สามดีไซเนอร์คว้ารางวัล LVMH, Karl Lagerfeld และ Savoir-Faire ฉลองชัยชนะยิ่งใหญ่

LVMH Prize for Young Designers 2025 Awards Torishéju, Steve O Smith and Soshiotsuki
Saskia Lawaks/LVMH
LVMH Prize for Young Designers 2025 Awards Torishéju, Steve O Smith and Soshiotsuki
Saskia Lawaks/LVMH
LVMH Prize for Young Designers 2025 Awards Torishéju, Steve O Smith and Soshiotsuki
Saskia Lawaks/LVMH
LVMH Prize for Young Designers 2025 Awards Torishéju, Steve O Smith and Soshiotsuki
Saskia Lawaks/LVMH

ท่ามกลางการรีชัฟเฟิลครั้งใหญ่ของบรรดาแฟชั่นเฮาส์ที่เตรียมปล่อยคอลเล็กชั่นแรกภายใต้ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนใหม่ ดาวรุ่งในวงการยังคงฉายแสงไม่หยุด ปีนี้ LVMH จัดงานประกาศรางวัล LVMH Prize for Young Designers ขึ้นเมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่อาคาร Foundation Louis Vuitton เปิดเวทีให้ดีไซเนอร์รุ่นเยาว์นำผลงานเสนอคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วยครีเอทีฟไดเรกเตอร์จากแบรนด์ในเครือ LVMH 9 คน ได้แก่ Jonathan Anderson, Sarah Burton, Marc Jacobs, Nicolas Ghesquière, Stella McCartney, Nigo, Phoebe Philo, Silvia Venturini Fendi และ Pharrell Williams พร้อมด้วย Delphine Arnault, Jean-Paul Claverie, Sidney Toledano และนักแสดงบอลลีวูด Deepika Padukone

เพื่อเปิดฉากพิธี Delphine Arnault ขึ้นกล่าวเปิดงานสั้น ๆ ก่อนมอบรางวัล LVMH Prize ให้กับ Soshiotsuki โดยดีไซเนอร์ Soshi Otsuki และมอบ Karl Lagerfeld Prize แก่ Steve O Smith เจ้าของแบรนด์ในชื่อเดียวกัน ส่วน Savoir-Faire Prize ซึ่งเน้นเรื่องนวัตกรรมยั่งยืนและงานฝีมือ ตกเป็นของ Torishéju Dumi จากแบรนด์ Torishéju หลังประกาศผล Hypebeast ได้พูดคุยกับทั้งสามผู้ชนะ ถึงความหมายของก้าวสำคัญนี้และสิ่งที่พวกเขาคาดหวังจะได้เรียนรู้จากเมนเทอร์ชิป

LVMH Prize มาพร้อมเงินสนับสนุน 400,000 ยูโร และโปรแกรมเมนเทอร์ชิปหนึ่งปีกับผู้เชี่ยวชาญ LVMH โดยมี Padukone ในลุค Louis Vuitton ตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เป็นผู้มอบรางวัลให้ Soshi Otsuki ดีไซเนอร์วัย 35 ปี ผู้หลงใหลศิลปะการตัดเย็บเสื้อผ้าบุรุษ แม้จะเจาะตลาดสากล แต่งานของเขายังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายญี่ปุ่นและใช้วัสดุคุณภาพสูง เขาตั้งใจใช้เมนเทอร์ชิปครั้งนี้ต่อยอดแบรนด์ สู่ไลน์เสื้อผ้าใส่ได้ทุกวันเพื่อเสริมพอร์ตสูทสุดพิถีพิถัน ทั้งยังเคยเข้ารอบสุดท้ายรางวัลเดียวกันเมื่อสิบปีก่อน เรียกได้ว่าครบรอบอย่างงดงาม

“คุณภาพชิ้นงานในคอลเล็กชั่นของผมดีขึ้นมากนับตั้งแต่วันนั้น ผมจะยังคงโฟกัสเสื้อผ้าตัดเย็บอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าต้องขยายวิสัยทัศน์ของแบรนด์ให้เข้าถึงคนหมู่กว้างขึ้น ผมอยากเพิ่มไลน์แคชวลที่ใส่คู่กับสูทได้ และที่ผ่านมา ผมทำทุกอย่างคนเดียว จึงอยากสร้างทีม ปรึกษาเรื่องเมอร์แชนไดซิง และวิธีตีตลาดระดับโลก” Otsuki กล่าว

ฝั่งดีไซเนอร์ชาวอังกฤษ Steve O Smith คว้ารางวัล Karl Lagerfeld Prize จากผลงานโอตกูตูร์สุดประณีต พร้อมเงินสนับสนุน 200,000 ยูโร และเมนเทอร์ชิปหนึ่งปีกับ LVMH Group นักออกแบบวัย 33 ปีสำเร็จการศึกษาจาก Central Saint Martins ก่อนเปิดตัวแบรนด์เสื้อผ้าบุรุษ-สตรีในชื่อของตัวเอง กระบวนการทำงานของเขาโดดเด่นและละเอียดลออ—จากลายเสก็ตช์บนกระดาษ สู่แพตเทิร์นจริงด้วยเทคนิคแอปลิเค่และโครงสร้างสุดสร้างสรรค์ เขาเล่าถึงขั้นตอนนี้และสิ่งที่หวังจะพัฒนาใต้การดูแลของ LVMH

