สรุป
- Milano Santa Giulia Arena ผลงานออกแบบโดย David Chipperfield ร่วมกับ Arup คือการตีความอัฒจันทร์ยุคโบราณในแบบร่วมสมัยเพื่อการแข่งขัน 2026 Winter Olympics
- โพเดียมทรงวงรีและวงแหวนโลหะลอยตัวร่วมกันสร้างแลนด์มาร์กโดดเด่นสะดุดตาที่เปลี่ยนโฉมได้อย่างมีพลวัตทั้งกลางวันและกลางคืน
- ดีไซน์อย่างยั่งยืนที่บูรณาการระบบโฟโตโวลตาอิกช่วยการันตีศักยภาพการใช้งานระยะยาวของเมือง
ในฐานะแลนด์มาร์กสำคัญของ 2026 Winter Olympics, Milano Santa Giulia Arena คือการตีความอัฒจันทร์คลาสสิกในมิติร่วมสมัย ผลงานจาก David Chipperfield Architects ที่พัฒนาร่วมกับ Arup
ตัวอารีนาตั้งอยู่ในย่านที่ได้รับการฟื้นฟูทางตะวันออกเฉียงใต้ของ Milan โดดเด่นด้วยผังอาคารทรงวงรีขนาดมหึมาและโพเดียมยกสูงพื้นที่กว่า 10,000 ตารางเมตร “piazza” ลอยตัวแห่งนี้ทำหน้าที่เป็นโถงต้อนรับใหญ่อลังการสำหรับผู้ชมได้สูงสุดถึง 16,000 คน พลิกโฉมจากแค่สนามกีฬาให้กลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสาธารณะสุดคึกคักสำหรับคอนเสิร์ต เทศกาล และงานพบปะสังสรรค์ของชุมชน
องค์ประกอบที่สะดุดตาที่สุดของอารีนาคือวงแหวนโลหะสามชั้นระยิบระยับที่ดูราวกับลอยเหนือโพเดียมอย่างอิสระ วงแหวนทรงชั้นที่ทำจากท่ออะลูมิเนียมเหล่านี้รับแสงที่เปลี่ยนไปตลอดวัน เติมสัมผัสแห่งความเบาบางและความเคลื่อนไหวให้กับมวลอาคาร
ยามค่ำคืน ตัวอาคารเปลี่ยนโหมดสู่โลกดิจิทัลเมื่อแถบไฟ LED ที่ซ่อนอยู่เปลี่ยนวงแหวนให้กลายเป็นสกรีนมีเดียเรืองแสง เพื่อปรับโทนอุตสาหกรรมให้ละมุนขึ้น ทีมสถาปนิกจึงออกแบบ “ภูมิทัศน์เนินเขาสีเขียว” ด้วยต้นไม้และพืชพรรณหนาแน่นที่ไหลลดหลั่นลงมาตามบันไดขนาดใหญ่ ดึงมวลอาคารโมโนลิธให้เชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างกลมกลืน
ภายในถูกออกแบบให้รองรับการใช้งานเมืองในระยะยาว ด้วยระบบที่นั่งหลายระดับที่ผสานทั้งเลานจ์ระดับพรีเมียมและสกายบ็อกซ์ซึ่งจัดวางตามมุมมองที่ดีที่สุด นอกเหนือจากการเป็นเวทีระดับโลกของ Olympic แล้ว โปรเจกต์นี้ยังถูกวางให้เป็นต้นแบบโครงสร้างพื้นฐานอย่างยั่งยืน ด้วยการติดตั้งระบบโฟโตโวลตาอิกบนดาดฟ้าเพื่อผลิตพลังงานสะอาดใช้เอง โดยมุ่งเน้นประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและการลดการปล่อย CO2 งานออกแบบของ Chipperfield จึงการันตีได้ว่าอารีนาแห่งนี้จะยังคงเป็นปลายทางทางวัฒนธรรมสมรรถนะสูงที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมยาวนานเกินห้วงเวลา 2026 Winter Olympics ไปอีกมาก