disturbing the rules” ขยับไปขัดกับกฎนิดหน่อย แต่ยังรู้ชัดว่าภาพสุดท้ายที่อยากได้คืออะไร
Patillon:เรารู้ว่ามันคือรองเท้าสเกต แต่เบื้องหลังมีการคุยกันเรื่องดีเทลเยอะมาก มี reference เต็มไปหมด สำคัญทุกจุด แม้แต่ชื่อรองเท้าเอง บนลิ้นรองเท้าเขียนว่า “Tilted” เราศึกษาสไตล์ Pharrell ก่อนยุค LV เยอะมาก ไปรีเสิร์ชสนีกเกอร์รุ่นแรก ๆ ที่เขาทำกับ BAPE และ Billionaire Boys Club ซึ่งมีโลโก้ ICE CREAM แบบเอียงอยู่ตรงด้านข้างพื้นรองเท้า
Denis:พวกเราอยู่ในวัฒนธรรมสนีกเกอร์มานานมาก ไอเดียเรื่องการแบ่งปันมุมมองและ reference ที่ไปโดนใจคนรุ่นแรก ๆ ที่คลั่งสนีกเกอร์จึงสำคัญกับเรามาก เราตั้งใจให้ reference เหล่านี้ “พูดกับคน” ได้จริง ๆ ให้ดูแล้วเกิดความนอสตัลเจีย คิดถึงรองเท้าที่เคยใส่กันช่วงปี 2000
Patillon:พอเห็นปุ๊บ คุณจะรู้ทันทีว่ารองเท้าคู่นี้คืออะไร คุณจะอ่านเจอ reference เยอะมาก แต่ในเวลาเดียวกันมันก็ไม่ใช่รองเท้าทั่วไป มันคือการเข้าใจยุคสมัยแล้วแปลความออกมาเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ ทำให้มันแตกต่างออกไป
สำหรับคุณ อะไรคือองค์ประกอบที่ยากที่สุดในเชิงเทคนิคที่อยากจะทำให้ได้?
Patillon:ดูเผิน ๆ เหมือนง่าย แต่เราเรื่องมากกับสัดส่วนสุด ๆ ต้องลองฟิตกันหลายรอบ โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงรีเควสต์ของ P ที่ไม่อยากให้ดูออกว่าอันไหนเท้าซ้ายเท้าขวา แต่ทรงยังต้องโมเดิร์นและใส่ง่ายอยู่ ลายโมโนแกรมแบบบิดเบี้ยวบนพื้นรองเท้าก็ทำยากพอสมควร แต่เราไม่คิดจะใช้เทคนิคเก่า ๆ นี่คือปี 2026 แล้ว เลยใช้ TPU กับ EVA เป้าหมายคือให้รองเท้าเบาและมีแรงยึดเกาะเล็กน้อย ซึ่งสำคัญมาก เราเลยไปพัฒนาต่อกับทีมที่อิตาลี ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปรับจนเป๊ะ
Denis:หลายดีเทลทางเทคนิคดูเหมือนตรงไปตรงมา แต่จริง ๆ แล้วจัดการยากมาก ถ้ามองรองเท้าในมุมด้านข้างจะเห็นเลยว่าแทบไม่มีเส้นตรง เราพยายามทำให้ทุกอย่างโค้งมน การเพิ่มตะเข็บจากส่วน upper ให้วิ่งไปเข้าตรง toe cap ข้าง ๆ ส่วน honey side ก็ทำยาก เรื่องเฉดสีในโลโก้ LV ก็ท้าทาย เพราะต้องใช้หนังธรรมชาติวางคู่กับหนังกลับ ภายในรองเท้ามีองค์ประกอบเยอะมากที่เราไม่ได้นึกออกตั้งแต่แรก พอทำจริงก็ต้องผ่านทั้งปัญหาด้านดีไซน์และโครงสร้าง แต่เรายังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพของเนื้อผ้าและวัสดุเป็นอันดับแรก
Patillon:ถ้าเป็นรองเท้าราคาถูก เรื่องตะเข็บไม่เป๊ะ หรือโครงสร้าง ประกอบต่างกันเล็กน้อยคงไม่ใช่ปัญหา แต่สำหรับเรา ทุกอย่างต้องเป๊ะ มันอาจดูเรียบง่าย แต่การทำให้รองเท้าดูเนี้ยบและยกระดับ ต้องใช้เวลามาก
เวลาตรวจเช็กแต่ละคู่ คุณเข้มงวดกับองค์ประกอบไหนของรองเท้ามากที่สุด?
Denis:ผมว่าน่าจะเห็นตรงกันว่าคอนเซ็ปต์ตั้งต้นคือสิ่งสุดท้ายที่เราต้องรับผิดชอบ มันจะดูยังไงตอนวางบนเชลฟ์? แล้วจะดูยังไงตอนอยู่บนเท้าคน? ไอเดีย “left is right, right is left” ของ Pharrell คือสิ่งที่เราอยากทำให้สำเร็จ ปลายรองเท้าด้านนอกจะโค้งมนมาก แต่ด้านในต้องยังตามทรงเท้าคลาสสิกอยู่ และในแง่ดีเทล เราเรื่องมากกับทุกอย่างจริง ๆ
Patillon:มองเผิน ๆ ดีเทลดูเรียบง่าย แต่กว่าจะทำให้มันเนียนไร้ที่ติขนาดนั้น ต้องผ่านงานเยอะมาก
Denis:ผมชอบคุยเรื่องสัดส่วนกับ Matthais เพราะแม้เราจะขยายไอเดียจากรองเท้า cup-sole แบบสเกตคลาสสิกออกไปแล้ว เราก็ยังถามตัวเองว่า จะคงขนาดรูร้อยเชือกแบบเดิมไหม? เชือกรองเท้าจะใช้ไซซ์เดิมหรือเปล่า? หรือควรอัปไซซ์แล้วปรับสัดส่วนทุกอย่างใหม่? สุดท้ายเราเลือกขยายขนาดรูร้อยเชือก และทำเชือกให้ใหญ่ขึ้นเล็กน้อย โดยไม่ให้กลายเป็นรองเท้าสเกตยุค 2000 แบบดั้งเดิม มันคือการสะสมดีเทลเล็ก ๆ และโฟกัสทุกส่วนของสนีกเกอร์ จนออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ที่เราเองก็รัก เราต้องชอบในสิ่งที่ส่งออกสู่ตลาด ต้องเชื่อมั่นในมัน Pharrell เองออกแบบกับทีมสตูดิโอในแบบที่สนุกมาก เขาผลักดันให้เราหาดีเทลที่ใช่และสร้างภาษาดีไซน์ของเขาเองให้กับ Louis Vuitton
Patillon:เขาทั้งผลักดันและไว้ใจกับสิ่งที่เรานำเสนอ มันเหมือนเล่นปิงปองไอเดียกันไปมา เราพยายามหาวิธีแก้โจทย์จากแต่ละไอเดีย แล้วเมื่อทุกคนมารวมกัน เราก็สามารถสร้างอะไรที่ดีกว่าเดิมได้เสมอ
Denis:พูดตามตรง นี่คือการคอลแลบเต็มตัว Pharrell พิถีพิถันกับเรื่องหนังและกระบวนการผลิตมาก แม้ในส่วนโครงสร้าง เราพยายามใช้หนังกลับ แต่สำหรับซับในรองเท้า เราให้ความสำคัญกับฟินิชชิ่งที่เนียนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงจะไม่ใช่หนังแบบเดียวกับที่ใช้ทำกระเป๋า แต่ยังคงภาษาดีไซน์เดียวกันของ P อย่างชัดเจน