“สิ่งที่ทำให้ผมหลงรักกระบวนการทำงานคือต้องวาดภาพจำนวนมาก จนดีไซน์พัฒนาและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกอย่างยังรู้สึกเหนือจริงอยู่เลย ตอนนี้เราติดคอขวดด้านการผลิต มีออร์เดอร์มากกว่ากำลังผลิต ดังนั้นพูดกันตรง ๆ เงินก้อนนี้จะถูกใช้แก้ปัญหานั้น ทั้งซื้อเครื่องจักรที่จำเป็นและจ้างช่างเย็บเพิ่ม เราจำเป็นต้องขยายกำลังผลิต และนั่นแหละคือสิ่งที่ผมจะโฟกัส” Steve กล่าว

ตัวแทนจากอังกฤษอีกคน Torishéju Dumi แห่งแบรนด์ Torishéju คว้ารางวัล Savoir-Faire Prize ดีไซเนอร์วัย 32 ปีผู้ออกแบบเสื้อผ้าสตรีและบุรุษรายนี้จะได้รับเงินสนับสนุน 200,000 ยูโร เมนเทอร์ชิปหนึ่งปีจาก LVMH และการสนับสนุนจาก LVMH Métiers d’Excellence ผ่านความร่วมมือกับ Maison Vermont ผู้เชี่ยวชาญงานปัก มอบเครดิตงานตกแต่งมูลค่า 50,000 ยูโร ให้ใช้ในคอลเล็กชั่นถัดไป Dumi เติบโตในย่านนอร์ทลอนดอน และมุ่งถ่ายทอดรากเหง้าไนจีเรียน-บราซิลเลียนไว้ในดีไซน์ เธอหยิบเรื่องเล่าครอบครัว ศาสนา และจิตวิญญาณมาสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีมิติประติมากรรม

Dumi เสริมว่า “แบรนด์ของฉันตั้งอยู่บนความหลงใหลในรูปทรงและผิวสัมผัส เราหยิบเสื้อผ้าคลาสสิกมาขยายสัดส่วนเล็กน้อยจนเกิดความแปลกตา มองปุ๊บรู้ว่าเป็นอะไร แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม เป้าหมายคือสร้างชิ้นเหนือกาลเวลาที่เข้ากับตู้เสื้อผ้าได้อย่างแนบเนียน” เธอกล่าวต่อ “การได้รับเกียรตินี้น่าเหลือเชื่อมาก เพราะฉันหลงรักงานคราฟต์มาตลอด ฉันทำงานด้วยสองมือ และสร้างสรรค์สิ่งที่หยั่งรากในประวัติศาสตร์ ซึ่งฉันหลงใหลสุดหัวใจ ฉันเชื่อว่าการรู้จักอดีต เข้าใจปัจจุบัน และเห็นอนาคตเป็นเรื่องสำคัญ นั่นแหละคือความหมายของงานคราฟต์สำหรับฉัน”

ผู้ชนะทุกรายยังจะได้รับเครดิตวัสดุจาก Nona Source แพลตฟอร์มที่อัปไซเคิลเดดสต็อกจากแบรนด์แฟชั่นและเครื่องหนังในเครือ สะท้อนแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน นอกจากนี้ พิธียังส่งต่อไฟสู่คนรุ่นใหม่ ด้วยการเชิดชูบัณฑิตแฟชั่นหน้าใหม่ 3 คน ได้แก่ Louna Clouzel จาก La Cambre, Brussels, Sophia Sacchetti จาก Parsons Paris และ Peiwen Mao จาก Royal Academy of Fine Arts, Antwerp ทั้งดีไซเนอร์รุ่นเยาว์และสถาบันของพวกเขาจะได้รับเงินสนับสนุนรายละ 10,000 ยูโร พร้อมโอกาสเรียนรู้งานจริงในสตูดิโอของ Kenzo, Louis Vuitton Homme และ Dior Womenswear

นี่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่คุณจะได้เห็นชื่อของผู้ชนะทั้งสาม จับตาคอลเล็กชั่นใหม่ ๆ ของพวกเขาเอาไว้ให้ดี

Kayla Curtis Evans Editor

Kayla Curtis-Evans is an editor and writer with 7 years of experience, currently serving as an editor across both Organic and Branded Content at Hypebeast. She’s been at Hypebeast for four years, helping to execute interviews and features, conceptualize editorial and social-first franchises, and cover events. Her editorial interests cover a range of categories, from fashion, to culture, to sustainability, in which she has a formal background.

0 ความคิดเห็น
 

คุณกำลังลองใช้เว็บไซต์เบต้าใหม่

แบ่งปันความคิดเห็นของคุณกับเรา มันจะช่วยให้ดีขึ้นสำหรับคุณ