สรุปภาพรวม
- TikTok ตั้งบริษัทใหม่ชื่อ TikTok USDS Joint Venture LLC ที่มีผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน เพื่อให้ธุรกิจในสหรัฐยังเดินหน้าต่อไปได้ ภายใต้มาตรการด้านความมั่นคงแห่งชาติที่เข้มงวดเป็นพิเศษ
- บริษัทร่วมทุนใหม่นี้จะกันข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐและอัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ของ TikTok ไว้ในคลาวด์ของ Oracle ภายในสหรัฐ พร้อมมอบอำนาจการกำกับดูแลด้านความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย และการกลั่นกรองเนื้อหา ให้กับคณะกรรมการที่มีเสียงข้างมากเป็นชาวอเมริกัน
- ByteDance ถอยบทบาทลงไปถือหุ้นส่วนน้อย เปิดทางให้นักลงทุนรายใหญ่ระดับเฮฟวี่เวตอย่าง Silver Lake, Oracle และ MGX จาก Abu Dhabi เข้ามาถือหุ้นและร่วมกำหนดยุคถัดไปของการยืนระยะของ TikTok ในตลาดสหรัฐ
ท้ายที่สุด TikTok ก็เดินเกมยาวใน Washington ด้วยการตั้งโครงสร้างที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกันผ่านTikTok USDS Joint Venture LLCเพื่อลดแรงกดดันที่สะสมมานานเรื่องโครงสร้างผู้ถือหุ้นจีนและความเสี่ยงต่อการถูกแบนในสหรัฐ โครงสร้างใหม่นี้ต่อยอดจากองค์กร TikTok U.S. Data Security เดิม ออกแบบมาให้ชาวอเมริกันกว่า 200 ล้านคน และธุรกิจอีกนับล้านราย ยังเลื่อนฟีด สร้างสรรค์ และขายต่อไปได้ โดยยังตอบโจทย์ข้อกำหนดด้านความมั่นคงแห่งชาติควบคู่กัน
บริษัทร่วมทุนจะกันข้อมูลผู้ใช้ในสหรัฐให้อยู่แต่ภายในคลาวด์ของ Oracle ที่ตั้งอยู่ในสหรัฐ, เสริมชั้นการควบคุมอัลกอริทึมแนะนำคอนเทนต์ และวางระบบรับรองซอฟต์แวร์กับการรีวิวโค้ด ที่มี Oracle เป็นพาร์ตเนอร์ด้านความปลอดภัยที่เชื่อถือได้ องค์กรใหม่นี้ถูกกำกับโดยบอร์ด 7 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน รวมถึง Shou Chew ซีอีโอ TikTok และ David Scott จาก MGX ขณะเดียวกัน Adam Presser ขึ้นแท่นซีอีโอ และ Will Farrell รับบท Chief Security Officer โครงสร้างผู้ถือหุ้นเอียงออกห่างจาก Beijing อย่างชัดเจน: Silver Lake, Oracle และ MGX ต่างถือคนละ 15% กลุ่มนักลงทุนรายอื่นช่วยเติมเต็มโครงสร้างทุน และ ByteDance ถูกลดสัดส่วนลงเหลือ 19.9% มาตรการความปลอดภัยเดียวกันนี้ยังขยายครอบคลุมไปถึง CapCut, Lemon8 และพอร์ตแอปอื่น ๆ สะท้อนว่านี่ไม่ใช่แค่ตั้งไฟร์วอลล์ให้แพลตฟอร์มเดียว แต่คือการวางเดิมพันด้านโครงสร้างพื้นฐาน ว่าโซเชียลมีเดียระดับโลกจะอยู่รอดอย่างไรในยุคอินเทอร์เน็ตที่แบ่งขั้วและยึดความปลอดภัยเป็นอันดับแรก





