สรุป
-
Grand Seiko เปิดตัวรุ่น SBGX361 และ SBGX359 ขนาด 33 มม. มาพร้อมหน้าปัดเอกลักษณ์ Skyflake และ Snowflake
-
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องใหม่ Caliber 9F51 ทำให้ทั้งสองรุ่นนี้กลายเป็นนาฬิกา 9F ที่บางที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา
-
เตรียมวางจำหน่ายในเดือนเมษายน 2026 โดยแต่ละเรือนซึ่งผลิตจากสเตนเลสสตีลตั้งราคาไว้ที่ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ
Grand Seiko เติมสองสมาชิกใหม่ขนาด 33 มม. ให้กับ Heritage Collection ได้แก่รุ่น SBGX361 และ SBGX359 ซึ่งถ่ายทอดบรรยากาศฤดูหนาวของเมือง Shinshu ประเทศญี่ปุ่น ทั้งสองดีไซน์มาพร้อมหน้าปัด Skyflake และ Snowflake อันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากเทือกเขา Hotaka ซึ่งถูกปกคลุมด้วยหิมะ
ดีไซน์ Skyflake บนรุ่น SBGX361 มาในโทนฟ้าสว่างละมุน ชวนให้นึกถึงหิมะระยิบระยับใต้ท้องฟ้าหน้าหนาวอันปลอดโปร่ง ส่วนรุ่น SBGX359 ใช้หน้าปัด Snowflake ที่ถ่ายทอดทั้งเท็กซ์เจอร์และความขาวบริสุทธิ์ของหิมะบนเทือกเขา Hotaka ผ่านกระบวนการลงสีเงินและเคลือบใสแบบเฉพาะ ตัดมิติด้วยเข็มวินาทีเหล็กสีน้ำเงินแบบเทมเปอร์
หัวใจของทั้งสองรุ่นคือเครื่องควอตซ์รุ่นใหม่ Caliber 9F51 การต่อยอดครั้งแรกของตระกูล 9F ในรอบหกปี ที่ให้ความเที่ยงตรงในระดับ ±10 วินาทีต่อปี โดยยังคงฟังก์ชันซิกเนเจอร์อย่าง Backlash Auto-Adjust Mechanism และ Twin Pulse Control Motor เอาไว้ พร้อมพัฒนาโครงสร้างให้บางลง จนได้ตัวเรือนที่ใช้เครื่อง 9F ขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทุกกลไกประกอบด้วยมือที่ Shinshu Watch Studio สะท้อนความเที่ยงตรงและงานฝีมืออันประณีต ตามปรัชญา “Nature of Time” ของ Grand Seiko
ทั้งสองรุ่นจะออกจำหน่ายแบบผลิตต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป ในตัวเรือนสเตนเลสสตีล จับคู่มากับสายสเตนเลสโทนเดียวกัน โดยสามารถหาซื้อได้ผ่านทางGrand Seiko Boutiquesและตัวแทนจำหน่ายที่คัดสรรทั่วโลก ในราคาเรือนละ 3,200 ดอลลาร์สหรัฐ



