Olf Studio ตีความ Hypebeast ใหม่ ฉลองครบรอบ 20 ปี
“มันแสดงวัฒนธรรมได้ครบทุกมิติ และสื่อสารด้วยภาพอย่างคมชัดจนเราชื่นชม”
เมื่อ Hypebeast เอ่ยปากชวน Olf Studio เพื่อช่วยออกแบบงานวิชวลสำหรับโอกาสครบรอบ 20 ปีของแบรนด์, Rodolfo Hernández และ Matteo Vessella เห็นโอกาสที่จะตีความแพลตฟอร์มที่ส่งอิทธิพลต่อพวกเขามายาวนานในมุมใหม่
“ภาษาภาพของเราถูกหล่อหลอมจากทุกสิ่งที่เราโตมากับมัน” Hernández กล่าว “วิดีโอเกม ภาพยนตร์ อนิเมะ ศิลปะร่วมสมัย เราหยิบชิ้นส่วนจากแต่ละโลกมาร้อยโยงกัน จนภาพนั้นเป็นตัวเรา”
แทนที่จะพึ่งพาสัญลักษณ์หรือการอ้างอิงตรงๆ ทั้งคู่ปล่อยให้อารมณ์นำทาง Vessella อธิบายว่า “เราโฟกัสที่ไวบ์เป็นหลัก Hypebeast มีพลังดิบและความรู้สึกของการค้นพบอยู่เสมอ เราพยายามถ่ายทอดความรู้สึกนั้นเหนือสิ่งอื่นใด”
แนวทางนี้กลายเป็นเส้นนำทั้งโปรเจกต์ แทนจะล็อกคอนเซ็ปต์ตายตัว พวกเขาปล่อยให้ผลงานค่อยๆ งอกงามตามสัญชาตญาณ Hernández เสริมว่า “ไม่มีหรอกช่วงเวลาที่ภาพจะเสร็จสมบูรณ์ เราปรับและเกลาไปเรื่อย จนมองแล้วบอกตัวเองได้ว่า ‘โอเค นี่แหละ’”
สำหรับซีรีส์ฉลองครบรอบครั้งนี้ Olf Studio ทดลองผสมผสานวัสดุสังเคราะห์และวัสดุธรรมชาติ บิดพลิ้วรูปทรงคุ้นตาให้กลายเป็นสิ่งที่ดูแปลกตาเล็กน้อยแต่สะกดสายตา “เราอยากตีความภาพจำเกี่ยวกับ Hypebeast ใหม่” Vessella กล่าว “ไม่ใช่ด้วยการทวนอดีต แต่ด้วยการขับเน้นพลังทางวัฒนธรรมของมัน”
“Hypebeast คือหมุดหมายของเราเสมอมา”
ตัวตนนั้นคือแกนกลางของ Hypebeast มาตลอดสองทศวรรษ ที่นี่คือพื้นที่ที่พาคุณสำรวจดนตรี สนีกเกอร์ แฟชั่น และศิลปะร่วมสมัยได้ในที่เดียว วัฒนธรรมภาพอันก้าวหน้าของแพลตฟอร์มนี้เป็นเข็มทิศกำหนดทิศทางให้ Olf Studio “Hypebeast คือหมุดหมายของเราเสมอมา” Hernández กล่าว “มันแสดงสเปกตรัมของวัฒนธรรมได้อย่างครบถ้วน และทำด้วยความชัดเจนทางภาพที่เรายกย่อง”
กระบวนการของพวกเขาเริ่มจากการดิ่งลึก แล้วค่อยประกอบสร้างใหม่อย่างพิถีพิถัน “เราเรียนรู้แก่นสำคัญ ซึมซับมัน แล้วกรองทุกอย่างผ่านมุมมองของเรา” Vessella อธิบาย “โจทย์คือการให้เกียรติสิ่งที่แบรนด์ยืนหยัด พร้อมกันนั้นก็ผลักมันไปสู่ดินแดนใหม่”
ภาพชุดสุดท้ายคือการตีความ Hypebeast ในวาระ 20 ปีอย่างเฉียบคม แต่ละภาพถูกออกแบบให้ยืนเดี่ยวได้ ทว่าพอมารวมกันก็กลายเป็นเรื่องเล่าที่สะท้อนทั้งอดีตและแรงส่งของแบรนด์ Hernández สรุปว่า “เราอยากให้ผลงานนี้ยืนยาว เป็นสิ่งที่สานต่อเรื่องราวและเพิ่มอีกบทให้กับประวัติศาสตร์ของ Hypebeast”



















