Apple เผยโฉมไลน์ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ทั้งชุด ขับเคลื่อนด้วยชิปรุ่นถัดไป M5 เดินหน้าชูศักยภาพด้าน AI กราฟิก และสมรรถนะ ครอบคลุมทั้ง iPad และ MacBook พร้อมทั้งประกาศรุ่นอัปเกรดของ Apple Vision Pro การเปิดตัวครั้งนี้นับเป็นก้าวกระโดดด้านประสิทธิภาพครั้งใหญ่ที่สุดนับจาก M1 รุ่นแรก ตอกย้ำโฟกัสชัดเจนของแบรนด์ต่อการประมวลผล AI เทคโนโลยีจอภาพ และประสิทธิภาพการใช้พลังงาน
ไฮไลต์คือ iPad Pro รุ่นใหม่ มาพร้อมจอ Ultra Retina XDR ที่ดีที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำ มีให้เลือกทั้ง 11 นิ้วและ 13 นิ้ว แท็บเล็ตขับเคลื่อนด้วยชิป M5 รุ่นใหม่ โดย Apple ระบุว่าให้ประสิทธิภาพ AI เร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่าจากรุ่นก่อนหน้า และเร็วกว่าชิป M1 รุ่นแรกถึง 5.6 เท่า สถาปัตยกรรมใหม่มาพร้อม GPU 10 คอร์ พร้อม Neural Accelerator ในทุกคอร์ เสริมด้วย Neural Engine 16 คอร์ และแบนด์วิดท์หน่วยความจำแบบรวมที่สูงขึ้น รองรับ Wi‑Fi 7 ด้วยชิปไร้สาย N1 รุ่นใหม่ ขณะที่โมเด็ม C1X ยกระดับความเร็วเซลลูลาร์ขึ้นสูงสุด 50% ราคาเริ่มต้นที่ £999 GBP / $999 USD พร้อมตัวเลือกความจุ/แรมตั้งแต่ 256GB/12GB ไปจนถึง 2TB/16GB.
ทางฝั่ง Mac Apple เปิดตัว MacBook Pro ขนาด 14 นิ้ว รุ่นใหม่ที่มาพร้อมชิป M5 โดยเคลมว่าใช้งานได้นานสูงสุด 24 ชั่วโมง โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่นี้ยกระดับความเร็ว SSD ให้ไวขึ้น ทั้งงานกราฟิกและงาน AI ก็ทำได้รวดเร็วขึ้น ด้านราคาอยู่ในระดับเดียวกับรุ่นก่อน เริ่มที่ £1,599 GBP / $1,599 USD และมีตัวเลือกความจุภายในสูงสุด 4TB.
แบรนด์จาก Cupertino ยังเผย Vision Pro รุ่นอัปเดตที่ขับเคลื่อนด้วยชิป M5 ให้พลังแรงขึ้นแบบก้าวกระโดดหลายเจเนอเรชันเมื่อเทียบกับ Vision Pro รุ่นปี 2024 (ซึ่งเดิมขับเคลื่อนด้วยชิป M2 ในตระกูล Apple Silicon) อุปกรณ์สวมศีรษะรุ่นใหม่นี้มาพร้อมแถบคาดศีรษะ Dual Knit Band แบบใหม่ที่ Apple ระบุว่ากระชับและสบายขึ้น และรัน visionOS 26 เวอร์ชันล่าสุดที่มาพร้อม Personas โฉมอัปเดต ประสบการณ์ immersive ชุดใหม่ และอื่นๆ รวมถึงรองรับแอปเชิงพื้นที่ (spatial) อย่างครอบคลุมยิ่งขึ้น ตัวเลือกความจุมี 256GB, 512GB และ 1TB ราคาเริ่มต้นที่ £3,199 GBP / $3,499 USD.
ไลน์สินค้าใหม่ของ Apple เดินหน้าผสานสมรรถนะสาย AI เข้าทั้งอีโคซิสเท็มฮาร์ดแวร์ของแบรนด์ วางตำแหน่งให้ M5 เป็นการอัปเกรดชิปครั้งสำคัญที่สุดนับตั้งแต่การเปิดตัว Apple Silicon
เปิดพรีออร์เดอร์ตั้งแต่วันนี้ทางเว็บไซต์ของ Apple โดยสินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายทั่วโลกตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม



