สำรวจคลังประวัติศาสตร์ Levi's แบบเอ็กซ์คลูซีฟ
Tracey Panek นักเก็บเอกสารประวัติศาสตร์ประจำแบรนด์พาเราทัวร์ชมไฮไลต์ชิ้นหายากในคลังเก็บที่สำนักงานใหญ่ San Francisco ก่อนพาไปต่อที่ Eureka Innovation Lab เพื่อดูเบื้องหลังนวัตกรรมเดนิมของ Levi’s อย่างใกล้ชิด
ตลอดสุดสัปดาห์ Super Bowl นั้น San Francisco ชัดเจนเลยว่าเป็นโลเคชั่นที่ต้องมาเช็กอินให้ได้ และท่ามกลางอีเวนต์กีฬาทั้งหลาย Levi’s ก็เชิญเราไปเยือนศูนย์จัดเก็บคอลเล็กชันประวัติศาสตร์ของแบรนด์ ภายในสำนักงานใหญ่ย่าน Bay Area ของเดนิมระดับไอคอนิกแบรนด์นี้
Tracey Panek นักเก็บเอกสารประวัติศาสตร์ของแบรนด์พาเราเดินทัวร์พื้นที่ พร้อมโชว์ชิ้นเด็ดหลายชิ้นที่เธอลงมือเสาะหามาเองกับมือ จากนั้น Panek ยังพาเราไปที่ Eureka Innovation Lab ของแบรนด์เดนิมเจ้านี้ เปิดเบื้องหลังให้เห็นว่ากระบวนการย้อมผ้าเดนิมของ Levi’s พัฒนามาไกลแค่ไหนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชมไฮไลต์บางส่วนได้ด้านล่าง
Levi’s Lot 501 Jeans (1984)
“นักกีฬาทุกคนที่คว้าเหรียญทองใน Olympics ปี 1984 จะได้รับกางเกงยีนส์ Levi’s 501 รุ่นพิเศษหนึ่งตัว” Panek เล่า พร้อมชี้ให้ดูแท็บสีทองและแพตเทิร์นกระดุมเคลือบทองแบบเฉพาะ ด้านในสกรีนข้อความว่า “Gold Medal Winner”
Olympic Team Trucker Jacket สำหรับ Mark Schultz (1984)
นักกีฬา Olympic แต่ละคนยังได้รับแจ็กเก็ต Levi’s ที่ทำเพียงหนึ่งตัวเฉพาะบุคคลอีกด้วย ส่วนแบบที่เห็นด้านบนนั้นออกแบบขึ้นเพื่อ Mark Schultz นักมวยปล้ำ Olympic โดยเฉพาะ ซึ่ง Panek ชี้ให้ดูช่วงแขนที่กว้างเป็นพิเศษเป็นหลักฐานชัดเจน
Levi’s SilverTab Loose Jeans โดย Ben Ramirez (ยุค 1990s)
SilverTab ถือเป็นหนึ่งในไลน์สตรีตแวร์ยุคบุกเบิกของแบรนด์ ที่หันมาจับภาพลักษณ์สตรีตสไตล์แบบแหวกกรอบ เต็มไปด้วยกลิ่นอาย 90s ชัดเจน กางเกงยีนส์เดนิมฟอกอ่อนที่ Ben Ramirez ออกแบบรุ่นนี้อัดแน่นด้วยกราฟิกวัฒนธรรมป๊อปชวนหวนคิดถึงยุคนั้น ทั้ง Chicago Bulls, Michael Jordan, Looney Tunes และ Hello Kitty
Air Jordan 1 Mid Levi’s 23/501 Denim Pack (2007)
แพ็ก “23/501” มาพร้อมกางเกงยีนส์ 501 หนึ่งตัวและเสื้อยืด บรรจุในกล่องสองชั้นสีไม้มะฮอกกานี โดยมีสนีกเกอร์ Air Jordan 1 Mid ลาย elephant print ไอเท็มสุดฮอตที่นักสะสมตามล่ากัน วางประจำการอยู่ชั้นล่างสุดของกล่อง
Levi Strauss Cossac Jacket ของ Albert Einstein
“เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า Albert Einstein เคยซื้อแจ็กเก็ตหนังตัวนี้ไว้” Panek เล่า “ในช่วงทศวรรษ 1930 ตอนที่เขาอพยพไปสหรัฐฯ และตั้งรกรากที่ Princeton ระหว่างกระบวนการขอเป็นพลเมืองอเมริกัน เขาซื้อโค้ตตัวนี้แล้วใส่แทบจะตลอดเวลา” เขายังใส่มันขึ้นปกนิตยสารปี 1938 ของเขาด้วยอย่างที่เห็นใน Time Magazine cover อีกด้วย



















