สรุป
- Streamliner Genesis 2 ของ H. Moser มาพร้อมตัวเรือนสตีลขนาด 40 มม. หน้าปัด Vantablack® และเม็ดมะยมไทเทเนียมดีไซน์พิกเซล
- ลิมิตเต็ดเพียง 100 เรือน เปิดให้เป็นเจ้าของเฉพาะผู้ครอบครอง Genesis รุ่นแรกและแขกของพวกเขาเท่านั้น
H. Moser & Cie. เดินหน้าต่อกับไตรภาค Genesis อย่างเปี่ยมจินตนาการ ด้วย Streamliner Genesis 2 เรือนลิมิตเต็ดรุ่นล่าสุดที่พาเรื่องราวเคลื่อนจากพรมแดนดิจิทัลสู่มิติที่จับต้องได้ของปัจจุบัน
ต่อจาก Endeavour Centre Seconds Genesis ปี 2022 ซึ่งพาเราไปสำรวจการยืนยันตัวตนผ่านบล็อกเชนและการบูรณาการโลก Web3 บทที่สองนี้กลับมายึดโยงกับเนื้อแท้และรูปทรงอย่างชัดเจน ตัวเรือนสตีลทรงหมอนขนาด 40 มม. ครอบด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมเล็กน้อย จับคู่สายสตีลแบบอินทิเกรเต็ด สะท้อนเส้นสายลื่นไหลอันเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชัน Streamliner นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญของไตรภาค ที่สละความเร็วเพื่อแลกกับความลึกซึ้งของตัวตน ถ่ายทอดพลังเงียบงามของวัตถุที่สื่อสารผ่านการมีอยู่ มากกว่าการสร้างภาพหวือหวา
หน้าปัดของ Streamliner Genesis 2 ผลิตจาก Vantablack® วัสดุที่มืดที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ดูดซับแสงได้ถึง 99.965% กลายเป็นฉากหลังสุดดรามาติกให้กับเข็มชั่วโมงและนาทีสไตล์พิกเซลที่ประดับอินเสิร์ต Globolight® รายละเอียดงานออกแบบยังสะท้อนขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมแบบพิกเซลของ Genesis รุ่นแรก แต่ถูกตีความใหม่ในมู้ดที่นิ่ง เงียบ และลึกซึ้งกว่าเดิม
ขณะเดียวกัน เม็ดมะยมยังผลิตจากไทเทเนียมพิมพ์ 3 มิติ กลายเป็นองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงจุดกำเนิดเชิงทดลองดิจิทัลของไตรภาคนี้ ใต้พื้นผิวคือกลไกอัตโนมัติ HMC 203 ที่มาพร้อมโรเตอร์ทองคำแท้ 18 กะรัต สปริง Straumann® และกำลังลานสำรองขั้นต่ำสามวัน งานตกแต่งโทนแอนทราไซต์ ลาย Moser double stripes และบริดจ์แบบเปิดบางส่วนที่มองเห็นได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ ช่วยสร้างสมดุลระหว่างความประณีตทางเทคนิคและมิติความงามเชิงศิลป์
Genesis trilogy ถูกออกแบบมาไม่ให้เป็นเพียงซีรีส์ของผลิตภัณฑ์ แต่คือเรื่องเล่าแบบดรามาติกที่ค่อย ๆ สร้างอารมณ์สะสมในแต่ละบท เพื่อคงไว้ซึ่งบรรยากาศอันเป็นส่วนตัว รุ่นนี้จึงสงวนสิทธิ์เฉพาะเจ้าของ Endeavour Centre Seconds Genesis ทั้ง 50 คนเท่านั้น และแต่ละคนสามารถเชิญบุคคลพิเศษเพิ่มได้อีกหนึ่งท่าน หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Maison.



