สรุป
- Art Basel ได้เปิดตัวZero 10, เซกชันศิลปะดิจิทัลและสื่อใหม่ล่าสุดของงาน ในอิดิชั่นที่กำลังจัดขึ้นที่ Miami Beach
- โดยมี Eli Scheinman รับหน้าที่ภัณฑารักษ์ นำเสนองานจาก 12 แกลเลอรีและเอ็กซิบิเตอร์นานาชาติ ครอบคลุมตั้งแต่ศิลปะสร้างสรรค์ด้วยอัลกอริทึม หุ่นยนต์ 3D printing ศิลปะจัดแสง และอีกมากมาย
- เซกชันเปิดตัวนี้ยังมีกำหนดไปจัดแสดงต่อในงานที่ Hong Kong และ Basel ในปี 2026 ด้วย
Art Basel Miami ไม่เคยขาดความตระการตา และปีนี้Zero 10, โครงการศิลปะดิจิทัลและสื่อใหม่โฉมล่าสุด ก็ยืนหนึ่งในฐานะโซนที่ต้องห้ามพลาดไปเรียบร้อยแล้ว ภายใต้การคิวเรตของ Eli Scheinman เซกชันนี้เปิดตัวพร้อม 12 เอ็กซิบิเตอร์นานาชาติ และการนิยามศักยภาพของหมวดหมู่นี้ขึ้นมาใหม่อย่างทะเยอทะยาน
การเปิดตัวโครงการนี้เกิดขึ้นถัดจากรายงาน 2025 Art Basel & UBS Survey เพียงไม่นาน ซึ่งพบว่าศิลปะดิจิทัลพุ่งขึ้นมาเป็นหมวดที่มีเม็ดเงินใช้จ่ายสูงเป็นอันดับสาม ไล่เลี่ยกับประติมากรรม ตอนนี้เมื่อมีพื้นที่จริงในงานแฟร์ เซกชันนี้จึงกลายเป็นสัญญาณการเปลี่ยนผ่านสำคัญของการสะสมงานร่วมสมัย และการยอมรับของสถาบันต่อผลงานสื่อใหม่ พร้อมแผนขยายไปยังงานแฟร์ระดับโลกที่คัดสรร รวมถึง Art Basel Hong Kong และอิดิชั่นหลักในอนาคต
“คนสะสมและผู้ชมส่วนใหญ่ที่มางานมักมีภาพจำว่าพื้นที่ศิลปะดิจิทัลจะเป็นแค่จอสกรีนขนาดใหญ่กับวิดีโออาร์ตเท่านั้น” ภัณฑารักษ์ Scheinman เล่าให้ Hypeart ฟัง ยกเว้นงานเด่นบนหน้าจอบางชิ้นอย่างผลงานใหม่ของ Joe Pease ที่ Nguyen Wahed, “No Me Olvides” โดย Ix Shells ที่ Fellowship และ ARTXCODE และโปรเจกต์ดาต้าสเกรป Depop ปลายเล็บแดงของ Maya Man กับ bitforms — งานส่วนใหญ่กลับมีตัวตนทางกายภาพชัดเจน “ส่วนหนึ่งของบทบาทของ Zero 10 ก็คือการโชว์งาน โชว์โปรเจกต์ และขยายเสียงให้ศิลปินกับแกลเลอริสต์ที่ลุกขึ้นมาท้าทายภาพจำเหล่านั้น” เขาอธิบาย
โครงการนี้หยิบทั้งชื่อและแนวคิดมาจากนิทรรศการ0,10, นิทรรศการหมุดหมายสำคัญเมื่อปี 1915 ที่จัดโดย Kazimir Malevich และเช่นเดียวกับนิทรรศการต้นฉบับZero 10 โอบรับจิตวิญญาณแห่งการสร้างนิยามใหม่ มองศิลปะดิจิทัลไม่ใช่หมวดที่แยกออกมาโดดเดี่ยว แต่เป็นส่วนขยายตามธรรมชาติของภูมิทัศน์งานสร้างสรรค์ร่วมสมัย
ตั้งแต่ “Regular Animals” สุดฮือฮาของ Beeple การจับคู่ผลงานพิมพ์พร้อม NFT พื้นผิวแบบสิ่งทอโดย Larva Labs ไปจนถึงจอแสดงผล split flap เชิงกำเนิดของ Mario Klingemann ร่วมกับ Onkaos ทุกชิ้นล้วนโฟกัสที่ศักยภาพของวัสดุ ด้านอื่น ๆ Visualize Value นำเสนอ “Self Checkout” ของ Jack Butcher ที่ทำให้การขายงานศิลปะกลายเป็นศิลปะแบบเต็มตัว ขณะที่การจัดแสดงงานของ James Turrell จาก Pace Gallery ก็พาเราย้อนกลับไปสู่ความเรืองรองของบรรดาศิลปินสาย Light and Space
ความหลากหลายครอบจักรวาลของการจัดแสดงครั้งนี้ อาจสะท้อนเส้นทางสู่วงการศิลปะที่ไม่เหมือนใครของ Scheinman เองก็ว่าได้ แม้จะเรียนสาย political ecology และเคยตั้งใจจะทำงานด้านเกษตรกรรมยั่งยืน เขายอมรับว่า “ลึก ๆ แล้ว ผมมีความอยากทำงานกับเทคโนโลยี และเข้าไปมีส่วนร่วมกับวัฒนธรรมและศิลปะในรูปแบบอื่น ๆ อีกมากมาย” ต่อมาเขาเริ่มทำงานกับผู้ประกอบการชื่อ Kevin Rose ในโปรเจกต์ด้านเทค วัฒนธรรม และคอนซูเมอร์หลากหลายรูปแบบ จนในปี 2021 ทั้งคู่ร่วมกันก่อตั้งแพลตฟอร์มศิลปะ NFT ชื่อ PROOF ระดมทุนได้ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเปิดตัวผลงานของศิลปินมากกว่า 100 คน
วันนี้ในฐานะหัวเรือใหญ่ของเซกชัน Scheinman ยังยืนหยัดในคำมั่นต่อชุมชนศิลปะดิจิทัล “แทบทุกศิลปินและแกลเลอริสต์ที่นี่คือคนที่ผมมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาหลายปี” Scheinman เล่า “สิ่งที่ทำให้ผมยืนอยู่บนพื้นได้เสมอ คือการรู้ว่าเรากำลังช่วยกันสร้างอีโคซิสเท็มนี้ขึ้นมาร่วมกัน”



