สรุป
Le Labo พลิกโฉมดีไซน์เครื่องพ่นอโรมาสำหรับบ้านด้วยวัสดุคอนกรีตหล่อด้วยมือ เพื่อมาแทนที่ตัวเรือนไม้แบบดั้งเดิม
ตัวเครื่องใช้ระบบ Nebulizer ในการกระจายกลิ่นหอมของ SANTAL 26 มาพร้อมหลอดไฟ Edison ที่ปรับระดับความสว่างตามความเข้มข้นของกลิ่น
สินค้าคอลเลกชันรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันนี้จะเริ่มวางจำหน่ายในวันที่ 5 ตุลาคม ก่อนจะขยายการวางจำหน่ายไปทั่วโลกในเดือนธันวาคม
Le Labo ยกระดับความสุนทรีย์แห่งความหอมภายในบ้านให้มีกลิ่นอายของงานสถาปัตยกรรมมากขึ้นด้วย Concrete Home Diffuser ซึ่งเป็นการนำเครื่องกระจายกลิ่นหอมรุ่นก่อนหน้าที่มีตัวเครื่องทำจากไม้มาตีความใหม่ในรูปแบบลิมิเต็ดเอดิชัน รุ่นพิเศษนี้นำเสนอความดิบเท่สไตล์อินดัสเตรียลด้วยฐานที่ทำจากคอนกรีตทั้งหมด วัสดุนี้หล่อ ขัดเงา และเคลือบผิวด้วยมือในสหรัฐอเมริกา จึงมีโทนสีที่แตกต่างกันตามธรรมชาติและมีฟองอากาศที่ทำให้แต่ละชิ้นมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำกัน เมื่อเวลาผ่านไป คอนกรีตที่มีน้ำหนักมากนี้จะเกิดร่องรอยการใช้งานที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว เปลี่ยนจากเพียงเครื่องใช้ภายในบ้านให้กลายเป็นของสะสมสุดพิเศษที่เป็นของคุณเพียงผู้เดียว
นอกเหนือจากดีไซน์ที่งดงามราวกับงานประติมากรรมแล้ว Concrete Home Diffuser ยังใช้เทคโนโลยีเฉพาะเพื่อมอบประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่ดื่มด่ำซึ่งผสมผสานทั้งกลิ่นและแสงเข้าด้วยกัน ภายในตัวเครื่องมีกลไกเครื่องพ่นละอองที่ล้ำสมัย ทำหน้าที่เปลี่ยนน้ำมันหอมระเหยอันเป็นเอกลักษณ์ของ Le Labo ให้กลายเป็นละอองละเอียด กระบวนการนี้ช่วยรักษามิติความหอมของกลิ่นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่ต้องอาศัยความร้อนหรือเจือจางน้ำมัน เสริมการทำงานของกลไกนี้ด้วยหลอดไฟเอดิสันสไตล์วินเทจที่ซิงก์กับระดับความเข้มข้นของการกระจายกลิ่นหอมอย่างชาญฉลาด โดยจะหรี่และสว่างขึ้นตามปริมาณการปล่อยกลิ่นหอม
เซ็ตที่สมบูรณ์ประกอบด้วยฐานเครื่องกระจายกลิ่นหอมคอนกรีต น้ำมันหอมระเหย SANTAL 26 Diffuser Oil กระเปาะกระจายกลิ่น หลอดไฟ และกระเป๋าผ้าแคนวาสเคลือบแว็กซ์ นอกจากนี้ยังมีน้ำมันหอมระเหยและหลอดไฟสำหรับเปลี่ยนจำหน่ายแยกต่างหาก การผสมผสานระหว่างคอนกรีต แก้ว และแสงไฟสีวอร์มไวท์ ทำให้เครื่องกระจายกลิ่นหอมนี้เป็นทั้งอุปกรณ์มอบความหอม โคมไฟ และของแต่งบ้านน่าสะสม ซึ่งเป็นการสานต่อเอกลักษณ์ความเรียบโก้ของ Le Labo ให้เป็นมากกว่าแค่เรื่องของกลิ่นหอม Concrete Home Diffuser เริ่มวางจำหน่ายในบางประเทศตั้งแต่วันนี้ ก่อนจะขยายการวางจำหน่ายไปทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2026 ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ทางการของ Le Labo