สรุป
- แบรนด์ลักชัวรีจากนิวยอร์กอย่าง Bode เตรียมเปิดแฟลกชิปสโตร์แบบสแตนด์อะโลนแห่งแรกในโตเกียว
- บูติกตั้งอยู่ในย่าน Yoyogi-Uehara ย่านพักอาศัยเงียบสงบที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างประณีต เต็มไปด้วยร้านงานฝีมือและบรรยากาศชุมชนที่อบอุ่น
- การออกแบบภายในร้านมาจากคอนเซ็ปต์ของ Green River Project สตูดิโอดีไซน์ที่ก่อตั้งร่วมกันโดย Aaron Aujla สามีของ Emily และ Ben Bloomstein
แบรนด์เมนส์แวร์และวูมส์แวร์สัญชาตินิวยอร์กอย่าง Bode กำลังปักหมุดตัวตนทางกายภาพอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น ดีไซเนอร์ Emily Adams Bode Aujla เผยโฉมแฟลกชิปสโตร์แห่งแรกของแบรนด์ในโตเกียว โดยตั้งใจเลี่ยงย่านการค้าคึกคักอย่าง Shibuya หรือ Aoyama แล้วหันมาเลือกถนนสายเงียบที่หรูนิ่งและละเมียดละไมในย่าน Yoyogi-Uehara แทน การเปิดร้านครั้งนี้คือพัฒนาการตามธรรมชาติของการขยายตัวระดับสากลของ Bode นำโลกแฟชั่นที่เปี่ยมความทรงจำและโฟกัสงานคราฟต์ของแบรนด์ มาสู่กลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นซึ่งให้การสนับสนุนการเล่าเรื่องเชิงประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาตั้งแต่เปิดตัวในปี 2016
การเลือกปักหมุดที่ Yoyogi-Uehara ของ Bode สะท้อนปรัชญาหลักของแบรนด์เรื่องความใกล้ชิดและบรรยากาศแบบบ้าน คาแรกเตอร์ของย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องเบเกอรีงานคราฟต์ คาเฟ่กาแฟสเปเชียลตี และบรรยากาศที่อยู่อาศัยสบาย ๆ ทำให้ที่นี่กลายเป็นฉากหลังที่ลงตัวสำหรับเสื้อผ้าที่ผ่านการสร้างสรรค์อย่างประณีตของ Bode แทนที่จะให้ความรู้สึกเป็นเพียงหน้าร้านลักชัวรีแบบดั้งเดิม พื้นที่แห่งนี้ถูกออกแบบให้เป็นเสมือนบ้านที่น่าอยู่และเป็นกันเอง ชวนให้ลูกค้าใช้เวลาอย่างไม่รีบร้อนและค่อย ๆ ค้นพบเรื่องราวเบื้องหลังเสื้อผ้าแต่ละชิ้น
เช่นเดียวกับร้านขวัญใจแฟน ๆ ของ Bode ในนิวยอร์กและลอสแอนเจลิส แฟลกชิปในโตเกียวถูกออกแบบขึ้นจากการคอลแลบอย่างใกล้ชิดกับ Green River Project สตูดิโอออกแบบภายในภายใต้การดูแลของ Aaron Aujla และ Ben Bloomstein ซึ่งโด่งดังเรื่องคอนเซ็ปต์เฉียบคมและงานไม้เชิงประติมากรรมโทนอบอุ่น สำหรับสาขา Yoyogi-Uehara ทีมดีไซน์ได้สร้างบรรยากาศที่ผสานความอบอุ่นแบบอเมริกันสไตล์ Shaker อันเป็นซิกเนเจอร์ของ Bode เข้ากับเซนส์แบบท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน พื้นที่ภายในโดดเด่นด้วยงานไม้บิลต์อินสั่งทำพิเศษ เฟอร์นิเจอร์วินเทจที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน และมู้ดส่วนตัวลึกซึ้งที่ช่วยขับให้ผ้ารีเพอร์โพสชิ้นเดียวในโลกบนราวแขวนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น
ตลอดมา ญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในตลาดที่อินกับ Bode มากที่สุด กลุ่มลูกค้าและรีเทลเลอร์ในประเทศเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่เปิดรับแนวคิดอัพไซเคิลเชิงปฏิวัติของ Emily Bode รวมถึงการยกระดับงานหัตถกรรมที่เคยถูกมองว่าเป็นงานผู้หญิงอย่างการต่อผ้าและการซ่อมแซม ให้กลายเป็นหัวใจของเมนส์แวร์ไฮเอนด์ แฟลกชิปแห่งใหม่นี้จะทำหน้าที่เป็นคอมมูนิตี้ฮับถาวร นำเสนอคอลเล็กชันตามฤดูกาลแบบครบไลน์ควบคู่ไปกับไอเท็มเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะร้าน



