สรุป
-
- ผลงานนาฬิการุ่นใหม่จาก BVLGARI ในงาน LVMH Watch Week 2025 ร่วมเฉลิมฉลอง “Art of Gold” ศิลปะแห่งทองคำ
- การเปิดตัวครั้งนี้โฟกัสไปที่สองไฮไลต์เด่นอย่างนาฬิการหัสลับ Maglia Milanese Monete ที่ใช้เหรียญโบราณ และรุ่น Tubogas Manchette ประดับเพชรเต็มเรือน
- ทั้งสองรุ่นมาพร้อมกลไกนาฬิกา manufacture ขนาดจิ๋วเป็นพิเศษ ทั้งแบบ Piccolissimo และ Lady Solotempo
ในงาน LVMH Watch Week 2026 BVLGARI เฉลิมฉลองแนวคิด “Art of Gold” ด้วยการร้อยเรียงเรื่องราวเชื่อมโยงระหว่างมรดกโรมันและศาสตร์นาฬิกาสวิสความเที่ยงตรงสูง ปีนี้ เมซงย้อนกลับไปสำรวจรากเหง้าของตนเองเพื่อตีความสองไอคอนเหนือกาลเวลาอย่าง Monete รุ่นประวัติศาสตร์ และเส้นสายทรงงูของ Tubogas ขึ้นใหม่ ผ่านงานช่างทองชั้นครูและการใช้กลไก manufacture ขนาดจิ๋ว BVLGARI จึงนำเสนอคอลเล็กชันที่สะท้อนจิตวิญญาณร่วมสมัย ขณะเดียวกันก็ยังคงยึดโยงอยู่กับความงามเชิงสถาปัตยกรรมของโลกโบราณอย่างมั่นคง
Maglia Milanese Monete Secret Watch
Maglia Milanese Monete Secret Watch คือการสรรเสริญ Eternal Rome อย่างเจิดจรัส โดยเลือกใช้เหรียญเงินแท้จากช่วงปี ค.ศ. 198–297 ที่สลักภาพ Emperor Caracalla เป็นหัวใจของดีไซน์ นาฬิกา “secret” เรือนนี้มาพร้อมตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมแนวเรขาคณิตในโทนโรสโกลด์ ประดับเพชรเจียระไนแบบ brilliant-cut อย่างพิถีพิถันล้อมกรอบโบราณวัตถุชิ้นเอก เป็นครั้งแรกของเมซงที่นาฬิกาจับคู่มากับสาย Milanese แบบตาข่ายทองคำสาน ซึ่งพัฒนาขึ้นตั้งแต่ยุค Renaissance มอบสัมผัสยืดหยุ่นพลิ้วไหวโอบรับข้อมืออย่างเย้ายวนและประณีต เมื่อเปิดฝาเหรียญจะเผยให้เห็นหน้าปัด white mother-of-pearl แสนละมุน ประดับหลักชั่วโมงเพชรครบทั้ง 12 ตำแหน่ง
ภายใต้โฉมภายนอกอันเปี่ยมประวัติศาสตร์คือกลไก Piccolissimo BVP100 ซึ่งถือเป็น mechanical micro-movement แบบไขลานทรงกลมที่เล็กที่สุดในโลก ด้วยเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 13.5 มม. และน้ำหนักแค่ 1.9 กรัม ผลงานวิศวกรรมชิ้นน่าอัศจรรย์นี้ยังสามารถชื่นชมได้ผ่านฝาหลังโปร่งใส อีกหนึ่งครั้งแรกของคาลิเบอร์ตระกูลนี้ กลไกเดินด้วยความถี่ 21,600 ครั้งต่อชั่วโมง พร้อมพลังงานสำรอง 30 ชั่วโมง นาฬิกาข้อมือดีไซน์เอกเลกติกเรือนนี้คือการจัดจังหวะอย่างประณีตระหว่างการสังเกตและสัญชาตญาณ ผสานสัญลักษณ์จากโลกโบราณเข้ากับผิวสัมผัสอันละเมียดของสาย Milanese ร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
Tubogas Manchette
ถ่ายทอดบรรยากาศ Joie de Vivre อันมีชีวิตชีวาของยุค 1970s Tubogas Manchette ปรากฏตัวในมาดกำไลทองและเพชรส่องประกาย เคลื่อนไหวด้วยจานสีจัดจ้านสุดเร่าร้อน สายข้อมือทองคำเหลืองแบบ single-coil เส้นกว้างหยิบเอาเรขาคณิตสุดกล้าจากไอคอนในคลังปี 1974 มาตีความใหม่ แต่งแต้มด้วยเพชรราว 12 กะรัต และอัญมณีหลากสีสัน ไม่ว่าจะเป็น citrine rubellite amethyst topaz และ peridot ผลงานเชิงเทคนิคชิ้นนี้อาศัยโครงสร้างแบบ modular โดยแต่ละห่วงจะถูกหล่อและขัดแต่งอย่างประณีตก่อนนำมาประกอบลงบนแผ่น titanium แบบยืดหยุ่น เพื่อให้ลายเส้นไหลลื่นต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ยังคงโครงสร้างอ่อนช้อยที่เป็นซิกเนเจอร์ของไลน์ Tubogas ไว้อย่างครบถ้วน
หัวใจของนาฬิกาที่ได้แรงบันดาลใจจากเครื่องประดับเรือนนี้คือตัวเรือนทองคำเหลืองทรงสี่เหลี่ยมขนาด 16 มม. จับคู่หน้าปัดประดับเพชรแบบ pavé ภายในบรรจุกลไก Lady Solotempo BVS100 แบบ manufacture ระบบ self-winding ที่ผสานศิลปะแห่งการจับเวลากับเสน่ห์แบบอิตาเลียนได้อย่างไม่ต้องเอ่ยอ้าง แม้จะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 19 มม. และความหนา 3.9 มม. แต่คาลิเบอร์นี้ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 50 ชั่วโมง โรเตอร์ซึ่งมองเห็นได้ผ่านฝาหลัง sapphire ตกแต่งอย่างสง่างามด้วยโลโก้ BVLGARI และลาย sunray ยืนยันความเป็นทั้งสุดยอดช่างทองและช่างทำนาฬิกาสวิสระดับหรูของเมซงในเวลาเดียวกัน



